หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ประมูลข้าวคึกคักเอกชนร่วม 49 ราย

    ประมูลข้าวคึกคักเอกชนร่วม 49 ราย

    รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า บรรยากาศ ในการประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลจำนวน 167,000 ตันจากคลังต่างๆทั่วประเทศ27 แห่ง ในวันที่ 7 ส.ค. 57 ของกรมการค้าต่างประเทศถือเป็นการระบายข้าวครั้งแรกนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ เป็นไปอย่างคักคักโดยมีรายเล็ก รายกลางและรายใหญ่สนใจเข้ามายื่นซองประมูล 49 ราย แต่ผ่านเกณฑ์ 46 ราย ทั้งนี้สาเหตุที่มีเอกชนเข้าร่วมประมูลมากเนื่องจากปริมาณข้าวเริ่มจะขาดตลาดในช่วงรอข้าวฤดูใหม่ที่กำลังจะออกซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ส่งออกไม่สามารถส่งข้าวได้ตามปริมาณคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากต่างประเทศได้ประกอบกับการเปิดประมูลครั้งนี้ภาคเอกชนมองว่าเป็นการประมูลที่โปร่งใสที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดประมูลข้าวเพราะผู้เสนอราคารายใดให้ราคาสูงสุดและเกินราคาขั้นต่ำหรือราคากลางที่กำหนดไว้ก็จะเป็นผู้ชนะประมูลและทราบผลภายในวันที่ยื่นซองหากกรณีที่มีการเสนอราคาเท่ากันให้เสนอราคาได้อีกจนกว่าจะได้ราคาสูงสุดโดยไม่ต้องมีการต่อรองราคากันแบบลับๆเหมือนครั้งก่อน“เกณฑ์ประมูลครั้งนี้หากเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางก็จะเปิดโอกาสให้มีการนำเสนอราคาใหม่ในวันเดียวกันจนกว่าจะได้ข้อยุติโดยการประกาศผลจะผ่านทางหน้าจอซึ่งผู้ร่วมประมูลจะได้รับทราบข้อมูลพร้อมกันพร้อมทั้งมีการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปร่วมสังเกตการณ์การประมูลด้วย”นางสาวชุติมา บุญยประภัศรปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประมูลครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มีความต้องการเปิดประมูลให้โปร่งใสและตรวจสอบได้และคาดหวังผู้เสนอซื้อจะเสนอซื้อในราคาสูงให้กับภาครัฐ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประมูลข้าวคึกคักเอกชนร่วม 49 ราย

  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน

    ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเป็นก.ค. 57 อยู่ที่ 78.2 เป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 11 เดือน และเป็นการเพิ่มติดต่อกัน3 เดือนนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในเดือน ก.ค.คือ คสช. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในอนาคต, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สคศ.)คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 58 ขยายตัว 5%, การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย. 57 เพิ่มขึ้น 3.9% และระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลงเป็นต้น“แม้จะมีปัจจัยบวกแต่ก็ยังมีปัจจัยลบที่ผู้บริโภคกังวลในเดือนก.ค. คือ การปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 57 ลงเหลือ 2%,ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำโดยเฉพาะข้าว ยางพาราข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,ผู้บริโภคกังวลเรื่องของค่าครองชีพและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่อาจมีผลต่อการส่งออกและเศรษฐกิจในอนาคต”นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในเดือน ก.ค. นี้มีดัชนี 2 ตัวที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 100 คือดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ระดับ 102.7 สูงสุดในรอบ 10 เดือนและปรับตัวสูงกว่าระดับ 100 ครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิตในอนาคตข้างหน้า3 เดือน อยู่ระดับ 100.5 ซึ่งอยู่ในระดับเกิน 100 ครั้งแรกในรอบ 16 เดือนเนื่องจากปัญหาทางการเมืองคลี่คลาย,เศรษฐกิจ,การแก้ปัญหายาเสพติด และสภาพแวดล้อมต่างๆในประเทศดีขึ้นโดยเฉพาะดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ในระดับ 80.8สูงสุดในรอบ 34 เดือนนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 54

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน

  • เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท

    เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท

    นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ว่าในช่วงเทศกาลวันแม่ระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค. 57 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 19,411ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.8% เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจนทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นประกอบกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงและราคาสินค้าที่แพงทำให้เกิดการใช้จ่ายในรูปแบบของปริมาณเงินเพิ่มขึ้นโดยของขวัญยอดนิยมที่ลูกจะมอบเป็นของขวัญให้แม่มากที่สุดคือ เงินสดและทองคำรองลงมาเป็น พวงมาลัยและดอกไม้, เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ, กระเช้าผลไม้,เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า,ประกันชีวิตหรือสุขภาพ เป็นต้นสำหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันแม่เช่น พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 8,098 บาท,พาลูกและครอบครัวไปทานข้าว 2,149 บาท, พาแม่ไปทำบุญ 1,868 บาท, พาแม่ไปสปาหรือนวด1,858 บาท พาแม่ไปทานข้าว 1,588 บาท เป็นต้นส่วนการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันแม่พบว่า จังหวัดที่นิยมไปเที่ยว เช่นจังหวัดอยุธยา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต, ราชบุรี, อุดรธานีส่วนใหญ่จะออกเดินทางวันที่ 10 ส.ค. กลับ วันที่ 12 ส.ค.ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการไปต่างประเทศ พบว่าประเทศที่นิยมมากสุด คือ จีนรองลงมาเป็น เกาหลี, มาเลเซีย, ลาว, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ จะออกเดินทางวันที่9 ส.ค. กลับวันที่ 12 ส.ค. 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท