ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม และยังมีพื้นที่ที่ห่างไกลเทคโนโลยีและโอกาสทางการศึกษา ดังนั้น การแก้ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาไทยถือเป็นสิ่งสำคัญ นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ และประธานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เล่าว่า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู และปัญหาครูสอนไม่ตรงวิชาเอก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาตรงจุดนี้อย่างมาก เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ใน พ.ศ. 2539 ทรงแก้ปัญหาการขาดแคลนครู โดยพระราชทานทุนประเดิม 50 ล้านบาท ตามที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อก่อตั้งมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น และทรงพระกรุณาพระราชทานตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ 50 ปี ให้เป็นตราของมูลนิธิฯ จนถึงปัจจุบันรวม 17 ปีแล้ว นายขวัญแก้ว เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมได้จัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ “ครูตู้” โดยถ่ายทอดการเรียนการสอนหลักสูตรขั้นพื้นฐานจากโรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียนราษฎร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวม 12 ช่อง 12 ชั้น โดยครูคนเดียวกันถ่ายทอดโดยตรงจากโรงเรียนวังไกลกังวลเพื่อเปิดโอกาสให้โรงเรียนต่าง ๆ ที่ขาดแคลนครู โดยเฉพาะครูประจำวิชา สามารถดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ยังมีการออกอากาศช่องการอาชีพ ช่องอุดมศึกษา และรายการนานาชาติอีกอย่างละ 1 ช่อง รวม 15 ช่อง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านจาน KU Band หรือสมาชิก ทรูวิชั่นส์ และเมื่อเทคโนโล ยีมีการพัฒนา ปัจจุบันสามารถชมการเรียนการสอนผ่านเว็บไซต์ www.dlf.ac.th ในระบบอีเลิร์นนิ่ง อีกทั้งยังสามารถรับชมรายการสด และรายการย้อนหลัง ผ่านอุปกรณ์พกพาทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอสเพียงดาวน์โหลด App ใน Play store และ App Store ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบชุดอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมและติดตั้งระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศจำนวน 35,215 โรงเรียน อีกทั้งยังมีโรงเรียนเอกชนติดต่อขอรับชุดอุปกรณ์ด้วยเช่นกัน จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า “ครูตู้” ถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมาก สำหรับความสำเร็จที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจมาก มีสถิติสูงขึ้นทุกปี ยกตัวอย่างนักเรียนโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งมีนักเรียนประมาณ 3,000 คน ศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ประมาณ 100 คน สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 98 คน นายพันธ์ศักดิ์ สุเมธจรัส ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงข่าย สำนักปฏิบัติการ ทีโอที เล่าว่า นอกจากจะถวายเงินในโครงการแล้ว ยังสนับสนุนหมายเลขโทรศัพท์ฟรี และโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตในการจัดอบรมครูด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และสถานที่ตั้งสำนักงานโครงการโรงเรียนการศึกษาทางไกลอินเทอร์เน็ต และห้องปฏิบัติการโครงการ DLF อีเลิร์นนิ่ง เฉลิมพระเกียรติด้วย “ปัจจุบัน ผู้บริหาร ทีโอที มองเห็นถึงความสำคัญ จึงเพิ่มความเร็วของช่องทางสื่อสาร เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารที่ต้องเผยแพร่การออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง จึงได้เพิ่มความเร็วเป็น 1,000 เมกะบิต และค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมเฉลี่ย 30 ล้านบาทต่อปี” นายพันธ์ศักดิ์ กล่าว นางสาวจินตนา วรรณยง ตัวอย่างนักเรียนที่ประสบความสำเร็จจากการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมรุ่นแรก เล่าว่า ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตนจึงได้มีโอกาสมาถึงจุดนี้ จากลูกชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนให้โอกาสทางการศึกษาจนจบปริญญาโท และการอบรมภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยโอเรกอน ยืนยันว่าจะทำงานที่มูลนิธิฯ ต่อไป เมื่อการศึกษาเปิดกว้าง สิ่งที่จะทำให้เห็นผลได้คือ ตัวผู้รับเอง ว่าจะกอบโกยโอกาสนั้น ๆ มากน้อยเพียงใด. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ทีโอที’ หนุน ‘ครูตู้’ลดช่องว่างการศึกษาไทย
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

