วันนี้(11 เมษายน) ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการแถลงข่าว เรื่อง “วช. นำทีมนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลดีเด่นระดับโลกจากกรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส” โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพร เปิดเผยว่า วช. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในระดับโลกและระดับนานาชาติมาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา นักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลผลงานประดิษฐ์ระดับรางวัลกรังปรีซ์จากประเทศสาธารณรัฐเกาหลีมาแล้ว สำหรับในปีนี้ วช. ได้นำทีมนักประดิษฐ์พร้อมผลงานประดิษฐ์ที่มีศักยภาพ เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในงาน “42 nd International Exhibition of Inventions of Geneva” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-6 เมษายน ที่ผ่านมา ที่กรุงเจนีวา ประเทศสมาพันธรัฐสวิส โดยมีนักประดิษฐ์จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาทั่วโลกเข้าร่วมประกวดผลงานประดิษฐ์มากกว่า 1,000 ผลงาน และเป็นที่น่ายินดีที่ผลงานของนักประดิษฐ์ไทย ที่ส่งเข้าร่วมประกวดจำนวน 61 ผลงานจาก 18 หน่วยงาน ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมากกว่า 50 รางวัล สำหรับผลงานของนักประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลสูงสุดในครั้งนี้ คือชุดทดสอบดีเอ็นเอไบโอเซนเซอร์สำหรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อ Shigella and Enteroinvasive E. coli ของ รศ. ดร.โกสุม จันทร์ศิริ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เวชสำอาง วิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาธารณสุข และได้รับรางวัล สเปี่ยลเชียล ไพร์ซ จากประเทศฮ่องกง รศ. ดร.โกสุม เปิดเผยถึงงานวิจัยดังกล่าวว่า เป็นการพัฒนาชุดทดสอบเชื้อ Shigella and Enteroinvasive E. coli ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง และเป็นข้อกำหนดในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ที่จะต้องปราศจากการปนเปื้อนเชื้อดังกล่าว ทั้งนี้ทีมวิจัยได้โดยใช้เทคนิคใหม่ที่ทำให้สามารถตรวจสอบเชื้อได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-1.5 ชั่วโมง ขณะที่หากใช้วิธีดั้งเดิมคือการเพาะเชื้อจะต้องใช้เวลา หลายวันและเพาะหาเชื้อได้ยาก ส่วนผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองมีจำนวน 19 ผลงาน อาทิ อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้พิการเอนกประสงค์ ของ ผศ. ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีดผ่าตัดนิ้วล็อคแบบเจาะผ่านผิวหนัง ของ ผศ. นพ.สิทธิโชค อนันตเสรี และรศ. เจษฎา วรรณสิทธุ์ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แคปปร้า ยาบำรุงร่างกายสำหรับผู้ชาย ของ นายณัฐพงษ์ สุขเจริญไกรศรี และคณะ จากบริษัท ซี .เอ.พี.พี. กรุ๊ป (ประเทศไทย)และวัสดุรองรับแรงกดทับอวัยวะผู้ป่วยขณะผ่าตัดที่ผลิตจากพอลิเมอร์หุ้มยางพารา ของ ผศ. พญ.นลินี โกวิทวนาวงษ์ และดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ยังมีผลงานได้รับรางวัลเหรียญเงิน จำนวน 22 ผลงาน รางวัลเหรียญทองแดงจำนวน 15 ผลงาน และมีผลงานที่ได้รับรางวัลสเปเชี่ยลไพร์ซ จากประเทศต่าง ๆ อีกกว่า 10 รางวัล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วช.นำทีมนักประดิษฐ์ไทยกวาดรางวัลระดับโลกที่เจนีวา
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

วช.นำทีมนักประดิษฐ์ไทยกวาดรางวัลระดับโลกที่เจนีวา
-

กสทช. ดึงผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรับมือเหตุฉุกเฉิน-ภัยพิบัติ
วันนี้(11เม.ย.)ที่โรงแรมเดอะสุโกศล คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)จัดชี้แจงแนวทางปฎิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ พ.ศ.2556 เรื่องการจัดทำกลไกการรับเรื่องราวร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่องที่ได้รับใบอนุญาต ให้รับทราบแนวทางการรับมือภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉินและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคให้ไปทิศทางเดียวกันทั้งนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ต้องจัดทำแผนการออกอากาศเมื่อเกิดภัยพิบัติและนำส่งต่อ กสทช.ภายใน 30 หลังได้รับใบอนุญาต 25 เม.ย. นี้ ให้นำเสนอข้อมูลตั้งแต่การแจ้งเตือนก่อนเกิดภัยพิบัติ ระหว่างเกิดภัยพิบัติและหลังเกิดภัยพิบัติ อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่น่าเชื่อถือ และต้องไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน รวมทั้งมีข้อความประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าจอทีวีให้ประชาชนรับทราบและให้ความร่วมมือกับภาครัฐเสนอข่าวสารยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการเมืองขอให้เสนอข่าวสารตามจรรยาบรรณและสิทธิเสรีภาพอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดความขัดแย้งอย่างไรก็ตามแต่ละช่องต้องสร้างกระบวนการ กลไกรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค อาทิ คอลเซ็นเตอร์ เว็บไซต์ โดยต้องจัดเก็บสถิติการร้องเรียนแล้วจำทำเป็นรายงานส่งให้กสทช. ปีละ 2 ครั้งเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบได้ทั้งนี้หากภายหลังรับใบอนุญาตและออกอากาศอย่างเป็นทางการช่องรายการใดไม่ส่งไม่แผนหรือไม่ปฎิบัติ กสทช. จะตรวจเยี่ยมต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. ดึงผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรับมือเหตุฉุกเฉิน-ภัยพิบัติ -

14 เมษาชมดาวอังคารใกล้โลกมากสุดในรอบ 7 ปี
วันนี้ (11เมษายน) ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 14 เมษายน จนถึงเช้าวันที่ 15 เมษายน นี้ จะสามารถมองเห็นดาวอังคารสุกสว่างส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้ามีความสว่างมากกว่าปกติ เนื่องจากดาวอังคารและโลกเข้าใกล้กันมากที่สุด ในรอบ 7 ปี ที่ระยะห่าง92.39 ล้านกิโลเมตร ประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าหากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กก็จะสามารถมองเห็นขั้วน้ำแข็งและลักษณะพื้นผิวดาวอังคารได้ ดร.ศรัณย์ กล่าวว่าการที่เรามองเห็นดาวอังคารส่องประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้าเนื่องจากพื้นผิวของดาวอังคารมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นเหล็กออกไซด์เราจึงมักเรียกฉายาของดาวอังคารว่า “ดาวเคราะห์สีแดง” ดาวอังคารจะโคจรมาใกล้โลกทุก ๆ ประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวอังคารมีคาบการโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ โดยทั้งดาวอังคาร โลก และดวงอาทิตย์ จะเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง และ ในวันที่9 เมษายนที่ผ่านมา ดาวอังคารได้โคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และจะเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 14 เมษายน นี้ เป็นผลให้เราสามารถสังเกตเห็นดาวอังคารมีความสว่างมากกว่าปกติและจะปรากฏบนท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ทั้งนี้ดาวอังคารจะโผล่พ้นจากขอบฟ้าในคืนวันที่14 เมษายน ตั้งแต่ เวลา 18:02 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในกลุ่มดาวหญิงสาว โดยอยู่ด้านซ้ายของดวงจันทร์ หากสังเกตในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15เมษายนจะมองเห็นดาวอังคารปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้าทางทิศตะวันตก ครั้งล่าสุดที่ดาวอังคารโคจรมาใกล้โลกคือวันที่ 5 มีนาคม 2555 และจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดครั้งต่อไปในวันที่ 31 พฤษภาคม2559อย่างไรก็ดี สำหรับการชมปรากฎการณ์ดังกล่าวสมาคมดาราศาสตร์ไทย จะตั้งกล้องดูดาวส่องดูขั้วน้าแข็งดาวอังคารใกล้โลกในวันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2557 เวลา 18:00 – 21:00 น. ที่สมาคมดาราศาสตร์ไทย หน้าอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (บริเวณท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ) ประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรมได้ฟรี ภาพประกอบ : ภาพถ่ายดาวอังคารเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2557 โดย Christopher Go
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 14 เมษาชมดาวอังคารใกล้โลกมากสุดในรอบ 7 ปี