Blog

  • ช่อง 3 ยันออกอากาศบนเพย์ทีวีตามปกติ

    ช่อง 3 ยันออกอากาศบนเพย์ทีวีตามปกติ

     วันนี้(27พ.ค.)ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ จากกรณีที่บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์จำกัด ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์แครี่)   และไม่เห็นชอบด้วยกฎหมายที่ให้ผู้ฟ้องคดี(ช่อง3 ) สิ้นสุดการทำหน้าที่ในการออกอากาศช่อง 3 ระบบอะนาล็อกผ่านโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี)ซึ่งเป็นสาเหตุให้ช่อง 3 ได้รับความเดือดร้อน  โดยในวันที่ 30 พ.ค. 57 ศาลปกครองได้นัดไต่สวนอีกครั้ง เนื่องจาก กสทช. ได้ทำหนังสือขอเลื่อนชี้แจง 15 วันซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เลื่อนได้เพียง 3 วันเท่านั้นนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์  รองกรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 3เปิดเผยว่า   ช่อง 3 ขอคุ้มครองฉุกเฉินเนื่องจากเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ให้บริการทั่วถึงตามสัมปทานเดิมมานานกว่า10 กว่าปี ซึ่งความเห็นส่วนตัวมองว่า จากเมื่อศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ โครงข่ายเพย์ทีวีก็ยังนำเอาช่อง 3 ระบบอะนาล็อกออกไปเผยแพร่ได้ และมองว่าการเปลี่ยนทีวีไปสู่ระบบดิจิทัลเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่ต้องไม่กระทบเจ้าของสัมปทานเดิม อย่างไรก็ตามวานนี้(26พ.ค.) กสทช .ได้เตือนผู้ให้บริการโครงข่ายเพย์ทีวี ให้ดำเนินตามประกาศมัสต์ เครี่ ซึ่งล่าสุดพบว่าโครงข่ายเพย์ทีวีที่ยังนำเอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศได้แก่ ทรูวิชั่น  ซีทีเอช และจีเอ็มเอ็ม แซด  โดยกสทช.เตรียมที่จะพิจารณาต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ช่อง 3 ยันออกอากาศบนเพย์ทีวีตามปกติ

