นายบุญยง ตันสกุลกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมถึงให้บริการระบบผ่อนสินค้าผ่านรูปแบบการขายตรง เปิดเผยว่าบริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ในปีนี้จากเดิม 10% ลดลงเหลือ 5-10%เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศกดดันกำลังซื้อของประชาชนชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีแรกอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังคงไร้ปัจจัยลบกดดันสภาวะเศรษฐกิจในประเทศและต้องจับตามองการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านกำลังซื้อของประชาชนว่าจะมีประสิทธิภาพมากเพียงใด “สถานการณ์กำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลังอาจปรับตัวเพิ่มมากขึ้นแต่คาดว่าในส่วนของต่างจังหวัดอาจยังชะลอตัวลงพอสมควรจากรายได้โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรยังคงตกต่ำทำให้ความสามารในการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่เป็นเกษตรกรยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ซึ่งต้องติดตามมาตรการของรัฐบาลในการดูแลจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด” นอกจากนี้บริษัทพยายามควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในระบบการชำระสินค้าเงินผ่อนในปีนี้ให้อยู่ในระดับ5.5% จากในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5.9%ซึ่งจะเน้นที่การดูแลคุณภาพสินเชื่อของลูกค้ารวมถึงดูแลความสามารถในการชำระหนี้เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่8% จะเพิ่มขึ้นเป็น 10%เนื่องจากการปรับเปลี่ยนการบริหารงาน ที่เน้นกลุ่มร้านค้ามากกว่าภาคครัวเรือนเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวค่อนข้างน้อยมาก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซิงเกอร์ลดเป้ารายได้
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ซิงเกอร์ลดเป้ารายได้
-

“บิ๊กตู่”สั่งแก้วิกฤติการบินไทย
นายกุลิศสมบัติศิริผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.)เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธาน คนร.ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)มากและได้เรียกประชุมกับผู้เกี่ยวข้องพล.อ.อประจิน จั่นตองรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจรองประธาน คนร.ประธานกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการการบินไทยถึงแนวโน้มธุรกิจและยุทธศาสตร์ของการบินไทย ทั้งนี้ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการการบินไทยเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทบทวนกำหนดยุทธศาสตร์และปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวได้ประกอบด้วย กรรมการการบินไทยร่วมกับกรรมการ คนร.และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ด้านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจและด้านการเงิน เพื่อทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารของการบินไทยโดย สคร.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคนร.จะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าการบินไทยจะกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจที่มั่นคงและแข่งขันกับสายการบินนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทยกล่าวถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการฯว่าขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะอนุกรรมการแผนฟื้นฟูตามข้อแนะนำของซุปเปอร์เพื่อกำหนดแผนงานการฟื้นฟูกิจการการบินไทยทั้งระยะสั้นกลาง และยาวให้การบินไทยกลับมาเป็นสายการบินอันดับ1ในภูมิภาคภายใน 2ปีโดยการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจะเสนอรายชื่อแต่งตั้งในที่ประชุมบอร์ดในวันที่29ส.ค.นี้ ส่วนการแก้ปัญหาสภาพคล่องของการบินไทยในเดือนก.ย.-ต.ค.57จะเสนอขอกู้เงินจากธนาคารออมสิน5,000-7,000ล้านบาท เพื่อมาเสริมสภาพคล่องและรักษากระแสเงินสดบริษัทให้อยู่ในระดับ15%ของรายได้หรือ 12,000ล้านบาทต่อเดือนหลังจากนั้นการบินไทยมีแผนกู้เงินผ่านกระทรวงการคลังอีก20,000ล้านบาทเพื่อรักษากระแสเงินสดจ่ายค่าเครื่องบินล่วงหน้าทั้งเครื่องบินแอร์บัสเอ320เครื่องบินโบอิ้ง777-300อีอาร์ตลอดจนจ่ายเงินคืนให้กับธนาคารออมสินซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นในปี57หากแผนฟื้นฟูไม่ผ่านความเห็นชอบของซุปเปอร์บอร์ดและกระทรวงการคลังการบินไทยอาจต้องใช้วิธีกู้ยืมจากสถาบันการเงินเอง พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์กล่าวว่าอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารในไตรมาส3จะเฉลี่ยที่65-70%ส่วนไตรมาส4จะเพิ่มเป็น80%เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยวซึ่งผลประกอบการไตรมาส4น่าจะมีกำไรแน่นอนนอกจากนี้ช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมาบริษัทยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน3,000ล้านบาทส่วนผลประกอบการบริษัทปีนี้คาดจะขาดทุนไม่เกิน12,000ล้านบาท ด้านร.อ.มนตรีจำเรียง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืนการบินไทย กล่าวว่าการปรับลดรายจ่ายตามแผนฟื้นฟูระยะเร่งด่วนปี57 มีพนักงานลาออกแล้ว1,400คนจากการเกษียณอายุปกติ 500คน และโครงการร่วมใจจากหรือเออรี่รีไทน์ 900คนซึ่งในการเออรี่รีไทน์บริษัทจะต้องใช้งบประมาณ2,000ล้านบาทแต่คาดว่าจะคุ้มค่าในอนาคตและหลังจากนี้ยังมีแผนปรับลดพนักงานให้เหลือ18,000คนจากปัจจุบันที่มี 24,000คน รวมถึงปรับลดฝูงบินจากปัจจุบันกว่า100ลำให้เหลือเพียง80ลำด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “บิ๊กตู่”สั่งแก้วิกฤติการบินไทย -

“นายกรัฐมนตรี” ให้ความสำคัญปรับโครงสร้างการบินไทย
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธาน คนร. ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ รองประธาน คนร. ประธานกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการการบินไทย เพื่อหารือถึงการดำเนินการและแผนธุรกิจทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ เห็นว่าในปีนี้ การบินไทย จะประสบปัญหาขาดทุน แต่บริษัทยังมีพื้นฐานเดิมที่ดีซึ่งหากได้รับการปรับโครงสร้างและกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเหมาะสม และมีศักยภาพสูงในการดำเนินงานต่อไปในอนาคต “ที่ประชุมยังมีความมั่นใจว่า ฐานะทางการเงินของการบินไทย จะไม่เลวร้ายเหมือนที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะยังมีระดับเงินสดอยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเกินกว่า 46,000 ล้านบาท และจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการได้ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้ง สถาบันการเงินต่างๆ ได้แสดงความสนใจที่จะให้การสนับสนุนในด้านสภาพคล่องให้แก่การบินไทย โดยเฉพาะกรณีที่จำเป็นกระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะดูแลการบินไทย หากเกิดปัญหาสภาพคล่อง”อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังเห็นว่า ในระดับโลกธุรกิจสายการบินมีการแข่งขันที่สูงมาก การบินไทยมีความจำเป็นต้องวางแผนยุทธศาสตร์ให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว จึงมอบหมายให้คณะกรรมการการบินไทย เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทบทวน กำหนดยุทธศาสตร์และปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “นายกรัฐมนตรี” ให้ความสำคัญปรับโครงสร้างการบินไทย