พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ได้ส่งเรื่องการปฏิรูปราคาพลังงานกลับมาให้ทบทวน เนื่องจากมีความเป็นห่วงเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับเนื้อหาที่เสนอไปให้นั้น ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการผลิต และจัดหาพลังงาน จากใน และต่างประเทศ ทางทีมเศรษฐกิจ เตรียมจัดเสวนารับฟังความเห็นจากประชาชนในเดือนส.ค.นี้อีกครั้ง และจะสรุปโดยเร็ว เพื่อนำเสนอหัวหน้า คสช.พิจารณาต่อไป จึงยังไม่สามารถกำหนดได้ว่า การปรับโครงสร้างราคาพลังงานจะเสร็จเมื่อใด “สิ่งที่จะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก คือ โครงสร้างราคาก๊าซหุงต้มและน้ำมัน ที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้เหมาะสม ซึ่งจะพิจารณาเรื่องราคา,อัตราภาษี,กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง,และการอุดหนุนที่ข้ามประเภทที่ผู้ใช้น้ำมันจ่ายเงินเข้ากองทุนฯแต่เงินกองทุนต้องไปอุดหนุนราคาแอลพีจี ส่วนเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมนั้น คงจะนำเสนอเข้าสูสภาปฏิรูปแห่งชาติที่กำลังจะมีการจัดตั้งขึ้น โดยยืนยันจะดูแลให้เหมาะสมเป็นธรรม” นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการ บมจ.ปตท. กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด ปตท.ว่า ที่ประชุมบอร์ดปตท.ได้เห็นชอบแนวทางการเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน ให้ขายหุ้นโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (เอสพีอาร์ซี) จากปัจจุบัน ปตท.ถือหุ้นอยู่ 36% และโรงกลั่นน้ำมันบมจ.บางจากปิโตรเลียม ซึ่งปตท.ถือหุ้น 27.22% รวมทั้งให้ศึกษาแยกท่อก๊าซปตท.ให้เป็นบริษัท และการเปิดให้บุคคลที่3 มาใช้ท่อก๊าซ กลับมาเสนอ บอร์ด ปตท.อีกครั้ง เพื่อลดอำนาจการผูกขาด และจะเกิดความโปร่งใส มากขึ้น โดยปตท. และผู้ถือหุ้นจะได้ประโยชน์ในระยะยาว เพราะสามารถแก้ข้อสงสัยของสังคมในการดำเนินการของ ปตท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตีกลับแผนปรับโครงสร้างพลังงาน
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ตีกลับแผนปรับโครงสร้างพลังงาน
-

เดินหน้าจัดระเบียบรถแท็กซี่สุวรรณภูมิ
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 57 พันเอก บุญชู กลิ่นสาคร ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ได้ร่วมกับนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบรถขนส่งสาธารณะ (แท็กซี่) ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ) พันเอก บุญชู กลิ่นสาคร ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เปิดเผยว่า กองกำลังรักษาความสงบได้มอบหมายให้กองบังคับการควบคุมกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์เข้ามารับผิดชอบการจัดระเบียบรถแท็กซี่ใน ทสภ. โดยได้มีแนวคิดบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ได้แก่ ทสภ. กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ผู้ใช้บริการ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ครบทุกมิติ ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการฯ พร้อมด้วยคณะทำงานทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ส่วนแรกคณะทำงานด้านการจัดระเบียบลานจอดรถ ที่พักและจัดระบบคิวรถแท็กซี่ เพื่อแก้ปัญหาความแออัด ไม่เรียบร้อยบริเวณลานจอดแท็กซี่ และดูแลพื้นลานจอดชั่วคราว ปรับปรุงห้องน้ำห้องส้วม จัดระเบียบความสะอาดในเต็นท์พักชั่วคราว พร้อมยังมีแผนการก่อสร้างอาคารถาวรเพื่อเป็นที่พักคอยแก่คนขับแท็กซี่ ตลอดจนเร่งรัดให้มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ คีออสก์มาช่วยจัดระเบียบคิวให้แก่แท็กซี่แทนการใช้เจ้าหน้าที่ ต่อมาคือ คณะทำงานด้านการกำหนดมาตรฐานรถและคุณสมบัติผู้ขับขี มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานด้านบริการให้เป็นสากล เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยร่างกรอบมาตรฐานภายใน 1-2 เดือน ด้าน คณะทำงานด้านอัตราค่าโดยสารโดยได้ทำข้อพิจารณาเสนอให้กรมการขนส่งทางบกเร่งทำการศึกษาผลกระทบจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน และสุดท้ายเป็ยคณะทำงานด้านกฎหมาย มีหน้าที่ผลักดันข้อกฎหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ ทสภ. มีอำนาจหน้าที่เต็มที่เหมือนท่าอากาศยานอื่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของ ทสภ. ส่วนในกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ต่อผู้โดยสารหรือความไม่เหมาะสมของสภาพรถ ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายเคร่งครัดในการใช้กฎหมายอย่างถูกต้องเป็นธรรมเพื่อลดการเอื้อประโยชน์หรือการทุจริต ซึ่งจากสถิติการร้องเรียนในช่วงตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนดนโยบาย มีการร้องเรียนการกระทำผิด ลดลง 40%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดินหน้าจัดระเบียบรถแท็กซี่สุวรรณภูมิ -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 0.07 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 ก.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน ถึงแม้นักลงทุนจะทยอยซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นระยะ แต่ตลาดสามารถเคลื่อนไหวได้ในกรอบจำกัด เพราะไร้ปัจจัยใหม่เข้าสนับสนุน โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักด้านความคืบหน้าทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,548.16 จุด และลดลงต่ำสุด 1,538.33 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,543.85 จุด ลดลง 0.07 จุด หรือ 0.00% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 53,139.47 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ช.การช่าง ปิดที่ 26.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.60 บาท 2.บีจีเอช ปิดที่ 17.40บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 3.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 22.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท 4.เอไอเอส ปิดที่ 205.00บาท ลดลง 2.00 บาท 5.ซีเคพี ปิดที่ 17.70 บาท ลดลง 0.10 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 0.07 จุด