วันนี้(26 ก.พ.) ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สุชาติวงศ์ อนันตชัยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประธานกรรมการ (บอร์ด)บริหาร บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที และผู้บริหารทีโอที กล่าวชี้แจงในประเด็นต่างๆ อาทิ เปอร์เซ็นต์วงเงินขึ้นเงินเดือนที่ลดลงจาก7.5 % เหลือ 4%, การใช้งบประมาณในการดูงานต่างประเทศของผู้บริหาร,กรณีนำเงินสภาพคล่องไปซื้อพันธบัตรจำนำข้าว,การบริหารโครงการ3 จี เฟสแรก ผิดพลาด และ ความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอสเพื่อให้บริการ 3จี เฟส 2 หลังจากที่พนักงาน ทีโอที กว่า 1พันคนแต่งชุดดำประท้วงพร้อมขับไล่บอร์ดและผู้บริหารในช่วงเช้าวันนี้ นายยงยุทธ กล่าวว่า ยืนยันว่า ทีโอทีไม่มีนโยบายนำเงินทีโอทีไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมทุนนำเงินไปช่วยชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวอย่างแน่นอนโดยขณะนี้ลำพังจะหารายได้เลี้ยงองค์กรหลังสัมปทานหายไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท ก็ลำบากมากพอแล้ว คงไม่สามารถมีแรงไปช่วยรัฐบาลได้อีก ส่วนกรณีการที่มีคนเห็นตนขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นยืนยันว่าไม่เคยขึ้นเวทีเลย และไม่มีความคิดจะขึ้นเวทีที่ไหนด้วย ผิดที่หน้าตาเหมือนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ส่วนกรณีโครงการ 3 จี เฟส 1 ที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากเสร็จล่าช้ากว่ากำหนดจากเดือน เม.ย. เป็น ธ.ค.56 ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนรายใหญ่ทั้ง 3 รายได้แต่ยืนยันจะร่วมมือกับพันธมิตรเอกชน โดยเฉพาะ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เพื่อชดเชยรายได้สัมปทานที่หายไป ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้จากบริการ 3จี ในปีนี้อยู่ที่ 4,800 ล้านบาทขณะที่ พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันตชัย ประธานบอร์ดทีโอที กล่าวว่า บอร์ดได้ยกเลิกการเดินทางไปดูงานต่างประเทศในเดือนมี.ค.นี้ของกรรมการทุกคน เนื่องจากองค์กรกำลังประสบปัญหาเรื่องรายได้ จึงไม่ใช่ช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม แม้การเดินทางดูงานไปต่างประเทศจะไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้และถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของบอร์ดก็ตามอย่างไรก็ตาม หลังการชี้แจงของบอร์ดและฝ่ายบริหารกลุ่มพนักงานยังคงไม่พอใจเนื่องจากการขึ้นเงินเดือนและโบนัสยังไม่ชัดเจน ถึงแม้ว่าบอร์ดให้คำสัญญาว่าจะมีความชัดเจนและทำให้อัตราเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนของพนักงานได้ 7.5% เท่าเดิมในช่วงเดือนเม.ย.นี้ก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมบอร์ด ทีโอที พนักงานได้ปล่อยลมยางรถของพ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันตชัย ประธานบอร์ด เพื่อไม่ให้เดินทางกลับหากไม่ยอมชี้แจง จึงทำให้ประธานบอร์ดต้องยอมเดินมาชี้แจงต่อพนักงาน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ยงยุทธ” ย้ำ ทีโอที ไร้นโยบายซื้อพันธบัตรโครงการจำนำข้าว
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

“ยงยุทธ” ย้ำ ทีโอที ไร้นโยบายซื้อพันธบัตรโครงการจำนำข้าว
-

กสทช.เชิญช่องทีวีหารือกำกับดูแลกันเองต้น มี.ค.นี้
วันนี้(26 ก.พ.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)จัดงานเสวนาความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการกำกับดูแล “สิทธิเสรีภาพและจรรยาบรรณสื่อกับการสื่อสารที่สร้างความขัดแย้งในสังคม” น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า การเสวนาครั้งนี้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสื่อสารมวลชน นักวิชการ และผู้บริโภคได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการกำกับดูแลสื่อในการนำเสนอข่าวสารซึ่งจะช่วยนำไปสู่การผ่อนคลายสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ให้มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยช่วงประมาณต้นเดือนจะเชิญ 11องค์กรวิชาชีพสื่อ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัลเข้ามาหารือร่วมกันในการกำกับดูแลของวิชาชีพสื่อ และให้สำนักงานกสทช.เชิญช่องทีวีที่มีจุดยืนทางการเมืองเข้ามาร่วมหารือเสวนาวงปิดต่อไป ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ กล่าวว่า ยอมรับว่าปัจจุบันสื่อมีการเลือกข้างและมีการแบ่งขั้วทางการเมืองชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันประชาชนที่รับชมก็มีทางเลือกในการรับสื่อทำให้กสทช.ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลสื่อต้องเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลสื่ออย่างจริงจังรวมทั้งเปิดพื้นที่ให้วิชาชีพสื่อได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน ซึ่งเสนอให้กสทช.เชิญช่องบริการสาธารณะอย่าง ช่อง 5 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส เข้ามาหารือในฐานะที่เป็นช่องบริการสาธารณะและช่องความมั่นคง ส่งเสริมประชาธิปไตยในการทำหน้าที่บทบาทของช่องเป็นต้น ด้าน ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ คณะบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การกำกับดูแลกันเองของวิชาชีพสื่ออาจจะยังไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นเท่าที่ควร และไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากบางช่องมีนโยบายที่แตกต่างกันออกไปจึงเห็นว่าควรมีการกำกับดูแลแบบบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานกำกับดูแล ภาคส่วนอื่นๆอาทิ นักวิชาการ นักศึกษา เป็นต้น ส่วนการนำเสนอข่าวสารการเมืองในปัจจุบันมองว่าสื่อบางสื่อที่นำเสนอสร้างความขัดแย้ง ควรลงดาบได้แล้ว ควรสร้างบทเรียนให้สังคมได้รับรู้ เนื่องจากการนำเสนอข่าวสารในปัจจุบันเด็กไม่สามารถรับชมได้คนเดียวได้ต้องมีผู้ปกครองดูแล ดังนั้นการเข้ามาร่วมกำกับดูแล ต้องสร้างให้เด็กรู้เท่าทันสื่อเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เชิญช่องทีวีหารือกำกับดูแลกันเองต้น มี.ค.นี้ -

เทรนด์ไมโคร รุกธุรกิจรักษาความปลอดภัยข้อมูลปี 57
นายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของบริษัท เทรนด์ไมโคร(ประเทศไทย) ปี 2556 เติบโตสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์ สำหรับ เซกเมนท์ ที่เติบโต ได้แก่ กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจน้ำมันและพลังงาน และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก โดยในปีนี้เทรนด์ไมโครจะเน้นทำตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นธุรกิจการเงินการธนาคาร ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ธุรกิจค้าปลีก และสถาบันการศึกษาต่างๆ พร้อมทั้งตั้งเป้ายอดขายปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ 25% และล่าสุด บริษัทฯ พร้อมเปิดตัวสัญญาบริการรูปแบบใหม่ที่ชื่อว่า “เทรนด์ไมโคร แคมปัส อกรีเม้นท์” เป็นโปรแกรมการคิดไลเซนส์พิเศษแบบเช่าใช้รายปี ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้าที่เป็นสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะ โดยการให้บริการจะใช้วิธีการคำนวนไลเซนส์จากจำนวนบุคลากรในสถาบันเพื่อรับสิทธิ์การใช้งานการปกป้องที่ครอบคลุมเครื่องทั้งหมดภายในสถาบัน ไม่ว่าจะเป็น การปกป้องเซิรฟ์เวอร์ หรือเครื่องลูกข่ายของบุคลากรสถาบัน อาทิเช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ ครูผู้สอน เครื่องในห้องเรียน ห้องอบรม และห้องแล็ปต่างๆ “โปรแกรมบริการพิเศษสำหรับภาคการศึกษานี้จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศแรก และจะเริ่มขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียนต่อไป สำหรับในประเทศไทยบริษัท เทรนด์ไมโคร ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาคการศึกษา เตรียมนำเสนอแผนความคุ้มค่าทั้งในด้านราคา และทางด้านเทคนิคต่างๆ ให้กับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ทั้งรัฐบาลและเอกชน ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโปรแกรมนี้แน่นอน” นายวิลเลี่ยมกล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทรนด์ไมโคร รุกธุรกิจรักษาความปลอดภัยข้อมูลปี 57