ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า บรรยากาศที่สำนักงานสลากที่สนามบินน้ำมีประชาชนหลายหมื่นรายเดินทางเข้ามาเพื่อขอยื่นใบสมัครเป็นผู้ค้าสลาก ตามข่าวที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่าจะเปิดรับลงทะเบียนประชาชนรายย่อย คนพิการที่สนใจอยากได้โควตาเข้ามาเป็นผู้ค้าสลากรายใหม่ โดยจะนำโควตาของรายเก่าที่ไม่มาแสดงตัวหรือทำผิดเงื่อนไข มาใช้วิธีการสุ่มรายชื่อเพื่อจัดสรรให้คนที่มาขึ้นทะเบียนในวันนี้ ส่งผลให้มีทั้งประชาชนรายย่อย และผู้พิการแห่เข้ามาขอลงทะเบียนจำนวนมาก พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28-31 ส.ค. นี้ สำนักงานสลากฯได้เปิดให้ผู้ที่ได้รับโควตาสลากรายย่อย มูลนิธิบางส่วนที่มีโควตาสลาก 43 ล้านฉบับ และอีก 2 ล้านฉบับที่เป็นสลากฯ เปิดให้กับผู้พิการที่ผ่านมา ได้เข้ามาแสดงตัวเพื่อขอรับบัตรผู้ค้าสลาก โดยผู้ค้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑลจะได้บัตรสีส้ม ผู้ค้าต่างจังหวัดจะได้บัตรสีเขียว เข้ามาแสดงตนจะกำหนดตามลำดับที่ โดยเฉลี่ยวันละ 3,500 คน ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ส่วนผู้ที่ได้โควตาที่เหลือคือนิติบุคคล องค์กรต่างๆ มูลนิธิ ให้นำเอกสารมาแสดงตัววันที่ 31 ส.ค.57 เพื่อนำเป็นหลักฐานในการรับสลากของงวดวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งจะเริ่มเปิดจำหน่ายให้ผู้ค้าในวันที่ 1 ก.ย.นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ค้าสลากฯ แห่แสดงตัววันแรก
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ผู้ค้าสลากฯ แห่แสดงตัววันแรก
-

บัวหลวงมั่นใจจีดีพีปีนี้โตเกิน 2%หากยกเลิกอัยการศึก
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ของไทยทั้งปีคาดว่าจะโตได้มากกว่า 2 % หากครึ่งปีหลังรัฐบาลยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึก เพราะจะทำให้การท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จนถึงไตรมาส1 ของปี 58 กลับมาคึกคัก แต่ภาครัฐต้องผลักดันการลงทุนขนาดใหญ่อย่างน้อย 2 โครงการให้ออกมาเป็นรูปธรรมด้วย เพื่อแสดงให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจ และก่อให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติตามมา อย่างไรก็ตามจีดีพีในไตรมาส 3 ะขยายตัว 3 % และ 5-6 %ในไตรมาสที่ 4“แรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ที่หน่วยงานทางเศรษฐกิจตั้งความหวังคือภาคการส่งออก แม้ช่วงครึ่งปีแรกการส่งออกต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร ส่วนตัวมองว่าไม่ควรกังวลกับเรื่องดังกล่าวมากนัก เพราะเครื่องจักรเศรษฐกิจ 3 ตัวที่เหลือได้แก่ การท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐ เริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง”สำหรับสิ่งที่ต้องจับตาและดำเนินการภายใน 12 เดือนต่อจากนี้คือ การปฏิรูปประเทศ หากทำได้สำเร็จตามที่วางแผนไว้จะทำให้ต่างประเทศเห็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยในทันที โดยที่ผ่านมาสังเกตว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายสำนักงานส่งเสริมการลงทุนมาอยู่ภายใต้สำนักงานนายกรัฐมตรี การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการสร้างรถไฟรางคู่ หากทำอย่างต่อเนื่องประเทศไทยจะทิ้งห่างเพื่อนบ้านได้แน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บัวหลวงมั่นใจจีดีพีปีนี้โตเกิน 2%หากยกเลิกอัยการศึก -

อาเซียนผนึกชาติมหาอำนาจ เร่งขยายการค้า
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศรปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากอาเซียน 10 ประเทศและรัฐมนตรีเศรษฐกิจประเทศคู่เจรจาได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ อินเดีย สหรัฐ และ รัสเซีย เห็นชอบให้มีการขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้นเพื่อสร้างความเติบโตให้กับเศรษฐกิจในภูมิภาคและของโลก ทั้งนี้ที่ประชุมได้ผลักดันมาตรการให้มีการลดและยกเลิกอุปสรรคทางการค้าการลงทุนรวมถึงเร่งอำนวยความสะดวกทางการค้า การปรับปรุงด้านกฎระเบียบการเชื่อมโยงในภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการสนับสนุนการจัดทำความตกลงการค้าเสรีที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างคล่องตัวที่แท้จริง “ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (คลัสเตอร์)ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะดึงดูดบริษัทให้เข้ามาลงทุนและจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าภาคเอกชนจากประเทศในกลุ่มอีเอเอสได้มีการเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาเซียนผนึกชาติมหาอำนาจ เร่งขยายการค้า