หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 มิถุนายน 2557  ปิดบวก 8.99 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 8.99 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 มิ.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค ที่ได้รับผลบวกจากเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่มีแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดเกิดใหม่ยังได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก อีกทั้งการดันราคาหุ้นปิดสูงก่อนจบไตรมาส 2 ช่วยผลักดันหุ้นในกลุ่มพลังงงานและสื่อสารปรับตัวดี ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,478.51จุด   และลดลงต่ำสุด 1,471.69 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,477.48 จุด เพิ่มขึ้น 8.99 จุด หรือ 0.61% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  37,943.84 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 308.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 221.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00  บาท 3.อินทัช ปิดที่ 73.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท 4.เซปเป้  ปิดที่ 27.25 บาท ลดลง 0.50 บาท 5.บีแลนด์  ปิดที่ 1.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 8.99 จุด

  • สบน.ลุยออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ

    สบน.ลุยออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ

    น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.กำลังออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ 57 แบบไร้ใบตราสารวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 4.25% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 4.75% ต่อปี เพื่อให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินออมที่มีคุณภาพและสามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ สบน.นำพาประชาชนเข้าสู่สังคมแห่งการออม “ผ่านมา สบน.ยังออกพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ 3ปี อัตราดอกเบี้ยที่ 3.25% ต่อปี จำหน่ายเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.- 29 ส.ค.57 โดยปัจจุบันคงเหลือวงเงินจำหน่ายที่ 1,950 ล้านบาท ซึ่งจะจำหน่ายควบคู่ไปกับการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง รุ่นอายุ 7 ปี และ 10 ปี ทำให้เดือนก.ค.นี้ ประชาชนผู้สนใจสามารถเลือกลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ได้ 3 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุ 3 ปี 7 ปี และ 10 ปี” ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อพันธบัตรออมทรัพย์สามารถทำรายการซื้อพันธบัตรดังกล่าว ผ่านเคาน์เตอร์ ทุกสาขาและเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่งได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 15-25 ก.ค.นี้ ขณะเดียวกัน สบน.ได้แบ่งการจำหน่ายออกเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย วันที่ 15 – 16 ก.ค. 57 กลุ่มผู้ซื้ออายุ 60 ปีขึ้นไป วงเงินซื้อต่อรายขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท, และวันที่ 17-20 ก.ค.57 ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิ์ซื้อ วงเงินซื้อต่อรายขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท และวันที่ 21-25 ก.ค.57 ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิ์ซื้อ วงเงินซื้อต่อรายขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่จำกัดวงเงิน นอกจากนี้ สบน. ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยฯ และธนาคารกสิกรไทยฯ ในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทยฯ เปิดช่องทางการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ได้ที่ www.ktbnetbank.com  และธนาคารกสิกรไทยฯ เปิดช่องทางการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่น โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อมอบให้แก่บุคคลอื่นได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทยฯ ทุกสาขา อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ แบบไร้ใบตราสารรายใหม่ที่ไม่เคยลงทะเบียนข้อมูลและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังแบบไร้ใบตราสารมาก่อน สามารถลงทะเบียนและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ทั้ง 4 แห่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.ลุยออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ

  • สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค.ฟื้นตัว

    สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค.ฟื้นตัว

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย เดือนพ.ค.57 ถือเป็นเดือนหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจาก คสช. ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 โดยคาดว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ได้แก่  การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ จะกลับมามีพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชน เดือนพ.ค.57 เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนได้จากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ณ ราคาคงที่ ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน มาอยู่ที่ 2.3% ต่อปี ตามการจัดเก็บบนฐานการนำเข้าที่ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน โดยขยายตัว 5% ต่อปี ขณะที่ แวตจากการจัดเก็บบนฐานการบริโภคภายในประเทศขยายตัว 0.1% ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 60.7% ปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หดตัว 1% ต่อปี แต่ขยายตัว 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า  ขณะที่การลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ หดตัว 31.7% ต่อปี และหดตัว 6.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า  ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายภาครัฐมีอัตราเร่งขึ้น สะท้อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปีปัจจุบันสามารถเบิกจ่ายได้ 142,500 ล้านบาท ขยายตัว 13.3% ต่อปี  เร่งขึ้นมากจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 5.6% ต่อปี ส่งผลอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 57 ช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณเบิกจ่ายได้ 156,560 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย 62% จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 56.4% ด้านอุปสงค์ต่างประเทศ ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากการส่งออกสินค้าของไทย หดตัวที่ 2.1% ต่อปี  นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 85.1 นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกรอบ 7 เดือน เนื่องมาจากผู้ประกอบการมีระดับความเชื่อมั่นมากขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่บริการยังคงส่งสัญญาณหดตัว สะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทย มีทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน หดตัว 10.7% ต่อปี โดยนักท่องเที่ยวที่หดตัวมากที่สุด ได้แก่ จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์  “เสถียรภาพในประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะเริ่มมีแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.6% ต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2.5% ต่อปี ขณะที่ อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ที่ 0.9% ของกำลังแรงงานรวมซึ่งคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงานเท่ากับ 362,000 คน สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่ 167,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 2.76 เท่า รองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค.ฟื้นตัว