วันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:14 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขาย 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาท เวลา 16:14 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 13:38 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,700 บาท รับซื้อ 19,905.08 บาท ทองแท่งขาย 20,300 บาท รับซื้อ 20,200 บาท เวลา 12:02 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 09:17 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง9ก.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,600บาท
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ราคาทอง9ก.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,600บาท
-

บอร์ด ปตท.ชุดใหม่:ไม่ถูก คนหรือไม่ถูกใจ? – พลังงานรอบทิศ
ดิ้นกันยังกับไส้เดือนถูกขี้เถ้า เมื่อมีการประกาศรายชื่อ บอร์ด ปตท.ชุดใหม่ออกมาสัปดาห์ที่แล้ว นำโดย ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน สมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คุณปิยสวัสดิ์ถูกโจมตีอย่างหนักว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งกรรมการของบริษัท ปตท. ด้วยเหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้างต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีใครกล้าออกมาโจมตี หรือระบุเลย ว่าคุณปิยสวัสดิ์ไม่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือแม้กระทั่งประธานกรรมการของบริษัท ปตท. ข้อที่หยิบยกขึ้นมาโจมตีคุณปิยสวัสดิ์เป็นหลักกลับเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.พลังงานในอดีต โดยเฉพาะเรื่องการต่ออายุสัมปทานปิโตรเลียมก่อนกำหนดหมดอายุเป็นเวลานานให้กับบริษัท เชฟรอน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 20 ที่มีการให้สัมปทานกันในสมัยของท่านมากถึง 30 แปลง ซึ่งถือว่ามากที่สุดกว่ายุคสมัยของรัฐบาลชุดใด ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ถูกนำมาปลุกระดมผ่านโลกออนไลน์ โดยหวังว่าจะสามารถสร้างเป็นกระแสสังคมเพื่อบีบ คสช. ให้เปลี่ยนใจ แต่เคราะห์ดีที่ คสช. มีความหนักแน่น จึงสั่งให้ทั้งสามท่าน ออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อกล่าวหาและบอกกล่าวถึงสิ่งที่ท่านตั้งใจจะเข้าไปทำในฐานะบอร์ดของ ปตท. เพื่อแก้ไขสิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องที่ยังค้างคาใจสังคมให้มีความชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น ส่วนข้อกล่าวหาในเรื่องการต่ออายุสัมปทานปิโตรเลียมแก่บริษัทเชฟรอน ก่อนหมดอายุสัมปทานเป็นเวลาหลายปี และเรื่องการเปิดแหล่งสัมปทานเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อความเข้าใจโดยทั่วกัน ผมอยากเรียนให้ทราบความเป็นมาดังนี้ 1. การต่ออายุสัมปทานดังกล่าวเป็น การต่ออายุตามสัญญาที่ผู้ประกอบการมีสิทธิ ที่จะได้รับการต่ออายุอยู่แล้ว และบริษัทที่ได้รับการต่ออายุมีอยู่สองบริษัทคือ บริษัท เชฟรอนและบริษัท ปตท.สผ. ไม่ใช่เชฟรอน บริษัทเดียว 2. เหตุที่ต้องต่ออายุก่อนกำหนดเป็นระยะเวลานาน เป็นเพราะขณะนั้นประเทศไทยมีความต้องการก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นสูงมาก ปตท.ได้ติดต่อขอซื้อก๊าซจากผู้ผลิตเพิ่มขึ้นจากวันละ 750 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน เป็น 1,250 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ทำให้ผู้ประกอบการทั้งสองรายต้องลงทุนเพิ่มเป็นวงเงินสูงมาก รัฐบาลจึงต้องสร้างความมั่นใจให้โดยการต่ออายุสัมป ทานก่อนกำหนด 3. การเปิดให้สัมปทานเป็นจำนวนมากถึง 28 แปลงในรอบที่ 20 ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือความต้องการก๊าซของเราเพิ่มขึ้นสูงมาก ถ้าเราไม่เร่งเปิดสัมปทานให้มีการขุดเจาะและสำรวจ เราก็จะมีก๊าซไม่พอใช้ และเหตุการณ์ในปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่าป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะในจำนวน 28 แปลงที่ให้สัมปทานไปนั้น สำรวจไม่พบปิโตรเลียมและต้องคืนพื้นที่ให้กับรัฐมาแล้วถึง 18 แปลง คงเหลือที่ยังคงสำรวจอยู่เพียง 10 แปลง และในจำนวนนี้พบก๊าซธรรมชาติขนาดเล็กอยู่เพียงแปลงเดียว ทั้งหมดนั้นก็คือคำตอบว่าทำไม ดร.ปิยสวัสดิ์ รมว.พลังงานในขณะนั้นจึงต้องเร่งรัดในเรื่องการต่ออายุสัมปทานและการเปิดสัมปทานอย่างมากมาย ความจริงควรถือว่าเป็นผลงานของท่านเสียด้วยซ้ำไป ผมจึงแปลกใจมากว่าสมัยที่รัฐบาลชุดที่แล้ว เอาแต่แต่งตั้งคนของตนเข้ามาเป็นกรรมการหรือประธานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ คนที่ออกมาประท้วง ดร.ปิยสวัสดิ์เหล่านี้เขาหายไปไหน หรือเขาเห็นว่านักการเมืองหรือนอมินี ของนักการเมืองเหล่านั้นดีกว่าและเหมาะสมกว่า ดร.ปิยสวัสดิ์ !!!.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ด ปตท.ชุดใหม่:ไม่ถูก คนหรือไม่ถูกใจ? – พลังงานรอบทิศ -

กรมศุลกากรทำงานเชิงรุก
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมศุลกากร จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นเรียกร้องความไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรว่ามีการทุจริต เรียกเก็บภาษีของแบรนด์เนม และเก็บเงินใต้โต๊ะจากผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า หากผู้ประกอบการ หรือ ประชาชนรายใด พบว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถมาเรียกร้อง และขอคำชี้แจงจากกรมศุลกากรได้ทันที ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ได้เชิญผู้ประกอบการนำเข้าวัสดุก่อสร้าง ที่อ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ และขู่ว่ามีการสำแดงราคาไม่ถูกต้อง แสดงพิกัดภาษีผิด มาหารือข้อเท็จจริง เพื่อทำความเข้าใจและรับเรื่องสอบสวนพิจารณาข้อเท็จจริง “ต่อไปนี้ผู้ประกอบการรายใด ที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเรียกเงินใต้โต๊ะ เอารัดเอาเปรียบ ไม่อยากให้พูดเยอะ แต่ให้เข้ามาแจ้ง ขอเข้าพบได้เลย ซึ่งยอมว่าปัญหาทุจริตไม่ใช่เรื่องใหม่ ตนในฐานะอธิบดีก็ยินดีจะรับทุกปัญหาไปหาแนวทางแก้ไข” ทั้งนี้ มีโยบายที่จะไปสุ่มตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในทุกสนามบิน รวมถึงด่านชายแดนทุกด่าน ซึ่งจะเป็นการกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะช่วยลดปัญหาทุจริตคอรัปชั่นได้ในระดับหนึ่ง โดยตนได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ประจำด่านศุลกากร ปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้ามออกนอกพื้นที่ หรือเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อพบปะใคร ในเวลาราชการ ยกเว้น ป่วย หรือได้รับมอบหมายเท่านั้น แม้ว่าด่านจะมีงานน้อย ก็ต้องหากิจกรรมสร้างส่วนร่วมกับผู้ประกอบการมากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมศุลกากรทำงานเชิงรุก