ไปรษณีย์ไทย ทำคอลเล็คชั่นพิเศษสำหรับหนอนหนังสือ รวมแสตมป์ที่ระลึกกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก 2556 ขายในงานหนังสือมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 18 ชุดละ 99 บาท
ไปรษณีย์ไทยจัดทำคอลเลคชั่นพิเศษชุด “อ่านกันสนั่นเมือง” รวมชุดแสตมป์ที่ระลึกกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก 2556 ทั้งแบบเต็มแผ่น 10 ดวง และแผ่นชีทที่ผนึกหนังสือจิ๋วอ่านได้จริงด้วยตาเปล่าครั้งแรกของเมืองไทย ในเรื่อง “แก้วจอมแก่น” พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมเลขกำกับแผ่นตรงกัน และเรื่องราวเกี่ยวกับรางวัลเมืองหนังสือโลกทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เหมาะเป็นของที่ระลึกสำหรับบุตรหลานเยาวชน ที่เป็นหนอนหนังสือทั้งหลาย จำหน่ายในราคาพิเศษชุดละ 99 บาท ที่บูธไปรษณีย์ไทย หน้าเพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอด 12 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 16 – 27 ต.ค.นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร โทร. 0 2831 3853, 0 2831 3856, 0 2831 3876 หรือทางไลน์ stampinlove
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แสตมป์พิเศษสำหรับหนอนหนังสือ
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

แสตมป์พิเศษสำหรับหนอนหนังสือ
-

สองนักวิจัยหญิงเก่ง ‘ไบโอเทค’ – ฉลาดคิด
เพราะงานด้านวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นข้อจำกัดความสามารถของผู้หญิง วันนี้..จะพาไปรู้จักกับ 2 นักวิจัยหญิงเก่งแห่งไบโอเทคหรือศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกหมาด ๆ ให้ได้รับทุนในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ประจำปีนี้ คนแรกก็คือ ดร.จิตติมา พิริยะพงศา ซึ่งทำวิจัยเรื่อง การใช้เทคนิคชีวสารสนเทศในการศึกษาบทบาทและกลไกใหม่ของไมโครอาร์เอ็นเอในการจับกับตำแหน่งเป้าหมายบนยีนโปรโมเตอร์ ดร.จิตติมา บอกว่า งานวิจัยนี้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยเป็นการใช้เทคนิคชีวสารสนเทศ หรือการนำความรู้ด้านชีววิทยาและคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมกัน เพื่อทำนายหาตำแหน่งเป้าหมายของไมโครอาร์เอ็นเอที่อยู่บนลำดับเบสโปรโมเตอร์ของยีนกว่าสามหมื่นยีนในจีโนมคน และจัดตั้งเป็นฐานข้อมูลแบบบูรณาการแห่งแรกในโลกของข้อมูลตำแหน่งเป้าหมายดังกล่าว เผยแพร่ในรูปแบบเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าศึกษาและใช้งานได้ฟรี ปัจจุบันมีการใช้งานแล้วกว่า 50 กลุ่มวิจัยจากทั่วโลก ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว หากทดลองในห้องปฏิบัติการจะใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นนักวิจัยสามารถใช้ฐานข้อมูลที่ทำคัดกรองตำแหน่งเป้าหมาย และโฟกัสยีนที่สนใจได้ทันที ก่อนที่จะนำมาศึกษาต่อไปในเชิงลึก ซึ่งสามารถช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการดำเนินวิจัยอีกด้วย สำหรับนักวิจัยหญิงเก่งอีกหนึ่งคนของไบโอเทคก็คือ ดร.ธริดาพร บัวเจริญ ที่ได้รับทุนในสาขาวิทยาศาสตร์เคมี จากงานวิจัยเรื่อง การค้นหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในประเทศไทย ดร.ธริดาพร อธิบายถึงงานวิจัยที่ทำอยู่ว่า เป็นการมุ่งพัฒนายาจากสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของเชื้อจุลินทรีย์ที่ประเทศไทยมีความหลากหลายเป็นจำนวนมาก สารเหล่านี้สามารถนำมาพัฒนาเป็นยารักษาโรค เช่น ยับยั้งเชื้อมาลาเรีย วัณโรค เชื้อราและแบคทีเรียก่อโรคต่าง ๆ และยังสามารถใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร เช่น การป้องกันการเกิดโรคในพืชได้อีกด้วย ทั้งนี้จากการวิจัยที่ผ่านมา ทีมวิจัยสามารถค้นพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนหลายชนิด สำหรับทุนวิจัยสตรีลอรีอัลปีนี้ ยังมีนักวิจัยหญิงเก่ง อีก 2 ท่านที่ได้รับทุนนี้ด้วยคือ ผศ.ทพญ.ดร.ศรัณยา ตันเจริญ จากภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากงานวิจัยเรื่อง การผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่จำเพาะกับเปปไทต์ขนาดเล็กสำหรับรักษาโรคปริทันต์อักเสบชนิดลุกลาม และ ดร.ศรชล โยริยะ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จากงานวิจัยเรื่อง โครงการการขึ้นรูปฟิล์มท่อนาโนไทเทเนียและการประยุกต์ใช้งานด้านชีวการแพทย์ ทุนดังกล่าวจัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 ทำให้คนไทยได้มีโอกาสรู้จักนักวิจัยหญิงที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศมาแล้ว ถึง 44 คน รางวัลนี้ แม้จะมีส่วนในการให้กำลังใจกับนักวิจัยสตรี แต่คงไม่ใช่แค่นั้น เพราะนางสดับพิณ คำนวณทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า จากการพูดคุยกับนักวิจัยที่ได้รับทุนที่ผ่านมา มักจะบอกว่ารางวัลนี้เป็น จุดเปลี่ยนของชีวิต จากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ทำงานในห้องแล็บทดลอง กลายเป็นที่รู้จัก และได้รับโอกาสจากหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อยอดงานวิจัยให้เกิดการใช้งานจริงได้มากขึ้นอีกด้วย. นาตยา คชินทร
4 นักวิจัยสตรีเพื่อวิทยาศาสตร์ลอรีอัล nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สองนักวิจัยหญิงเก่ง ‘ไบโอเทค’ – ฉลาดคิด -

‘อนุดิษฐ์’ รับแก้ไขพ.ร.บ.คอมพ์ ช้า เหตุต้องเปิดกว้างฟังทุกความเห็น

อนุดิษฐ์ ชี้ การแก้ไข พ.ร.บ.คอมพ์ 2550 ช้า เนื่องจากต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นในทุกภาคส่วน เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นของทุกคน ยืนยัน แก้ไขแล้วเสร็จภายในปีนี้ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนชี้แจงต่อสภา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. อยู่ระหว่างปรับแก้ไข โดยมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และในสัปดาห์นี้ทางสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีพีซี) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้มายื่นเสนอความคิดเห็นเช่นกัน โดยขณะนี้ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นและนำเข้าที่ประชุมในช่วงสุดท้าย ที่การแก้ไขปรับปรุงช้าเพราะต้องเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งในส่วนของเอ็นจีโอจะมองในด้านสิทธิเสรีภาพที่ตนเองทำอยู่ ทุกเรื่องถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นของทุกคน ซึ่งนอกจากจะต้องรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนทุกกลุ่มแล้ว ก็ต้องดูที่กฎหมายด้วย ทั้งนี้ มองว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จภายในปีนี้ และน่าจะอยู่ในขั้นตอนชี้แจงต่อสภา อีก 2 ปี น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ทั้งนี้ พรบ.คอมพ์ 2550 ได้มีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.2550 ที่ผ่านมา และพบปัญหาการใช้บังคับในทางปฏิบัติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ความผิดที่กำหนดไว้ในกฎหมายไม่ครอบคลุมถึงรูปแบบการกระทำความผิดที่เปลี่ยนไป อาทิ ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (สแปมเมล์) เพราะกฎหมายกำหนดให้มีความผิดต่อเมื่อมีการปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มา แต่ปัจจุบันสแปมเมล์สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย เป็นต้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘อนุดิษฐ์’ รับแก้ไขพ.ร.บ.คอมพ์ ช้า เหตุต้องเปิดกว้างฟังทุกความเห็น