ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (14 พ.ย.) ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้อย่างคึกคัก ตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น ตอบรับกระแสข่าวนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ที่เตรียมส่งสัญญาณว่ายังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ต่อไป เนื่องจากยังไม่เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ชัดเจน ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,419.58 จุด เพิ่มขึ้น 14.81 จุด หรือ 1.05% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,920.41 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 14.81 จุด
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 14.81 จุด
-

ราคาทองคำ 14 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท
วันที่ 14 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.33 น.. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 18,828.72 บาท ทองแท่งขาย 19,200 บาท รับซื้อ 19,100 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 18,828.72 บาท ทองแท่งขาย 19,200 บาท รับซื้อ 19,100 บาท เวลา 09.33 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 14 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท -

สศค.เล็งหั่นจีดีพี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสศค. เปิดเผยว่า ในเดือนธ.ค.นี้ สศค. เตรียมทบทวนเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมรายได้ในประเทศหรือจีดีพีใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 3.7% จากกรอบจีดีพีตั้งไว้ที่ 3.5-4% เพราะต้องรอประเมินสถานการณ์การชุมนุมในประเทศว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหากยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และการบริโภคในประเทศช่วงไตรมาส 4/56 ประกอบกับเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ดังนั้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้หรือไม่นั้น คงต้องรอดูตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสศช.ประกาศในวันที่ 18 พ.ย.นี้ก่อน “ที่ผ่านมาสศค.ตั้งเป้าจีดีพีโตที่ 4.5% และได้ปรับลดเหลืออยู่ที่ 3.7% แต่ปลายปีจีดีพีจะโตต่ำกว่านี้หรือไม่ คงต้องรอดูว่าสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากไม่ยืดเยื้อเศรษฐกิจไทยยังโตตามเป้าที่วางไว้ โดยปัจจุบันท่องเที่ยวยังเป็นพระเอกช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไม่ทำให้เกิดปัญหาการขาดดุลและมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 20% ขณะที่การส่งออกโตไม่ถึง 1% และถ้าปลายปีตัวเลขส่งออกยังไม่ดีขึ้น ขณะที่การเมืองไม่ยุติอาจทำให้การเติบโตจีดีพีเติบโตลดลงแน่นอน” สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 57 กระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้ว่า จะเติบโตประมาณ 5.1% หรืออยู่ในกรอบ 4.6-5.6% แต่ปัจจัยเสี่ยงคือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งหากสหรัฐยกเลิกมาตรการคิวอีจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นจะมีผลต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนจีนมีการปฏิรูปเศรษฐกิจทำให้จีดีพีโตไม่มากเหมือนในอดีต ดังนั้นปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคือการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เพราะถ้ารัฐลงทุนจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในช่วง 7 ปีข้างหน้า ขยายแผนการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟแนะให้ไทยขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) เพื่อให้ฐานะการคลังไทยเข้มแข็งนั้น ยังไม่จำเป็นขึ้นในช่วงนี้ต้องรอให้เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นก่อนไมเช่นนั้นจะกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.เล็งหั่นจีดีพี