ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 เม.ย.57 นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เตรียมพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านทีวีในระบบดิจิตอล ได้แก่ การขออนุญาตออกอากาศแบบคู่ขนานของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หลังจากวันที่ 25 เม.ย. ท่าผ่านมาเป็นวันแรกขอการเริ่มต้นการอนุญาตออกอากาศทีวีประเภทธุรกิจในระบบดิจิตอล นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าวว่า กสท.จะมีการพิจารณา (ร่าง) ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาตและสื่อ ได้แก่ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ซึ่งร่างประกาศฉบับนี้ เป็นมาตรการส่งเสริมให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนในกิจการบรอดแคสรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กร สมาคม สภา ต่างๆ ขึ้น เพื่อจัดทำมาตรฐานทางจรรยาบรรณหรือจริยธรรมทางวิชาชีพเพื่อควบคุมกันเอง โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการวิทยุและโทรทัศน์“ประเทศเริ่มต้นปฏิรูปสื่อเชิงโครงสร้างแล้ว โดยเริ่มนับหนึ่งใหม่ในระบบใบอนุญาต จากเดิมระบบสัมปทานผูกขาดฟรีทีวีเมืองไทย กว่าจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ง่ายเลย นับแต่ปี พ.ศ. 2498 ที่เริ่มมีโทรทัศน์อะนาล็อก ซึ่งวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ออกใบอนุญาตให้ฟรีทีวี 24 ช่องใหม่แล้ว ไม่มีพิธีกรรมอะไร วันจันทร์นี้ให้ทุกช่องส่งคนมารับใบอนุญาต ที่เปรียบเสมือนเป็นหลักประกันอิสรภาพของสื่อ โดยปราศจากการถูกแทรกแซงครอบงำของอำนาจรัฐ แต่กำกับโดยเงื่อนไข กติกา ความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ คนดู และ สังคม ดังนั้น ร่างประกาศ รวมกลุ่ม กำกับตนเองตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ฉบับนี้ สำคัญมาก ต้องจับตา….” นางสาวสุภิญญา กล่าวนอกจากนี้ กสทช. กำลังอยู่ในช่วงเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ ต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ คือ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน พ.ศ…. และ (ร่าง) ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาและมาตรการเฉพาะเพื่อแก้ไขผลที่เกิดจากพฤติกรรมอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … สามารถแดสงความคิดเห็นและติดตามประกาศสองฉบับนี้ ได้ที่เวบของสำนักงาน กสทช. www.nbtc.go.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.เล็งคลอดร่างกำกับสื่อหลังมอบใบอนุญาตดิจิตอล
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

