รายงานข่าวจากคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการอนุมัติเงิน 376 ล้านบาท เพื่อจ่ายเป็นค่าเบี้ยในโครงการประกันภัยนาข้าวฤดูกาลผลิต 57/58 เพราะเป้าหมายพื้นที่ทำประกันครั้งนี้ 1.5 ล้านไร่ คาดว่าต้องใช้เงิน 494 ล้านบาท แต่มีวงเงินที่เหลือจากโครงการเก่า 118 ล้านบาท ทำให้ยังขาดเงินอีก 376 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเพียงพอต่อการประกันภัยแก่ชาวนาต่อไป โดยเงินที่สำรองไปดังกล่าวนั้น จะเสนอกระทรวงการคลัง ขอค่าชดเชยต้นทุนเงินในอัตราเอฟดีอาร์ +1 % จากปัจจุบันระดับกว่า 2%ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบแล้ว ก็จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อเสนอต่อที่ประชุมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบต่อไป โดยเรื่องดังกล่าวถือเป็นมาตรการเร่งของ คสช. ที่สั่งให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งในส่วนของ ธ.ก.ส. ได้สั่งทุกสาขาเตรียมแผนขายประกันนาข้าวไว้พร้อมแล้วคาดว่าเริ่มได้ทันที ตั้งเป้าหมายขายประกันครบ 1.5 ล้านไร่ภายในเดือน ก.ย. นี้สำหรับการแบ่งพื้นที่หรือโซนการรับประกันออกเป็น 5 โซน ตามความเสี่ยงภัย คือ พื้นที่เสี่ยงต่ำสุดคิดเบี้ยประกันไร่ละ 129.47 บาท แบ่งเป็น เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 60 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 69.47 บาท หากพื้นที่เสี่ยงต่ำมาก คิดเบี้ยประกันไร่ละ 247.17 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 70 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 177.17 บาทขณะเดียวกัน หากพื้นที่เสี่ยงต่ำคิดเบี้ยประกันไร่ละ 376.64 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 80 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 296.64 บาท ส่วนพื้นที่เสี่ยงปานกลางคิดเบี้ยประกันไร่ละ 472.94 บาท โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 90 บาท รัฐบาลจ่ายเบี้ย 382.94 บาท และพื้นที่เสี่ยงสูง คิดเบี้ยประกันสูงสุดไร่ละ 510.39 บาท เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกัน 100 บาท รัฐบาลร่วมจ่ายเบี้ยประกัน 410.39 บาททั้งนี้ การประกันดังกล่าว มีความคุ้มครองทั้งภัยธรรมชาติ และภัยจากศัตรูพืช แบ่งเป็น ความคุ้มครองความเสียหาย 6 ประเภทได้แก่ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง วาตภัย อัคคีภัย ลูกเห็บและอากาศหนาว ซึ่งจะได้รับชดเชย 1,111 บาทต่อไร่ ถ้าเสียหายจากภัยศัตรูพืชและโรคระบาดจะคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.ไฟเขียวจ่ายเบี้ยประกันภัยนาข้าว
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ธ.ก.ส.ไฟเขียวจ่ายเบี้ยประกันภัยนาข้าว
-

เล็งขอ คสช.ลดพิกัดภาษีเหลือ 5 พิกัด
นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้เสนอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อปรับโครงสร้างภาษีของกรมฯ โดยเตรียมรื้อพิกัดภาษีใหม่ จากเดิมที่มีอยู่ 20 พิกัด อัตราภาษีระหว่าง 0-80% ให้เหลือ 5 พิกัด อัตราภาษีเหลือเพียง 0-20% โดยแบ่งเป็นภาษี 0% สำหรับเครื่องจักรที่เป็นสินค้าทุน 1% สินค้าวัตถุดิบ 5% สินค้ากึ่งวัตถุดิบ 10% สินค้าสำเร็จรูป และ 20% เป็นสินค้าที่ประเทศให้ความคุ้มครอง โดยพิกัดภาษีใหม่นี้จะลดอัตราสูงสุดลงเพื่อให้สอดคล้องการจัดเก็บภาษีศุลกากรประเทศอื่น ๆ ของโลกทั้งนี้ การปรับลดภาษีศุลกากรต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับภาษีสรรพากร และภาษีสรรพสามิต ที่ต้องปรับขึ้น เพื่อดูแลสินค้าที่ผลิตในประเทศ และป้องกันสินค้าจากต่างประเทศมาตีตลาดในไทย โดยในอนาคตนั้น กรมศุลกากรคงจะไม่ใช่หน่วยงานหลักที่จะหารายได้เข้ารัฐ เพราะภาษีส่วนใหญ่จะเหลือ 0% ตามข้อตกลงทางการค้าที่ไทยไปเจรจาไว้ ซึ่งช่วง 8 เดือนของปีงบ 57 ที่ผ่านมานั้น กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 18,000 ล้านบาท คาดว่าตลอดทั้งปี งบต่ำกว่าเป้าหมาย 20,000 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 110,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย 130,000 ล้านบาท โดยปีงบ 58 ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ที่ 110,000 ล้านบาทใกล้เคียงกับการเก็บจริงในปีงบ 57ขณะที่ความคืบหน้าการเชื่อมโยงด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (เนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดว์) นั้น ขณะนี้เชื่อมการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ ไปแล้ว 17 หน่วยงานจากเป้าหมาย 35 หน่วยงาน คาดว่าภายในปี 58 จะเชื่อมโยงแล้วเสร็จ 80-90% น่าจะรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้ในระดับหนึ่ง โดยยังมีเพียง 5-6 หน่วยงานที่ยังไม่ดำเนินการอะไรเลย เพราะติดขัดเรื่องบประมาณในการจัดซื้อระบบและคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะเสนอของบไปยัง คสช.หรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งขอ คสช.ลดพิกัดภาษีเหลือ 5 พิกัด -

ยื่น คสช.ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน
นายสมชัย วัฒนศิริโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดทำรายละเอียดเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที สายเฉลิมรัชมงคล เพื่อเสนอนำไปหารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ภายในสัปดาห์นี้ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเนื่องจากตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานระหว่าง รฟม.กับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล กำหนดให้มีการปรับค่าโดยสารทุกๆ 2 ปี ตามดัชนีผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้จะครบกำหนด 2 ปีตามสัญญาสัมปทาน ที่จะต้องปรับอัตราค่าโดยสารในวันที่ 3 ก.ค.57ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงสร้างอัตราค่าโดยสารที่ได้ประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์ มีความเป็นไปได้ที่จะปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 1-2 บาทต่อช่วง จากเดิม เริ่มต้น 16-40 บาท เป็น 16-42 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะปรับค่าโดยสารจะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนปรับ 30 วัน อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากคสช.ยังไม่อนุมัติให้ปรับค่าโดยสาร และเพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขสัญญาสัมปทานระหว่าง รฟม.กับบริษัท บีเอ็มซีแอล ก็สามารถที่จะเลื่อนการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้นออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยื่น คสช.ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน