ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ส.ค.57 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นัดหารือกับผู้บริหารกรมบัญชีกลาง เพื่อศึกษาผลกระทบหากต้องปรับขึ้นเงินเดือนตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเบื้องต้นคสช.ให้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่จบปริญญาตรีที่มีเงินเดือน 9,000 บาท ควรจะปรับเท่าใด ซึ่งหากขึ้นเฉพาะตรงนี้ไม่มีปัญหาต่องบประมาณ “ขณะนี้ งบประมาณมีเพียงพอ ถ้างบประจำปี 58 จัดสรรไม่ทัน ก็สามารถใช้งบกลางมาจ่ายให้ได้ แต่กระบวนการจัดทำงบประมาณยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ในชั้นแปรญัตติ โดยที่ผ่านมาการปรับขึ้นเงินเดือนให้ปริญญาตรีเป็น 15,000 บาทใช้งบประมาณไป 18,000 ล้านบาทซึ่งกระทรวงการคลังยังรับมือได้ และการจัดเก็บรายได้ขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว คาดว่าปีงบ 58 จะเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน” ทั้งนี้ คงใช้เวลาไม่นานน่าจะมีข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ โดยคาดว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการพิจารณาได้เสร็จทันวันที่ 1 ต.ค.57 นี้ แต่คงต้องดูก่อนว่าการแก้พ.ร.บ.เงินเดือนข้าราชการที่ให้สอดคล้องกับอัตราใหม่ที่จะประกาศเสร็จไดเร็วหรือไม่ โดยภายในสัปดาห์นี้คงจะหารือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอัตราใด ปรับให้ระดับไหนบ้าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เคยพูดในที่ประชุมก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรายได้น้อยให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยให้เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยในส่วนข้าราชการระดับปริญญาตรีนั้นคงจะไม่ปรับอะไร เพราะก่อนหน้านี้ได้ปรับให้เป็น 15,000 บาทไปแล้ว ตรงนี้น่าจะเพียงพอต่อค่าครองชีพในปัจจุบัน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พร้อมปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

พร้อมปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย
-

การบินไทยออกกฎป้องกันอีโบลา
นาวาอากาศตรีพงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคระบาดโรคไวรัสอีโบลาในทวีปแอฟริกาอย่างใกล้ชิด โดยได้ออก 7 มาตรการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ทั้งการดูแลบนเครื่องบิน ภาคพื้นดิน และความปลอดภัยของพนักงาน ได้แก่ มาตรการคัดกรองตรวจรับผู้โดยสารและการบริการลูกค้าภาคพื้น อาทิ การสังเกตอาการผู้โดยสารก่อนการเช็คอิน หากจำเป็นผู้โดยสารต้องมีใบรับรองแพทย์ มาตรการให้บริการบนเครื่องบิน อาทิ การเฝ้าระวัง สังเกตอาการของผู้โดยสารในระหว่างการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมีมาตรการจัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค อาทิ การพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในอากาศยานในระหว่างจอดที่สนามบิน มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน อาทิ เพิ่มการทำความสะอาด 36 จุดสัมผัสภายในห้องโดยสาร มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน อาทิ การมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ประจำเครื่องบิน และการให้ความรู้ในการป้องกันสุขภาพแก่พนักงาน นอกจากนี้ยังมีมาตรการด้านการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ อาทิ เพิ่มการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง และมาตรการด้านโภชนาการ อาทิ การคัดเลือกวัตถุดิบและวิธีการปรุงอาหารที่สะอาดได้มาตรฐานและไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรค ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการที่ใกล้เคียงกับที่เคยใช้ปฏิบัติในคราวที่เกิดโรคระบาดซาร์ ปี 46 และโรคระบาดไข้หวัดนกปี 47 และได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก ว่าป้องกันได้โรคระบาดได้อย่างดี นาวาอากาศตรีพงศ์ภีระกล่าวว่า ยืนยันว่าการบินไทยไม่มีเที่ยวบินไปยังประเทศกินี เซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย โดยมีแค่เที่ยวบินไปยังโจฮันเนสเบิร์กสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามการบินไทยได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การบินไทยออกกฎป้องกันอีโบลา -

ดีแทครายได้ทรงตัว
นายชวิต แสงอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณโทรศัพย์ภายใต้ชื่อ ดีแทค เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกรายได้จากค่าบริการ เติบโตติดลบ 1 % เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้ คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถทำการเติบโตได้เพิ่มขึ้น 1% จากการจัดทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ส่งผลมีรายได้รวมทรงตัวเท่ากับปีก่อน ที่ 70,000 ล้านบาท “ใน ช่วง 3-4 ไตรมาสที่ผ่านมา ค่าบริการที่เกี่ยวกับการโทรมีอัตราที่ลดลงจำนวนมากหลังจากที่การใช้บริการ ดาต้าอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจสื่อสารมากขึ้น แต่มีมุมมองว่าในครึ่งปีหลังน่าจะเห็นการฟื้นตัวของค่าบริการด้านการโทรสอด คล้องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ในขณะเดียวกันรายได้จากการให้บริการดาต้าอินเตอร์เน็ตก็มีแนวโน้มการเติบโต ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 1 ใน 3 ของลูกค้าทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ตามในระยะต่อไปจะขยายเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้รองรับความ ต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” นอกจากนี้ในปี 58 เชื่อมั่นว่าธุรกิจสื่อสารจะกลับมาเติบโตได้ 4-5% สอดคล้องการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ที่หลายฝ่ายคาดการณ์วาจะโตระดับ 4-5% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคครัวเรือนฟื้นตัว อีกทั้งการประมูลโครงข่ายสัญญาณ 4จีที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 58 จะทำให้ธุรกิจสื่อสารเติบโตเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทครายได้ทรงตัว