แอพพลิเคชั่นโมโลมี (Molome) ของเนย สิทธิพล พรรณวิไล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีทีโอของบริษัทโมโลมี เปิดให้บริการนานเป็นปีแล้ว แต่วันนี้มีผู้คนพูดถึงค่อนข้างมาก หลังจากให้ดาวน์โหลด มีม (Meme) รูปภาพที่ใส่ข้อความได้เอง เพื่อให้ดูตลก และสติกเกอร์ โดยนำคาแรกเตอร์คนดัง ๆ มาเป็นมีม มีมคนแรกของไทย คือใคร? สิทธิพล เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจเกิดขึ้นหลังจากไปเข้าค่ายในต่างประเทศ จึงค้นพบว่า อยากให้แอพพลิชั่นโมโลมี เป็นแอพที่ทำอะไรได้มากกว่าการทำตกแต่งภาพให้สวยงามเหมือนที่ผ่านมา จึงทำมีม หรือ Meme และสติกเกอร์ ซึ่งในต่างประเทศทำกันมานานแล้ว โดยจะเน้นไปที่คนดัง ดาราที่มีบุคลิกโดดเด่น แต่ในเมืองไทยยังไม่มีใครทำ เมื่อลงมือครั้งแรก ตัดสินใจเลือกภาพและบุคลิกของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม เพราะทุกคนชื่นชอบและรู้จักกันดีในโซเชียลเน็ตเวิร์ก “อาจารย์ท่านดูเป็นคนใจดี จริงใจ เป็นคนทำงาน จึงเอาภาพท่านที่อยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กมาทำมีม หลังจากเปิดให้ดาวน์โหลดนาน 3 ชั่วโมง มีคนให้ความสนใจดาวน์โหลดไปมากกว่า 1,500 โหลด แต่ก็มีคนท้วงติง เพราะท่านเป็นอาจารย์ มีลูกศิษย์มากมาย แต่บางคนก็บอกว่า น่ารักดี ท่านเป็นขวัญใจ จึงพยายามส่งข้อความไปขออนุญาตท่านผ่านทาง เฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายจึงตัดสินใจให้ดาวน์โหลดแบบเต็มที่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา” สิทธิพล บอกว่า ล่าสุดเว็บไซต์เกี่ยวกับเทคโนโลยีของสิงคโปร์ก็เขียนถึงมีมชุดนี้ของโมโลมี จึงตัดสินใจปล่อยดาวน์โหลดทั้งไอโอเอส แอนดรอยด์ ส่วนวินโดวส์ โฟน จะตามมาในเร็ว ๆ นี้ โดยในส่วนที่เป็นมีม จะมีเพียงรูปเดียว ส่วนสติกเกอร์มีประมาณ 10 แบบ ถือว่าเป็นมีมอันแรกของไทย และถือโอกาสเก็บข้อมูลเพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับแอพและสติกเกอร์ในไทยไปด้วย ในฐานะที่เป็นคนทำแอพ เป็นนักพัฒนา สิทธิพล มีความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจแอพพลิเคชั่นในไทยว่า หากเป็นแอพทั่วไป หรือแอพเอนยูสเซอร์ ตลาดวายไปนานแล้ว แต่แอพเกม ยังสดใส เพราะคนเล่นเกม มักจะค้นหาเกม ใหม่ ๆ มาเล่น หลังจากเบื่อเกมเก่า แอพที่มีแนวโน้มเติบโต แต่ยังมีน้อยคือ แอพที่เจาะกลุ่มธุรกิจ ให้บริการเฉพาะกลุ่ม แต่มีตัวตน มีการบริการชัดเจน เช่น แอพสำหรับเอนเตอร์ไพรซ์ หรือภาคธุรกิจ ที่มองอยู่ก็คือ ธุรกิจคอนโดมิเนียม แทนที่จะเป็นแค่แอพแนะนำคอนโดฯ ก็ควรเจาะลึกลงไปที่บริการตรวจรับคอนโดฯ บนแท็บเล็ต โดยไม่ต้องใช้กระดาษ เป็นต้น ล่าสุดโมโลมี ก็พัฒนาแอพสำหรับงานอีเวนต์ ที่อยากให้มีของที่ระลึกสำหรับผู้ที่มาเข้าชมงาน จึงมองว่า แอพพลิเคชั่นกับงานอีเวนต์หรือภาคธุรกิจ จะไปด้วยกันได้ดี เวลานี้ผู้ใช้รู้จักแอพพลิเคชั่นแล้ว ก้าวต่อไปก็คือ ทำอย่างไรให้แอพเป็นที่รู้จัก เอามาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิงอย่างเดียว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โมโลมี ไม่ใช่แค่แอพแต่งรูปให้สวย
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

โมโลมี ไม่ใช่แค่แอพแต่งรูปให้สวย
-

บราเดอร์ใช้มิวสิกมาร์เกตติ้งขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่
บราเดอร์ชี้การเมืองกระทบตลาดพรินเตอร์เล็กน้อย เผยปีนี้เน้นทำตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ เจาะกลุ่มต่างจังหวัด พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์มิวสิกมาร์เกตติ้งดึง “ดีเจพุฒ” เป็นพรีเซ็นเตอร์ หวังเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้านายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดพริน เตอร์ในประเทศไทยปีที่ผ่านมาจะไม่มีการเติบโต แต่ยังมีบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตอยู่บ้าง เช่น เลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งบราเดอร์ในปีนี้จะยังคงเน้นการทำตลาดเลเซอร์พรินเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผลประกอบการของบราเดอร์ 3 ไตรมาส (เม.ย.-ธ.ค. 56) มีการเติบโตกว่า 13% โดยปีที่ผ่านมาจะเน้นการทำตลาดต่างจังหวัดที่ยังมีการเติบโตสูง ขณะที่กรุงเทพฯ เติบโตน้อยกว่าและมีการแข่งขันสูงอย่างไรก็ดีมองว่า ปัจจัยด้านอื่น ๆ เช่นการเมือง มีผลต่อการทำตลาด ซึ่งยากกว่าเดิมเล็กน้อย โดยบางจุดอาจกระทบเรื่องการเดินทาง แต่เนื่องจากบราเดอร์มีจุดกระจายสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศ จึงไม่กระทบมากนักและเชื่อว่าตลาดกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านยังคงมีความต้องการใช้งาน พรินเตอร์อยู่สำหรับปีนี้ บราเดอร์ได้ปรับแผนการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งยังคงนำกลยุทธ์การตลาดผ่านการใช้ดนตรี หรือมิวสิกมาร์เกตติ้ง มาใช้เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งล่าสุดดึง ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตอกย้ำกลยุทธ์ดังกล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บราเดอร์ใช้มิวสิกมาร์เกตติ้งขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ -

ไมโครซอฟท์ชวนอัพเกรดซอฟต์แวร์ย้ำเลิกอัพเดทวินโดว์สเอ็กซพี 8 เม.ย.นี้
นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์ และ เซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ ( ประเทศไทย ) ได้แนะนำผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งผู้บริโภคทั่วไปและภาคธุรกิจในประเทศไทย ให้หันมาดูแลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ห่างไกลไวรัสและมัลแวร์ที่เป็นอันตราย ด้วยการอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย ก่อนที่ ไมโครซอฟท์ จะยุติการสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซพี และโปรแกรมออฟฟิศ 2003 ในวันที่ 8 เมษายน 2557 ที่จะถึงนี้ ขณะนี้ เหลือระยะเวลาอีกเพียงไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งไมโครซอฟท์จะยุติการสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซพี และโปรแกรมออฟฟิศ 2003 จากข้อมูลของไมโครซอฟท์ ยังพบว่า 1 ใน 4 ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในประเทศไทย ยังใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เอ็กซพี ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่มีอายุถึง 11 ปีแล้ว ไม่มีความสามารถรับมือกับการโจมตีที่ซับซ้อนผ่านระบบไซเบอร์ได้ รวมทั้งยังไม่สนองตอบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่การปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเพิ่มประสิทธิผลอีกด้วย โดยตั้งแต่ วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะยุติการอัพเดทระบบรักษาความปลอดภัย การซ่อมแซมระบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย หยุดให้บริการด้านเทคนิคทางโทรศัพท์ และจะไม่มีการอัพเดทข้อมูลด้านเทคนิคผ่านระบบออนไลน์สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซพี อีกต่อไป ดังนั้น ผู้ใช้จะไม่ได้รับการอัพเดทต่างๆ ที่จะสามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัสอันตราย สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายอื่นๆ และผลที่ตามมาก็คือระบบอาจหยุดทำงานหรือปัญหาซอฟต์แวร์ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ไมโครซอฟท์ ได้แนะนำให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ยังใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซพี อัพเกรดไปเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 หรือวินโดวส์ 8 รายงานจากไมโครซอฟท์ ซีเคียวริตี้ อินเทลลิเจน รีพอร์ต ( Microsoft’s Security Intelligence Report ) ฉบับที่ 14 เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2556 ที่ผ่านมา ระบุว่า วินโดวส์เอ็กซพี ที่ติดตั้ง Service Pack 3 มีความเสี่ยงมากกว่า วินโดวส์ 8.1 ถึง 56.5 เท่า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ชวนอัพเกรดซอฟต์แวร์ย้ำเลิกอัพเดทวินโดว์สเอ็กซพี 8 เม.ย.นี้