‘ทีโอที’ หนุน ‘ครูตู้’ลดช่องว่างการศึกษาไทย
-

ศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อโครงการ Internet.org
อีริคสันและเฟซบุ๊กได้ประกาศร่วมกันถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนโครงการ Internet.org โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือกันระหว่างอีริคสันและเฟซบุ๊ก เพื่อเตรียมการด้านสภาพแวดล้อมและทักษะความชำนาญในการสร้างความเหมาะสมให้กับแอพพลิเคชั่น เครือข่าย อุปกรณ์และการบริการที่จะมารองรับผู้ใช้งานอินเทอร์ เน็ตอีกจำนวนกว่า 5 พันล้านคน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ศูนย์วิจัยจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังปี 2557 ที่แคมปัสเฟซ บุ๊ก ในเมนโล พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยการจัดตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสอดรับกับเป้าหมายหลักของโครงการ Internet.org ในการที่จะขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้กับทุกคน ด้วยพื้นฐานตามอุปกรณ์ของอีริคสันและความสามารถด้านการบริการตรวจสอบแอพพลิเคชั่น (Application Verification) รวมทั้งการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในด้านโมบาย เน็ตเวิร์ก อีริคสันจะเตรียมการสำหรับเฟซบุ๊กและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการจำลองสภาวะแวดล้อมทางเครือข่ายที่มีความแตกต่างกันจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้นักพัฒนาได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ นายเจย์ พาลิงค์ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ศูนย์วิจัยแห่งนี้ จะช่วยให้นักพัฒนาจำลองสภาพของการใช้งานในเครือข่ายสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เหมือนจริง ได้ทดสอบและปรับปรุงความเหมาะสมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน ถือเป็นความเชี่ยวชาญอันเฉพาะตัวของอีริคสัน ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะช่วยขจัดอุปสรรคที่ปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้หมดไป แม้ว่าทุกวันนี้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงเครือข่ายเพื่อทดสอบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้จากที่ทำงานหรือออฟฟิศ แต่ในความเป็นจริงความหลากหลายในเทคโน โลยีของเครือข่ายที่แตกต่างกัน เช่น 2G, 3G, 4G และ ไว-ไฟ ในสถานที่ ๆ แตกต่าง ทำให้ผู้บริโภคนั้นมีการเข้าถึงและใช้เครือข่ายที่แตกต่างกันด้วย รวมทั้งความหลากหลายและระบบของโทรศัพท์รวมทั้งอุปกรณ์ที่หลากหลายของผู้บริโภคอีกด้วย ดังนั้นศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถจำลองสภาพแวดล้อมทางเครือข่ายที่อย่างหลากหลายจากทุก ๆ แห่งในโลกได้เลย จากการประกาศการจัดตั้งโครงการ Internet.org ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ด้วยวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งโครงการขึ้นเพื่อให้ผู้กว่า 2 ใน 3 ของโลกที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์ เน็ตที่มีราคาที่ถูกลง ใช้งานดาต้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการขับเคลื่อนทางธุรกิจ นาย โจฮานน์ วีเบรกค์ รองประธานระดับสูงและหัวหน้าฝ่าย Business Unit Networks ของอีริคสัน กล่าวว่า บริการการตรวจสอบแอพพลิเคชั่น (Application Verification Service) เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของอีริคสันในเรื่องของการสร้างสังคมเครือข่าย (Networked Society) ที่อุปกรณ์ต่าง ๆ จะสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นโดยจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกมากมาย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อโครงการ Internet.org -

จี้ กสทช.ให้ความรู้ผู้บริโภคก่อนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล
วันนี้ (11 มี.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ทางคณะกรรมการองค์การอิสระภาคประชาชนเครือข่ายผู้บริโภค กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ กสทช.เร่งเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภคก่อนออกอากาศทีวีดิจิทัล เช่น เรื่องกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล และกล่องรับสัญญาณในระบบเคเบิล และดาวเทียมพร้อมทั้งจัดทำแผนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการแจกจ่ายคูปองอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะประชากรที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎร์ เช่น กลุ่มแรงงานในเมือง กลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ห่างไกล หรือ กลุ่มคนพิการ ฯลฯนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.และกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่า พร้อมนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณา ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนการติดตั้งโครงข่ายด้วย ขณะที่การแจกคูปองให้ประชาชนจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศนั้น จะร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและไปรษณีย์ไทยนำจ่ายพร้อมใบแจ้งหนี้ ส่วนราคาคูปอง 690 บาท อาจไม่เพิ่มขึ้นแต่ราคากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) ควรต้องมีราคาลดลงจากตลาดปัจจุบันอย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาที่ผู้ให้บริการโครงข่ายที่อาจไม่พร้อมให้ช่องทีวีดิจิทัลเช่าใช้ออกอากาศในวันที่1 เม.ย.นี้นั้น หากสถานีไหนไม่พร้อมออกอากาศหรือจะต้องเลื่อนออกไป ถือเป็นปัญหาใหญ่เพราะเมื่อโครงข่ายไม่พร้อมแต่ผู้ร่วมประมูลช่องออกอากาศทั้ง 24 ช่องมีความพร้อมที่จะออกอากาศถือเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจของทั้ง 24 ช่องด้วย เพราะเมื่อไม่มีโครงข่ายให้บริการก็ไม่สามารถออกอากาศได้ ทั้งนี้ผู้ให้บริการโครงข่ายจะต้องชี้แจงได้ว่าทำไมไม่สามารถให้บริการได้ทัน อย่างไรก็ตามกสทช.จะต้องมีบทลงโทษกับผู้ให้บริการโครงข่ายเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นในเรื่องของค่าปรับ ฯลฯ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ กสทช.ให้ความรู้ผู้บริโภคก่อนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล