หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เดือน มิ.ย. ต่างชาติทยอยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

    เดือน มิ.ย. ต่างชาติทยอยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

    ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยถึงสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมิ.ย. ว่ามีการขยับตัวดีขึ้น จากเฉลี่ยวันละ 49,052 คนในสัปดาห์แรก เป็นวันละ 54,469 คนในสัปดาห์ที่สี่หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 11.04%เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวดีขึ้นเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ยกเลิกเคอร์ฟิว เมื่อวันที่ 13มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังเร่งสร้างความเข้าใจต่อรัฐบาลประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติและมีนักท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย.ทั้งสิ้น 1,599,397 ล้านคนนอกจากนี้ด้านอัตราการเข้าพักแรมของสถานประกอบการในกรุงเทพฯยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยจากการสำรวจในวันที่ 6 มิ.ย.อยู่ที่ 48%แต่ในวันที่27 มิ.ย.ขึ้นมาอยู่ที่ 52% เนื่องจากนักท่องเที่ยวได้เห็นข่าวสารแล้วรู้สึกเชื่อมั่นการความปลอดภัยของประเทศมากขึ้นด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานมหกรรมสีสันแห่งความสุข ภายใต้ชื่องานไทยแลนด์ แฮบปี้เนส สตรีทเฟสติวัล ในวันที่ 25-26ก.ค.นี้พร้อมดึงศิลปินและดารานักร้องมาร่วมแสดงคอนเสิร์ต และออกบูธขายสินค้าในย่านถนนพระราม 1 และราชประสงค์ โดยคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานถึง200,000 คนทำรายได้ 200 ล้านบาทอีกทั้งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาในไตรมาสที่4 ให้เพิ่มขึ้นอีก 800,000คนจากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านคน จะกกลายเป็น 7.8 ล้านคนในไตรมาส 4

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดือน มิ.ย. ต่างชาติทยอยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

  • วิทยุการบินเสนอแก้ปัญหาจุดบั้งไฟ

    วิทยุการบินเสนอแก้ปัญหาจุดบั้งไฟ

    นางสาริณี แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยหลังประชุมมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายต่อการบินและอากาศยานจากกรณีการจุดบั้งไฟว่าจะมีการเสนอมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการจุดบั้งไฟให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาแก้ไขเป็นวาระแห่งชาติเพราะขณะนี้พบว่าในภาคอีสานมีการลักลอบจุดบั้งไฟ ที่ดัดแปลงใช้จากท่อพีวีซีซึ่งมีแรงระเบิด และพุ่งได้สูงถึง 20,000 ฟุตจนอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อเครื่องบินและกระทบต่อความเชื่อมั่นในน่านฟ้าไทยได้ทั้งนี้ ปัจจุบันสายการบินหลายแห่งเริ่มกังวลที่จะบินเข้ามาใช้ในน่านฟ้าไทยแถบภาคอีสานช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค. ซึ่งจะมีการจุดบั้งไฟเทศกาลเข้าพรรษาจำนวนมากโดยล่าสุด สายการบินลาว เพิ่งขอเปลี่ยนเส้นทางบินออกจากพื้นที่ดังกล่าวเพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุจากบั้งไฟขึ้น ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงเสนอให้คสช.มีการออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งการเข้มงวดตรวจจับการพนันบั้งไฟการจุดบั้งไฟที่ไม่ได้ขออนุญาตรวมถึงการกำหนดวัสดุการทำบั้งไฟให้มีมาตรฐานที่ถูกต้อง “หากชาวบ้านจะจุดบั้งไฟเพื่อประเพณีทางเราก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะบั้งไฟประเพณีไม่ได้มีแรงระเบิดหรือพุ่งขึ้นจนกระทบต่อการบินแต่ที่เราเป็นห่วงก็คือการบั้งไฟที่ดัดแปลงเพื่อการพนันที่มีการศึกษาว่าแต่ละปีมีเงินสะพัดในวงการพนันบั้งไฟสูงถึง 56,529ล้านบาท และยิ่งกว่านั้นบั้งไฟเหล่านี้ยังมีแรงระเบิดและพุ่งขึ้นสูงจนทะลุเพดานบินจนอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยาน ซึ่งมีรายงานว่าครั้งที่น่ากลัวที่สุดมีระยะพุ่งห่างจากเครื่องบินเพียง 1.87 กม.”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วิทยุการบินเสนอแก้ปัญหาจุดบั้งไฟ

  • เงินสะพัดวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 5,261 ล้านบาท

    เงินสะพัดวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 5,261 ล้านบาท

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ปี 57 ว่า ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาจะมีมูลค่าการใช้จ่าย 5,261 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.4% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวในทุกภูมิภาคได้สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในการใช้จ่ายทั้งการทำบุญการซื้อสินค้าและการท่องเที่ยวโดยแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินเดือน รองลงมาเป็นเงินออมและรายได้พิเศษซึ่งต่างจากช่วงเศรษฐกิจไม่ดีที่ประชาชนจะใช้เงินออมในการใช้จ่ายเป็นหลักสำหรับกิจกรรมในประชาชนนิยมทำในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเช่น การทำบุญ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 703.10 บาท, การตักบาตร 396.46 บาท,ไปเวียนเทียน 319.82 บาท, ทำทาน 397.77 บาท, ท่องเที่ยวในประเทศ 2,964.47 บาท,เที่ยวสถานที่ที่จัดงานวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 1,373.83 บาท, เสี่ยงโชคซื้อหวย 389 บาท, กลับบ้านที่ต่างจังหวัด 1,726.09 บาท, เที่ยวห้าง 1,062.22 บาท,เที่ยวต่างประเทศ 12,500 บาท เป็นต้นนายธนวรรธน์กล่าวว่า ผลสำรวจบุคคลที่ประชาชนต้องการไปทำบุญด้วย พบว่า ดาราชาย อันดับหนึ่ง ได้แก่ เจมส์ จิรายุรองลงมาณเดชน์ คูกิมิยะและ นิว วงศกร ส่วนดาราหญิง อันดับหนึ่งได้แก่ พลอย เฌอมาลย์ รองลงมา อั้ม พัชราภา และ แอน ทองประสม ขณะที่นักร้องที่ต้องการไปทำบุญด้วย นักร้องชายอันดับหนึ่งได้แก่ บี้สุกฤษฏิ์ รองลงมา เบิร์ดธงไชย และ กัน นภัทร นักร้องหญิงอันดับหนึ่งได้แก่ ปาน ธนพร รองลงมาหญิงลีศรีจุมพล และ ใบเตย อาร์สยามส่วนผู้ประกาศที่ต้องการไปทำบุญด้วยผู้ประกาศชาย อันดับหนึ่งได้แก่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา รองลงมา ภัทร จึงกานต์กุล และ พิภู พุ่มแก้ว ส่วนผู้ประกาศหญิงอันดับหนึ่งได้แก่ ไบร์ท พิชญทัฬห์ รองลงมาเปรมสุดา ฝนฟ้าอากาศ และ สายสวรรค์ขยันยิ่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินสะพัดวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 5,261 ล้านบาท