นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เริ่มดำเนินการร่างกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ (พีพีพี) ที่ค้างอยู่ 8 ฉบับ เพื่อดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ โดยเฉพาะในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สัดส่วนของการลงทุนในรูปแบบพีพีพีจะเป็นเท่าไรนั้น คงต้องกลับมาดูรายละเอียดอีกครั้ง นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า สคร.กำลังออกกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักเกณฑ์และมูลค่าโครงการ โดยจะเร่งหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รวมถึงการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สคร.เชื่อว่ากฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับนั้น คาดว่าจะทันในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นการให้เอกชนเข้ามาทำงานและแบ่งเบาภาครัฐ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มในส่วนของทุน ไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ ทั้งนี้ การลงทุนปี 58 คาดว่าจะเห็นการจัดตั้งกองทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อน ขนาด 16,000 ล้านบาท และตามแผนจะตั้งกองทุนฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินไปใช้ขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมทั้ง แผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ที่กำลังหารือในรายละเอียด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 12.16 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (4 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า หลังจากพักฐานตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับบตลาดหุ้นทั่วโลก โดยวันนี้เริ่มมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันดัชนี ซึ่งจะสิ้นสุดการประกาศผลประกอบการในช่วงกลางเดือนนี้ ในขณะที่ยังไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,512.36 จุด เพิ่มขึ้น 12.16 จุด หรือ 0.81% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,796.02 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 12.16 จุด -

มีเงินเหรียญอยากฝากธนาคารทำตามนี้…
ล่าสุดหลังมีข่าวธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งไม่รับแลกเหรียญโดยให้เหตุผลว่าตู้เซฟเต็ม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามจากประชาชนในโลกโซเซียลมีเดียอย่างล้นหลามและกลายเป็นกรณีศึกษาของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในขณะนี้ล่าสุดมีผู้โพสต์ป้ายประกาศของธนาคารกสิกรไทยที่แจ้งให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการแลกเหรียญทราบว่า จะสามารถนำเหรียญมาแลกได้ในวันเวลาใดบ้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการและพนักงาน ใจความว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56เป็นต้นไป เข้าเหรียญได้เฉพาะวันพุธ-พฤหัสบดีของเดือนเท่านั้น501เหรียญขึ้นไปค่าธรรมเนียม1%ในเรื่องนี้ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้อธิบายว่า การรับฝากเหรียญกษาปณ์ของธนาคารพาณิชย์เป็นการทำข้อตกลงของชมรมธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคารจะตั้งหลักเกณฑ์และค่าธรรมเนียมการรับฝากเหรียญกษาปณ์ไว้ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร้อยละ1ของมูลค่าเหรียญกษาปณ์ , ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ฝากเงินไม่เกิน 2,000บาท ไม่คิดค่าบริการ หากยอดเงินฝากส่วนที่เกิน2,000บาท คิดร้อยละ1 , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 2ของมูลค่าที่ฝากหรือแลกเงินทั้งหมดตั้งแต่100เหรียญขึ้นไป, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) ไม่เกิน500เหรียญ ไม่คิดค่าธรรมเนียม ตั้งแต่501เหรียญขึ้นไป ร้อยละ1ของมูลค่ารวม, ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ร้อยละ2ของมูลค่ารวม หรือของยอดเงินฝากส่วนที่เกิน100บาท ยอดเงินฝากต่ำกว่า100บาท ไม่คิดค่าบริการ, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ตั้งแต200เหรียญ ขึ้นไปอัตราค่าบริการร้อยละ2ของจำนวนรวมมูลค่าเหรียญขั้นต่ำ20บาททั้งนี้ กฎกระทรวงกำหนดให้จำนวนเหรียญกษาปณ์ที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย กล่าวคือ เหรียญ1สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน5บาท,เหรียญ5, 10, 25, 50สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน10บาท, เหรียญ1บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน500บาท, เหรียญ5 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน500บาทและเหรียญ10บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน1,000บาทหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) 1213หากธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธการรับฝากเหรียญ สามารถร้องเรียนมายัง ศคง. โดย ส่งEmai มาที่ fcc@bot.or.thและระบุข้อมูลดังนี้1. ชื่อ – นามสกุลจริงของผู้ร้องเรียน2. ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้3. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง4. รายละเอียดเรื่องร้องเรียน5. เอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ หากมีเหรียญเป็นจำนวนมาก สามารถรวบรวมเหรียญดังกล่าวไปแลกคืนได้ที่สำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ โทร. 0-2280-7404-8เดลินิวส์ออนไลน์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มีเงินเหรียญอยากฝากธนาคารทำตามนี้…