ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • สวทช.โชว์นวัตกรรมใหม่สื่อโฆษณาบนล้อมอเตอร์ไซต์

    สวทช.โชว์นวัตกรรมใหม่สื่อโฆษณาบนล้อมอเตอร์ไซต์

    วันนี้(12 มีนาคม)ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยรังสิต ปทุมธานี  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ประจำปี 2557 หรืองานแนค 2014(NSTDA Annual Conference 2014 : NAC 2014)  โดย ดร. ทวีศักดิ์    กออนันตกูล ผู้อำนวยการ  สวทช. เปิดเผยว่า  สวทช.จัด งานประชุมวิชาการเป็นประจำทุกปี  โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีที่เกิดจากองค์ความรู้และการวิจัยพัฒนาของ สวทช.และเครือข่ายที่มีศักยภาพ ในการช่วยผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและพร้อมพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน  สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี: พลังขับเคลื่อน การพัฒนาที่ยั่งยืน”  ซึ่งนอกจากจะมีเวทีสัมมนาวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงแนวคิดในการปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนแล้วยังมีนิทรรศการการนำเสนอผลงานของนักวิจัยของ สวทช. จาก 4ศูนย์แห่งชาติ   รวมถึงผลงานนวัตกรรมจากภาคเอกชนทั้งในส่วนของผู้ประกอบการหน้าใหม่และบริษัทพื้นที่เช่าในอุทยาน วิทยาศาสตร์ประเทศไทย และพันธมิตรต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสาธารณะได้ทั้งนี้ในงานแถลงข่าวได้มีการนำผลงานวิจัยรวมถึงนวัตกรรมเด่นที่จะนำมาจัดแสดงในงานประชุมด้วยอาทิสื่อโฆษณาบนล้อมอเตอร์ไซด์  ผลงานจากบริษัทเวิล์ดมอเตอร์บริษัทผู้เช่าพื้นที่ภายในอุทยานวิทย์ ฯ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการโฆษณาของไทยโดยใช้เทคโนโลยีหลอดแอลอีดีในการสร้างภาพนิ่งและวิดีโอบนล้อรถจักรยานยนต์นวัตกรรมแก้วรูพรุนเพื่อไล่ยุงและปรับอากาศโดยใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติผลงานของบริษัทไทยเทคโนกลาส ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากนาโนเทคในการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษกระจกเหลือใช้   และเทคโนโลยีการเล่า นิทาน 3 มิตินอกจากนี้ยังมีระบบตรวจวัดอุณหภูมิอัตโนมัติผลงานของเนคเทค ชุดทดสอบคุณภาพน้ำมันปาล์มเคลื่อนที่  ของเอ็มเทคและการนำเสนอเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ จากไบโอเทค รวมถึงการเปิดบ้านสวทช.ให้ภาคธุรกิจที่สนใจได้เยี่ยมชมห้องปฎิบัติการวิจัยและห้องปฎิบัติการทดสอบของ สวทช. รวมถึงบริษัทผู้เช่าและพันธมิตรของ สวทช. ที่พร้อมรับโจทย์และช่วยแก้ปัญหาให้แก่ภาค อุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2557 ที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (รังสิต)จ.ปทุมธานี 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สวทช.โชว์นวัตกรรมใหม่สื่อโฆษณาบนล้อมอเตอร์ไซต์

  • ครั้งแรกในโลกรองเท้าฟุตบอลถักเชื่อมต่อกับถุงเท้า

    ครั้งแรกในโลกรองเท้าฟุตบอลถักเชื่อมต่อกับถุงเท้า

    อาดิดาส อวดผลงานต้นแบบจากห้องทดลอง รองเท้าฟุตบอลคู่แรกของโลกที่ถักเชื่อมต่อกับถุงเท้าไฮบริดจ์  เรียกว่า อาดิดาส ไพร์มนิต เอฟเอส (adidas Primeknit FS) หลังจากเคยเปิดตัวรองเท้าถักคู่แรกของโลกไปแล้ว นายมาร์คัส บรันแมน รองประธานกรรมการอาวุโส อาดิดาส โกลบอล ฟุตบอล กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวรองเท้าแซมบ้าไพร์มนิต รองเท้าฟุตบอลถักคู่แรกของโลก ไปก่อนหน้านี้ วันนี้ได้เผยโฉม อาดิดาส ไพร์มนิต เอฟเอส เทคโนโลยีรองเท้าฟุตบอลแห่งอนาคต อาดิดาส ไพร์มนิต เอฟเอส เป็นชื่อ รองเท้าฟุตบอลถัก ออล-อิน-วัน คู่แรกของโลกของอาดิดาส มาพร้อมกับถุงเท้าไฮบริดจ์ ที่ถักขึ้นเชื่อมจากตัวรองเท้า ใช้เทคโนโลยีกันนํ้าเคลือบเส้นด้าย ให้ทนต่อสภาพอากาศทุกรูปแบบ และนํ้าหนักเบา โดยอาดิดาส ได้ทำ การวิจัยและออกแบบให้มีลักษณะคล้ายถุงเท้า (sock silhouette) เน้นให้ผู้ใส่รู้สึกกระชับ ตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงหน้าแข้ง ขณะนี้ อาดิดาส ไพร์มนิต เอฟเอส  ยังอยู่ในกระบวนการออกแบบ และยังเป็นรูปแบบแนวความคิด อยู่ระหว่างการประสานงานของอาดิดาส กับนักฟุตบอลชื่อดังระดับโลก เพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ เป็นรองเท้าฟุตบอลถักคู่แรกของโลกที่มีลักษณะเป็นรองเท้าฟุตบอลแบบถักและถุงเท้าไฮบริดจ์ เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มสมรรถ ภาพในการใช้งาน และตอบสนองความต้อง การของผู้เล่นได้ภายในรองเท้าคู่เดียว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครั้งแรกในโลกรองเท้าฟุตบอลถักเชื่อมต่อกับถุงเท้า

  • คิดแบบมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    คิดแบบมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เมื่อเดือนที่แล้วในคลาสเรียนที่ผมสอนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนองค์กรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผมได้ตั้งคำถามให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติในภาควิชาของผมคิดว่า ถ้าคุณเป็นมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซบุ๊ก คุณจะขับเคลื่อนองค์กรเฟซบุ๊กไปในทิศทางไหนในอีก 1 ปีข้างหน้า ในอีก 5 ปีข้างหน้า และในอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ผมตั้งคำถามให้นักศึกษาได้ “คิด” นักศึกษาก็ร่วมวงถกเหตุผลกันในห้องอย่างสนุกสนาน ว่าจะทำอย่างไรให้เฟซบุ๊กเติบโตได้ในอนาคต ทำอย่างไรให้เฟซบุ๊กสามารถรักษาสถานะความยิ่งใหญ่ของตัวเองให้ได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำอย่างไรให้เฟซบุ๊กสามารถบูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ในสาขาอื่น ๆ ได้ หลังจากนักศึกษาร่วมวงถกกันเสร็จ ผมก็ตั้งคำถามต่อไปอีกว่า คุณคิดว่าคุณจะให้เฟซบุ๊กลงมาเล่นเกี่ยวกับแอพแชต หรือพวกแอพพลิเคชั่นรับส่งข้อความสนทนาไหม? เป็นคำถามการบ้านฝากกลับไปให้นัก ศึกษาได้เก็บไปคิด เก็บไปวิเคราะห์ เก็บไปสังเคราะห์กับคำถามปลายเปิดของผมผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์หลังจากที่ผมตั้งคำถามให้นักศึกษาได้คิด ในวันที่ 19 ก.พ. 2557 ก็มีรายงานข่าวใหญ่ของโลกเทคโนโลยีว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เข้าซื้อแอพแชต อย่าง วอทส์แอพพ์ (WhatsApp) ด้วยจำนวนเงินมหาศาลสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือนับเป็นเงินไทยอยู่ที่เกือบ 6 แสนล้านบาท หลังจากทราบข่าวผมยังมาคุยกับนักศึกษาในคลาสเรียน ว่าถ้ามีใครคิดได้ว่าควรเข้าซื้อแอพแชต หรือใครสามารถคิดได้ละเอียดเข้าไปถึงชื่อว่าควรเป็นวอทส์แอพพ์ นักศึกษาคนนั้นก็คงมีแนวโน้มสามารถเป็นอย่างซักเคอร์เบิร์กได้ในอนาคต อย่างน้อยที่สุดก็คงจะมีความเหมือนในมิติของการตัดสินใจในฐานะผู้นำองค์กรที่มีหน้าที่ต้องคอยดูแลขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าในอนาคตอย่างไรก็ตามพูดถึงการเข้าซื้อวอทส์แอพพ์ของเฟซบุ๊ก คนไทยจำนวนไม่น้อยก็คงสงสัยว่าทำไมถึงเลือกทุ่มซื้อวอทส์แอพพ์ ทั้ง ๆ ที่ดูจากการใช้งานแอพแชตหลักของไทยแล้วไลน์ (Line) หรือวีแชต (WeChat) น่าซื้อมากกว่าซะด้วยซํ้า แต่ถ้าไปมองที่ตัวเลขจำนวนคนใช้งานจริง ๆ แล้วจะเห็นว่าแอพแชตอย่างไลน์และวีแชตยังเป็นที่นิยมอยู่แค่ในแถบเอเชียเท่านั้น ต่างจากวอทส์แอพพ์ที่ได้รับความนิยมมากในประเทศกลุ่มอเมริกา ยุโรป แอฟริกา รวมไปถึงอินเดียด้วยปัจจุบันมีผู้ใช้งานวอทส์แอพพ์กว่า 450 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละเดือน และมีผู้ใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอัตรา 1 ล้านคนต่อวัน คอนเซปต์ของวอทส์แอพพ์ที่เป็นจุดขายเลยก็คือ ความเสถียร ความเรียบง่าย ไม่มีกิมมิคเช่น สติกเกอร์ โฆษณา เกม แอพเสริม รวมถึงร้านค้า ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ไลน์มุ่งเน้นอยู่ โดยปัจจุบันไลน์มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 350 ล้านคน และ 85% อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น ส่วนวีแชตมีผู้ใช้งานอยู่ 272 ล้านคนต่อเดือน (ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน) ขณะที่ KakaoTalk มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 133 ล้านคน (ส่วนใหญ่อยู่ในเกาหลีใต้)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุ ผลที่ซักเคอร์เบิร์กอยากซื้อวอทส์แอพพ์คือ 1. เขาเชื่อว่าวอทส์แอพพ์จะมีผู้ใช้เกิน 1 พันล้านคนได้ในอนาคต 2. อัตราการใช้งานซ้ำของวอทส์แอพพ์มีตัวเลขที่ค่อนข้างสูง โดย 70% ของผู้ใช้เปิดวอทส์แอพพ์ทุกวัน ในขณะที่เฟซบุ๊กมีเพียง 62% เท่านั้น และ 3. เขาเชื่อว่าวอทส์แอพพ์สามารถพัฒนาต่อให้มีมูลค่าสูงได้พอ ๆ กับเฟซบุ๊กหรือยูทูบ ว่าง่าย ๆ ก็คือตัดสินใจซื้อเพื่อซื้อฐานลูกค้าเข้ามานั่นเอง โดยเชื่อว่าในอนาคตมันยังจะสามารถโตได้อีก รวมไปถึงต้องการรวบการสื่อสารแบบแชตตัวเด่นของโลกให้มาอยู่กับตัวเองแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การตัดสินใจของซักเคอร์เบิร์กจะถูกหรือผิด เฟซบุ๊กจะยังคงสถานภาพยักษ์ใหญ่ทางโซเชียลมีเดียได้อยู่หรือไม่ในอีก 10 ปีต่อจากนี้ หรือการซื้อกิจการผู้สร้างหุ่นโดรนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือไม่ ณ วันนี้ คงจะยังไม่มีใครสามารถตอบได้ถูกต้อง 100% แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งเฟซบุ๊กเกิดต้องล้มลง ด้วยกลไกของโลกเสรีที่เปิดกว้างทางด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าโลกเราก็จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง และคงจะดีไม่น้อยนะครับถ้าวันหนึ่ง ความ “คิด” ของนวัตกรรมใหม่ ๆ เหล่านั้น สามารถมาจากฝีมือของเยาวชนคนไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ของพวกเราได้.ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวชหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิตchutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คิดแบบมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี