หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • สังคมออนไลน์ที่กลายเป็น ปัญหาใกล้ตัว – ไขปัญหาผู้บริโภค

    สังคมออนไลน์ที่กลายเป็น ปัญหาใกล้ตัว – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ปัจจุบันวิวัฒนาการด้านการสื่อสารได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกง่ายดาย และสามารถแสดงผลทั้งภาพและเสียงได้อย่างสมบูรณ์ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่สามารถรองรับได้ เช่น สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตซอฟต์แวร์ต่าง ๆ สามารถผลิตแอพพลิเคชั่น มากมายออกมารองรับเทคโนโลยีดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะการผลิตเกมที่สามารถเล่นบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ซึ่งเรียกกันว่า “เกมออนไลน์” เกมออนไลน์ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้เล่นเกมแต่ละคนให้สามารถเล่นเกมร่วมกันได้ผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ให้บริการเกมออนไลน์จะมีรายได้จากการเก็บค่าบริการเกมจากผู้เล่นที่ซื้อสินค้าภายในเกม ผ่านระบบเติมเงิน (พรีเพด) บัตรเครดิต บริการและธนาคารทางอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยการให้บริการซื้อสินค้าภายในเกมออนไลน์ผ่านระบบชำระค่าบริการโทรศัพท์รายเดือน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าผ่านระบบที่ทันสมัย แต่จากการให้บริการดังกล่าวกลับ     พบปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการโทรศัพท์ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการหักเงินในการซื้อไอเท็ม (ITEM) ในเกมออนไลน์ ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง มักเกิดปัญหากับเด็กเป็นผู้เล่น ที่ยืมเอาโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองมาเล่นเกมออนไลน์ และไม่ระมัดระวังในจุดนี้ จนเกิดค่าเสียหายนับหมื่นนับแสนบาทตามที่เคยเป็นข่าวไปเมื่อ   เร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีการซื้อสินค้าในเกมออนไลน์และมีการชำระค่าบริการผ่านระบบเก็บเงินรวมกับค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (DCB) จะต้องมีการกำหนดวงเงินสำหรับการชำระค่าบริการซื้อสินค้าภายในเกมออน ไลน์ ครั้งละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท โดยจะต้องมีข้อความแจ้งเตือน (SMS) เพื่อแจ้งยืนยันการใช้บริการ  ขณะเดียวกันยังกำหนดให้ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ต้องกำหนดให้ผู้บริโภคยืนยันรหัสส่วนตัวทุกครั้งที่ซื้อสินค้าภายในเกมออนไลน์ และให้มีข้อความแจ้งเตือน (SMS) ให้ทราบทุกครั้ง โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป หากผู้ใดพบปัญหาในเรื่องนี้สามารถติดต่อสอบถามหรือร้องทุกข์ได้ที่ สายด่วน กสทช. โทร. ๑๒๐๐ อย่างไรก็ตาม ในการเล่นเกมออนไลน์หรือสั่งซื้อของออนไลน์ เพื่อเป็นการป้องกัน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น สคบ.จึงขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบราคาและเงื่อนไขให้ถี่ถ้วน และฝากไปถึงผู้ปกครอง ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นเกมออนไลน์เพียงลำพัง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สังคมออนไลน์ที่กลายเป็น ปัญหาใกล้ตัว – ไขปัญหาผู้บริโภค

  • แนะรัฐกระตุ้นบริโภคดันจีดีพีโตยั่งยืน

    แนะรัฐกระตุ้นบริโภคดันจีดีพีโตยั่งยืน

    นายสมภพ มานะรังสรรค์   อธิบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนเฉลี่ยอัตรา 4-6% ต่อปีได้  รัฐจะต้องลดการพึ่งพาการส่งออกและหันมาสนับสนุนการบริโภคในประเทศ เพราะในปัจจุบันส่งออกไทยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 73% ของจีดีพี เมื่อมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาก็ทำให้ไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักดังนั้นเห็นว่าควรลดการพึ่งพาการส่งออกให้เหลือไม่เกิน 50% ของจีดีพี  เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วมีสัดส่วนส่งออกเพียง 25%  ของจีดีพีเท่านั้น  นอกจากนี้จะต้องเน้นรายได้จากภาคบริการมากขึ้นหรือมีสัดส่วนอย่างน้อย 55% ของจีดีพี จากขณะนี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 48%  ถือว่ามีสัดส่วนที่ต่ำเกินไป   สำหรับการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ถ้าคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2% ส่วนการส่งออกปีนี้ตั้งไว้เพียง 5%   แต่หากจะได้ถึง 3% ในช่วงครึ่งปีหลังส่งออกจะต้องโตไม่ต่ำกว่า 7-8% แต่เชื่อว่ามีความเป็นได้ยาก เพราะในหลายประเทศยังไม่ฟื้นตัว ทั้งสหรัฐอเมริกา  ยุโรป และจีน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกส่งออกติดลบ 1%  ดังนั้นต้องดูว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐว่าจะมีมากน้อยแค่ไหนหากมีความชัดเจนจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและเช้ามาขยายการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เห็นว่าเอสเอ็มอีต้องเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกับคู่แข่ง เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 58โดยจะต้องปรับเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ให้ทันสมัยกับเทคโนโลยีโลก ผลิตสินค้ามีคุณภาพ และเน้นธุรกิจบริการไม่ใช่การผลิต  เพราะอาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่งพม่า ลาวและกัมพูชา                  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะรัฐกระตุ้นบริโภคดันจีดีพีโตยั่งยืน

  • ดึงเงินภาษีบาปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

    ดึงเงินภาษีบาปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

    นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) ที่มี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมและจิตวิทยา เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ.นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติปี 51 โดยมีประเด็นสำคัญคือ การเสนอให้นำเงินภาษีจากสุราและยาสูบ ในอัตรา 2% ของการจัดเก็บได้ทั้งปี หรือประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี มาจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อมาใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังได้เห็นชอบให้กำหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนำร่อง 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง, กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟบีชได้แก่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด, กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี, กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน ได้แก่ จังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล และกลุ่มท่องเที่ยวรอยัล โคสต์ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เพื่อให้สามารถทำแผนการตลาดในอย่างชัดเจนและมีศักยภาพมากขึ้น “ปัจจุบันเงินจากภาษีสุราและยาสูบ ได้จัดสรรให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับอยู่แล้ว หลังจากนี้ จะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้เพื่อนำเสนอต่อสภานิติบัญญติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาต่อไปและหากจัดตั้งได้ก็จะนำมาเป็นกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวก็จะนำใช้มาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ทั้งหมด โดยเฉพาะการนำร่องในกลุ่ม 5 ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว หลังจากนี้หากแหล่งท่องเที่ยวตามกลุ่มเหล่านี้ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ก็จะนำเงินไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติมอีก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงเงินภาษีบาปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว