กสท. อนุญาตช่อง 9 ออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก หนุนประชาชนไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนผ่าน จี้ผู้ให้บริการโครงข่ายห้ามดึงสัญญาณช่อง 3 อะนาล็อก แพร่ภาพผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านทีวีระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอล จึงได้พิจารณาเห็นชอบให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ออกอากาศช่อง 9 ระบบอะนาล็อก ดำเนินการยกเอาเนื้อหา ผังรายการ ทั้งหมดไปออกอากาศในระบบดิจิตอลที่ได้รับใบอนุญาตในช่อง MCOT HD หมายเลข 30 ระบบภาคพื้นดิน และหมายเลข 40 ระบบดาวเทียมและเคเบิล นอกจากนี้ปัจจุบันยังได้มีช่องที่ออกอากาศคู่ขนานได้แก่ ช่อง 7 เดิม นำเอามาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง BBTV CH 7 ช่อง 5 เดิมนำมาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง TV5 HD 1 ส่วนช่อง NBT และช่องไทยพีบีเอส นำไปออกอากาศคู่ขนานดิจิตอลบริการสาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถรับชมได้ตามปกติและไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงการรับชม และผู้ที่รับชมสามารถรับชมได้ผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ระบบดิจิตอล หนวดกุ้ง ก้างปลา ระบบดาวเทียมและเคเบิลเช่นเดิม ในขณะเดียวกันด้านช่อง 3 เดิมระบบอะนาล็อก ไม่ได้มีการขออนุญาตออกอากาศคู่ขนาน ดังนั้นจะสามารถรับชมช่อง 3 เดิมที่อยู่ในระบบอะนาล็อกได้ผ่านหนวดกุ้ง ก้างปลา และระบบดาวเทียมและเคเบิล เท่านั้น ไม่สามารถรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดินได้ กรณีที่โครงข่ายของ อสมท นำเอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศผ่านโครงข่ายทำให้ผู้รับชมผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน รับชมได้นั้น ถือว่าเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการโครงข่ายนำเอาช่องรายการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตไปออกอากาศบนโครงข่ายดิจิตอลอีกด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก
-

แก้ปัญหากุ้งตายด่วนกับชุดตรวจจีโนม – ฉลาดคิด
ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาชุดตรวจโรคกุ้งตายด่วน ไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ล่าสุด…เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ที่อาจยังไม่แน่ใจถึงผลตรวจ ที่ปัจจุบันมีความถูกต้อง 98% สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วน หรือ อีเอ็มเอสขึ้น เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ศึกษาถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วนโดยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ร่วมกับนักวิจัยไบโอเทคอย่างใกล้ชิด ดร.กัลยาณ์ ศรีธัญญลักษณา-แดงติ๊บ นักวิจัยจากไบโอเทค เล่าถึงที่มาของการพัฒนาชุดตรวจนี้ว่า โรคกุ้งตายด่วนหรืออีเอ็มเอส เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2552 และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วสู่เวียดนาม มาเลเซียและไทย ผลกระทบจากการระบาดทำให้เมื่อปี 2556 อุตสาหกรรมกุ้งไทย มีผลผลิตกุ้งลดลงถึง 54 % หรือมีผลผลิตลดลงเหลือเพียง 250,000 ตัน จากเดิมที่ผลิตได้ประมาณ 500,000 ตันต่อปี ในขณะที่ภาพรวมของผลกระทบจากการระบาดในอีกหลายประเทศ ทำให้การผลิตกุ้งเลี้ยงของโลกลดลงประมาณ 11% ดร.กัลยาณ์ บอกว่า จากการศึกษาตัวอย่างกุ้งตายด่วนจากเกษตรกร พบว่ามีโรคของตับและตับอ่อนวายฉับพลัน เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการปล่อยลูกกุ้งลงบ่อดินไม่เกิน 35 วัน ต่อมาเมื่อปี 2556 ได้มีการตรวจพบว่าแบคทีเรียที่ก่อโรคนี้คือแบคทีเรียในกลุ่ม Vibrio parahaemolyticus หรือเรียกง่ายว่า วี.พี. ทั้งนี้แบคทีเรียดังกล่าวสามารถพบได้ในธรรมชาติ และมีทั้งทำให้ก่อโรคและไม่ก่อโรค ทำให้ต้องมีการวิจัยเชิงลึก ซึ่งคณะวิจัยไทยที่นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ทิโมที วิลเลี่ยม ฟลีเกล ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ซึ่งหน่วยวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือของไบโอเทคและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับคณะวิจัยจากไต้หวัน ศึกษาแบคทีเรียดังกล่าวด้วยเทคโนโลยีจีโนม เพื่อหารหัสพันธุกรรมของแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ทำให้ก่อโรคกุ้งตายด่วน และนำไปสู่การพัฒนาชุดตรวจแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคกุ้งตายด่วนด้วยเทคนิคพีซีอาร์ นักวิจัยบอกว่า ชุดตรวจนี้สามารถตรวจหาเชื้อดังกล่าวได้แม่นยำถึง 98% เน้นวิธีการตรวจที่ง่าย สามารถใช้ห้องปฏิบัติการที่มีอยู่ทั่วไปตามฟาร์มต่าง ๆ ได้ และเหมาะสำหรับการตรวจยืนยันการปลอดโรคของลูกกุ้ง สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรก่อนที่จะซื้อไปเลี้ยง สำหรับเป้าหมายการวิจัยต่อไป คือการศึกษาเพิ่มเติมว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แพร่กระจายจากไหน ส่วนการระบาดของโรค ทีมวิจัยได้ร่วมกับกรมประมงศึกษาถึงปัจจัยที่เหมาะสมของการก่อโรค นอกจากนี้ ยังจะมีการศึกษา เพิ่มเติมว่าการติดเชื้อโรคกุ้งอื่น ๆ ส่งผลต่อการก่อโรคกุ้งตายด่วนที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หรือไม่ รวมถึงการศึกษาถึงโปรตีนในการสร้างพิษ ที่จะนำไปสู่การพัฒนายารักษาโรค และหาวิธีการตรวจโรคกุ้งที่แม่นยำ 100% ในอนาคต งานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการแก้ไขปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการระบาดของโรค และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทยต่อไป. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แก้ปัญหากุ้งตายด่วนกับชุดตรวจจีโนม – ฉลาดคิด -

“ทรู อินคิวบ์” ประกาศ 5 ทีมสุดท้ายรุ่น 2 เตรียมผลงานออกสู่ตลาดจริง
วันนี้ (30เม.ย) ที่อาคารทรูทาวเวอร์ โครงการทรู อินคิวบ์ ได้จัดงานเปิดตัวสตาร์ทอัพ 5 ทีมสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ ทรู อินคิวบ์ รุ่น 2 “อย่างมัวแต่ติดลงมือทำ” ซึ่งเป็นโปรแกรมบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยด้านเทคโนโลยีของกลุ่มทรู โดย นาย ปุณณมาส วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการบริหาร ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า การสานต่อโครงการในรุ่นที่สอง เนื่องจากทางกลุ่มทรูต้องการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของกลุ่มผู้ประกอบการของไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลกเพื่อสร้างสังคมและเศรษฐกิจของไทยให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ โดยไม่ได้คาดหวังในเรื่องจะต้องสร้างรายได้กลับเข้ามายังกลุ่มทรูสำหรับ 5 ทีม ที่ผ่านมาคัดเลือกได้แก่ 1.ทีม Course Square ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ตอีเลินร์นิ่ง สำหรับองค์กร เพื่อใช้อบรมติดตามผลและการวัดผลของพนักงานในองค์กร คิดค้นโดยกลุ่มนักศึกษาและอดีตอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล 2.ทีม Hankster เป็นแอพพิลเคชั่นที่ใช้สำหรับการแฮงค์เอ้าท์หรือจับคู่และหาเพื่อนใหม่เป็นกลุ่มครั้งละ 3 คน เป็นผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี3. ทีม Puun เป็นโซลูชั่นสำหรับสำนักงานบัญชีและธุรกิจที่ช่วยแปลงข้อมูลตัวเลขที่เข้าใจอยากให้เป็นกราฟฟิก เป็นผลงานของนักบัญชีที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง 4. ทีม Hola เป็นแอพพลิเคชั่นแชทที่พัฒนาบนระบบแผนที่ผู้ใช้สามารถสร้างอวาตารเพื่อใช้เป็นตัวแทนในโลกเสมือนจริงได้ เป็นผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และ 5. ทีม Vetside เป็นโซเซียลเน็ตเวิร์คสำหรับสัตวแพทย์เพื่อใช้เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนความรู้ในการรักษาสัตว์ต่างๆ มีเป้าหมายให้เป็นแหล่งรวมความรู้เรื่องสัตว์ที่ใหญ่สุดในประเทศไทย พัฒนาโดยสัตวแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้าน นายสาโรจน์ อธิวิทวัส ผู้จัดการทั่วไป ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า ทั้ง 5 ทีม จะได้รับทุนสนับสนุนเบื้องต้นเพื่อพัฒนาผลงานจำนวน 5 แสนบาท และเข้าร่วมบูท แคมป์ จำนวน 99 วัน เพื่อพัฒนาผลงานให้สำเร็จ โดยจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนด้านต่างๆจากกลุ่มทรูทั้งในเรื่องเทคโนโลยี การทำตลาด การวางแผนด้านธุรกิจ ฯลฯเพื่อให้ผลงานที่พัฒนาขึ้นประสบความสำเร็จในตลาดไทยและต่างประเทศได้ในอนาคต.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทรู อินคิวบ์” ประกาศ 5 ทีมสุดท้ายรุ่น 2 เตรียมผลงานออกสู่ตลาดจริง