หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ฐานะการคลังเข้มแข็ง

    ฐานะการคลังเข้มแข็ง

    นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมฯได้เร่งรัดการจัดทำงบการเงินแผ่นดินในปีงบประมาณ 56 ซึ่งมีฐานะการคลังที่เข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีเงินสดหมุนเวียนหรือเงินคงคลังมากกว่า 600,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน สะท้อนถึงสภาพคล่องของประเทศที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินทรัพย์ทั้งหมดของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 7% ที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราชพัสดุกว่า 59% และเงินลงทุนในรัฐวิสาหกิจ 28% ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ งบการเงินแผ่นดินแสดงให้เห็นถึงรายจ่ายภาครัฐที่ใช้ในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจมีมากถึง 2.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และรายจ่ายดังกล่าวจะมีผลต่อการสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้การเก็บรายได้ภาครัฐมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 10.27% แสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจของประเทศในปีงบประมาณ 56 ได้ขยายตัว ส่งผลให้เสถียรภาพทางการคลังเข้มเข็งขึ้น ในด้านหนี้สินรัฐบาลมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6% เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ 7% แล้ว อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ดีขึ้น “รัฐบาลมีเงินคงคลังมากกว่า 600,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นสภาพคล่องของประเทศที่มีมากขึ้น ประกอบกับ งบการเงินแผ่นดินแสดงให้เห็นถึงรายจ่ายภาครัฐที่ใช้ในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจมีมากถึง 2.4 ล้านล้าน และรายจ่ายดังกล่าวจะมีผลต่อการสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้การเก็บรายได้ภาครัฐมีสัดส่วนที่สูงขึ้น สะท้อนถึงเศรษฐกิจของประเทศในปีงบประมาณ 56” อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางได้มีนโยบายเร่งรัดการจัดทำงบการเงินแผ่นดินให้รวดเร็วและเป็นปัจจุบันมากที่สุด ซึ่งเดิมการจัดทำงบการเงินแผ่นดินยังมีความล่าช้าและไม่สามารถปิดบัญชีได้ทันปีต่อปี โดยปีงบประมาณ 56 สามารถปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินแผ่นดินของปีงบประมาณ 52 และ 53 ส่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และในปีงบประมาณ 57 สามารถปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินแผ่นดินของปีงบประมาณ 54, 55 และ56 ส่ง สตง. ได้ทันต่อเวลา ทั้งนี้ งบการเงินของแผ่นดินจะแสดงข้อมูลฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบปีที่ผ่านมา การมีงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจที่เป็นปัจจุบัน จะแสดงความโปร่งใสทางการคลัง และเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล เนื่องจากข้อมูลงบการเงินแผ่นดินจะเป็นข้อมูลให้องค์กรระหว่างประเทศในการจัดลำดับความเชื่อมั่นในความรับผิดชอบทางการเงินของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและผู้ให้กู้ ส่งผลให้รัฐบาลมีศักยภาพในการระดมทุนได้มากขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฐานะการคลังเข้มแข็ง

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ตลาดท่องเที่ยวไทยฟื้น

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ตลาดท่องเที่ยวไทยฟื้น

    รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า ตลาดท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในปีนี้  มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน  โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยประมาณ 26.6 ล้านคน ขยายตัว 0.2% และสร้างเม็ดเงินสู่ธุรกิจต่างๆ คิดเป็นมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 2.4% แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย)ไทยจะต้องเผชิญกับการชุมนุมทางการเมือง ภัยธรรมชาติ และเหตุการระเบิดที่อำเภอหาดใหญ่  รวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้าควบคุมอำนาจบริหารประเทศ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมันด้านความปลอดภัยทำให้บางประเทศเตือนพลเมืองระมัดระวังการเดินทางมาไทย และทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว 4.4%  โดยเฉพาะจีนลดลง 20% รองลงมาคือฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งหลัง(ก.ค.-ธ.ค.)  มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เพราะได้รับอานิสงส์จากการที่คสช.ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย  ซึ่งเห็นว่าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันสื่อข้อมูลถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงในประเทศไทย ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพมีแนวโน้มที่ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งโดยปกติจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยนิยมเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยในช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเดินทางมาไทยในช่วงปลายปี ทั้งนี้ อาจจะส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว และส่งผลให้โดยรวมมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ลดลง 13.7% “หากไม่มีเหตุการณ์ใดมากระทบการท่องเที่ยวของไทยแล้ว คาดว่า ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) นักท่องเที่ยวระยะไกลโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรปยังคงเลือกเดินทางมาพักผ่อนในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยมของไทย เช่น  ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลายทางท่องเที่ยวที่มีความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ตลาดท่องเที่ยวไทยฟื้น

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 5.38 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 5.38 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 มิ.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบจนกระทั่งท้ายตลาด เนื่องจากตลาดอยู่ในช่วงพักฐาน โดยหุ้นที่มีแรงซื้อค่อนข้างมาก ได้แก่ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงาน ในระหว่างที่ตลาดยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่เข้ากดดัน ด้านนักลงทุนรอจับตาข้อสรุปโครงสร้างพลังงานในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,468.46 จุด   และลดลงต่ำสุด 1,460.48 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,467.29 จุด เพิ่มขึ้น 5.38 จุด หรือ 0.37% ด้วยมูลค่าซื้อขาย  43,340.19 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู  ปิดที่ 9.90 บาท ลดลง 0.05 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 214.00 บาท ลดลง 2.00  บาท 3.ปตท.สผ. ปิดที่ 166.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์  ปิดที่ 167.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 5.ธ.กรุงเทพ   ปิดที่ 193.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 5.38 จุด