กสท.เล็งคลอดร่างกำกับสื่อหลังมอบใบอนุญาตดิจิตอล
-

สถิติฯ ชี้ คนไทยพบแพทย์แผนปัจจุบันเป็นอันดับ1
นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการดูแลรักษาตนเองด้วยแพทย์แผนไทยและสมุนไพรของครัวเรือน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง5,800รายระหว่างวันที่ 4-22 พ.ย.56 พบว่า ประชาชน ร้อยละ 41.6ไม่รู้จักและไม่เคยใช้ยาแผนไทย/สมุนไพรในการรักษาโรคและเป็นผู้ที่ระบุว่า รู้จักแต่ไม่เคยใช้ ร้อยละ36.5ส่วนประชาชนที่รู้จักและเคยใช้มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 21.9สำหรับยาแผนไทย/สมุนไพรที่ประชาชนรู้จัก(ทั้งเคยใช้และไม่เคยใช้)ในการรักษาโรค10อันดับแรกคือ ว่านหางจระเข้ ยาหม่องสมุนไพรยาหอม ยาดมสมุนไพร ยาอมสมุนไพรฟ้าทะลายโจร บัวบก ขมิ้นชันยาแก้ไอผสมมะขามป้อม และไพล ส่วนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่ของสมาชิกในครัวเรือนเมื่อเจ็บป่วยพบว่าประชาชนเลือกไปพบแพทย์แผนปัจจุบันตามคลินิก/สถานพยาบาลต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ65.2รองลงมาซื้อยาแผนปัจจุบันมารักษาอาการเอง ร้อยละ59.7ดูแลตนเองที่บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ร้อยละ56.4และใช้สมุนไพร/ยาแผนไทยรักษาอาการ ร้อยละ18.8ขณะที่ประชาชนเลือกที่จะไปพบแพทย์แผนไทย/หมอพื้นบ้านมีเพียงร้อยละ 4.3อย่างไรก็ตามประชาชนกว่าร้อยละ 90รู้จักการบริการของการแพทย์แผนไทย(ทั้งเคยใช้และไม่เคยใช้)คือการนวดประคบสมุนไพรการนวดเพื่อการรักษาการประคบสมุนไพร และการอบสมุนไพรรองลงมารู้จักการตรวจรักษา/สั่งจ่ายยาสมุนไพรและชุดดูแลหญิงหลังคลอดในขณะที่การให้บริการของแพทย์แผนไทยประเภทการนั่งถ่านประชาชนยังรู้จักน้อยส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อการแพทย์แผนไทยและยาแผนไทยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ70ขึ้นไปเห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่งในการนำยาแผนไทยมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อย ๆ หรืออาการระยะแรกช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและทำให้ประเทศไทยสามารถลดภาระรายจ่ายการนำเข้ายาได้รวมทั้งยาแผนไทยเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมามีความเชื่อถือและไว้วางใจได้สำหรับนโยบายของรัฐบาลต่อการแพทย์แผนไทยและยาแผนไทยประชาชนเห็นควรให้สนับสนุนการเพาะปลูกและพัฒนาสมุนไพรไทยเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ร้อยละ88.8 เทศบาล/อบต.ควรสนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรไทยเพื่อป้องกันและรักษาสุขภาพของสมาชิกในชุมชน ร้อยละ87.6 ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการแพทย์แผนไทยและยาแผนไทยน้อยเกินไป ร้อยละ86.3และรัฐบาลควรให้การอุดหนุนและสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐให้ใช้ยาแผนไทยมากขึ้น ร้อยละ84.8
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สถิติฯ ชี้ คนไทยพบแพทย์แผนปัจจุบันเป็นอันดับ1 -

นิสิต-นักศึกษารุมด่ายับ สทศ.จัดสอบ U-NET
วันที่ 26 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้มีมติให้จัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติระดับอุดมศึกษา หรือ U-NET ในปีการศึกษา 2557 โดยจะนำร่องเริ่มทดสอบนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นสุดท้ายของมหาวิทยาลัยที่สมัครใจร่วมทดสอบ นอกจากนี้ สทศ. จะประสานไปยังสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อขอให้ใช้ผล U-NETเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกพนักงาน โดยเรื่องนี้นิสิต และนักศึกษาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการสอบดังกล่าวของ สทศ. โดยได้ตั้งเพจต่อต้านการสอบ U-NET จาก สทศ. ซึ่งขณะนี้มีผู้กดไลค์ (LIKE) แล้ว 62,613 คน (26เม.ย.57 เวลา 15.00 น.)ล่าสุด สทศ. ได้เปิดใช้ทวิตเตอร์ในบัญชีรายชื่อ @THniets เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (26 เม.ย.) และได้ลบบัญชีรายชื่อทิ้งเวลาประมาณ 14.50 น. เนื่องจากมีการผู้ใช้ทวิตเตอร์เข้าไปต่อว่าถึงการจัดสอบ U-NET อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ถ้าคลิกทวิตเตอร์ในบัญชีรายชื่อ @THniets จะขึ้นว่า Sorry, that user is suspended.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นิสิต-นักศึกษารุมด่ายับ สทศ.จัดสอบ U-NET