นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ต่อปี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ และเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันที่ประชุมได้ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 1.5% จากเดิมที่ 2.7% ทั้งนี้ตัวเลขการขยายตัวดังกล่าวได้มีการปรับขึ้นจากการประชุมเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ที่ประเมินไว้ว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่า 1% เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูงส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.4-3.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชนที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้ย หลังสถานการณ์ทางการเมืองมีความชัดเจน แต่ทั้งนี้ยังมีความเสี่ยงจากการส่งออกสินค้า และการท่องเที่ยวที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนกนง.จะมีการปรับประมาณการตัวเลขการส่งออกในปีนี้ลงหรือไม่ คงต้องติดตามกาประกาศตัวเลขในวันที่ 27 มิ.ย. นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 2%
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยที่ 2%
-

พาณิชย์สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าท้องถิ่น
นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาโดยได้ทำการคัดเลือกสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยที่มีศักยภาพจากทั่วประเทศเบื้องต้นนำร่องใน 3 กลุ่มสินค้า คือ ผ้าทอ จักสาน และขนมไทย ซึ่งกรมฯจะเข้าไปช่วยพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเหล่านี้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการอบรมเชิงลึก เน้นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริงร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้มีการพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น และผลักดันออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ“กรมฯ จะเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าโดยนำความคิดสร้างสรรค์ใส่ลงไปเพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก จดจำ และพัฒนาสินค้าออกมาเพื่อตอบโจทย์ของตลาดซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ ที่จะขายสินค้าได้มากขึ้น”ทั้งนี้ในการพัฒนาสินค้า กรมฯ จะนำผู้ประกอบการทั้ง 3กลุ่มไปศึกษาดูงานในสถานประกอบการชั้นนำของไทยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้า พัฒนาบรรจุภัณฑ์รวมไปถึงการไปศึกษาดูงานเมืองต้นแบบในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในต่างประเทศเพื่อเรียนรู้แนวคิดและการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ของตลาดแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วยการสร้างเรื่องราวของสินค้าและการสร้างจุดจดจำของสินค้าด้วยตราสินค้า เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าท้องถิ่น -

ต่างชาติสนใจแห่เข้ามาลงทุนในไทย
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 57 ( ต.ค. 56- มี.ค. 57) กนอ. ได้มีการดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการลงทุนให้แก่นักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในนิคมฯ จำนวนมา ซึ่งเป็นนักลงทุนที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งทวีปยุโรปและเอเชียส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องจักร, อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, ธุรกิจรีไซเคิ้ล, ยาและเคมีภัณฑ์, อาหารและเครื่องดื่ม, เหล็กและโลหะ, ก่อสร้าง, บรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์“นักลงทุนยุโรปจะมุ่งไปทางธุรกิจพลังงาน และ รีไซเคิล ซึ่งเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบของประเทศไทยขณะที่นักลงทุนจากจีนจะเน้นการผลิตและการขายในตลาดประเทศไทยและนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเน้นไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเลคทรอนิคส์เพื่อขายในประเทศและเพื่อการส่งออกส่วนศักยภาพของทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่ให้ความสนใจในพื้นที่บริเวณใกล้กรุงเทพฯและอีสเทิร์นซีบอร์ด”อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กนอ. ได้มีการเตรียมพื้นที่นิคมฯหลายแห่ง ทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับนักลงทุนที่เข้าลงทุนในประเทศไทยทั้งนี้ กนอ.กำหนดมาตรการกระตุ้นการส่งเสริมการลงทุน แลอยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการ กนอ.พิจารณาต่อไป โดยเฉพาะมาตรการเพื่อการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในระยะสั้น ประกอบด้วย การยกเว้นค่าบริการอนุญาตตั้งโรงงานระยะเวลา 1ปี การยกเว้นค่าบริการอนุญาตก่อสร้างในนิคมอุตสาหกรรมระยะเวลา 1 ปีและการยกเว้นค่าบริการในการออกหนังสือรับรองซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยเรียกความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศไทยได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติสนใจแห่เข้ามาลงทุนในไทย