  • คนไทยใช้เฟซบุ๊กติดอันดับ 9 ของโลก

    คนไทยใช้เฟซบุ๊กติดอันดับ 9 ของโลก

    นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โซเชียล อิงค์ จำกัด เผยผลการวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวโลกออนไลน์ของประเทศไทย ในงานไทยแลนด์ โซเชียล อะวอร์ด 2014 ว่า ปัจจุบันคนไทยใช้บริการโซเชียลมีเดียมากเป็นอันดับ 9 ของโลก หรือราว 28 ล้านคน เทียบเท่าประเทศเยอรมัน อันดับ 1ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ 180 ล้านคน โดยคนไทยใช้เวลาเล่นโซเชียลมีเดียต่อวันเฉลี่ย 3.7 ชั่วโมงต่อวัน รองจากฟิลิปปินส์ที่ 4ชั่วโมงต่อวันโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้มากที่สุด คือ เฟซบุ๊ก 28 ล้านคน ทวิตเตอร์ 4.5 ล้านคน และอินสตาแกรม 1.7 ล้านคนโดยเฟซบุ๊กมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 53% ส่วนพื้นที่ที่ใช้งานมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร 55% หรือราว 15.4 ล้านคน รองลงมาคือ เชียงใหม่ ชลบุรี และนครราชสีมา และพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นคือ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท และมหาสารคาม ในปี 2013 เฟซบุ๊กถูกใช้งานโดยผู้หญิงมากที่สุดประมาณ 50.82% ผู้ชาย 49.18% ทั้งนี้ แนวโน้มในปี 2014 อัตราการใช้เฟซบุ๊กของผู้หญิงน่าจะมีการเพิ่มขึ้นเป็น 51.22% และผู้ชาย48.78% ซึ่งจากจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมดกว่า 14% เป็นการเปิดบัญชีทิ้งไว้แต่ไม่มีความเคลื่อนไหว หรือสร้างบัญชีมาเพื่อรับจ้างกดไลค์เท่านั้นพฤติกรรมการใช้บริการเฟซบุ๊กของคนไทยกว่า 57% นิยมการโพสภาพถ่าย 33% เช็คอิน 21% แชร์ลิงค์ต่างๆ 3% แชร์วิดีโอจากยูทูป และอีก2% โพสสเตตัสของตัวเอง โดยช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด คือ 14.00 น. รองลงมา 15.00 น. และ 10.00 น.ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองสำหรับเจ้าของแบรนด์ สินค้า ธุรกิจและสื่อต่างๆที่จะสามารถเพิ่มยอดคนเข้าชมได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีโซเชียลมีเดียที่คนไทยให้ความสนใจ อาทิ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และไลน์ โดยจำนวนคนไทยที่ใช้ทวิตเตอร์มีมากเป็นอันดับที่17 ของโลก ประมาณ 4.5 ล้านคน ช่วงเวลาที่ใช้งานมากที่สุดคือ 21.00-22.00 น. ที่สำคัญปัจจุบันคนไทยนิยมใส่แฮดเทคของตัวเองมากขึ้น อินสตาแกรมปัจจุบันมีคนไทยใช้งานประมาณ 1.5ล้านบัญชี ช่วงเวลาที่มีการใช้งานมากที่สุดคือ กลุ่มธรรมดา 23.00 น. กลุ่มเซเล็บ 21.00น. และคนที่มีอิทธิพล 18.00 น. ยูทูปคนไทยนิยมใช้งานเพื่อฟังเพลงมากที่สุด รองลงมาคือบริการดูทีวีออนไลน์ และไลน์จากผลการสำรวจคนไทย688 คน พบว่า ใช้สำหรับพูดคุย 87% ใช้ถ่ายภาพและแชร์ 47% เล่นเกมไลน์เกม 45%นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันคนไทยมีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเพิ่มมากขึ้น โดยผ่านระบบแอนดรอย33.15% แอปเปิ้ล 26.95% ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี 23.72% ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน 16.17%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนไทยใช้เฟซบุ๊กติดอันดับ 9 ของโลก

  • ไอซีที ปิดเว็บยั่วยุขัดต่อประกาศคสช.ไปแล้ว 219 เว็บ

    ไอซีที ปิดเว็บยั่วยุขัดต่อประกาศคสช.ไปแล้ว 219 เว็บ

    วันนี้(27 พ.ค.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า หลังจากที่ คณะรักษาความสงบห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้กระทรวงไอซีทีดูแลและสอดส่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตินั้นกระทรวงไอซีที ได้ร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกองทับบก และผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรททางเทคโนโลยีสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานกำกับดูแลการใช้อินเทอน์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นโดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์การใช้เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เป็นการกระทำความผิดตามประกาศคสช.โดยเมื่อพบการฝ่าฝืนตามประกาศกระทรวงไอซีทีจะดำเนินการปิดกั้น และส่งข้อมูลให้คณะทำงานด้านฝ่ายสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดส่งลิงค์ข้อความที่ไม่เหมาะสมต่างๆ เข้าสู่ศาลทหารดำเนินการต่อผู้ที่กระทำความผิดโดยระวางโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับตามพรบ.ประกาศของกฏอัยการศึกทันทีนายสุรชัย กล่าวว่าสำหรับการสกัดกั้นและเอาผิดกับผู้ใช้งานไลน์ Facebook และทวิตเตอร์ที่มีบานข้อมูลลูกค้ารายบุคลลอยู่ต่างประเทศนั้นหากพบมีการเผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม กระทรวงจะประสานงานกับผู้ให้บริการทันที เพื่อขอความร่วมมือให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้งานดังกล่าวทันทีซึ่งการดำเนินการอาจต้องใช้เวลาประสานงาน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีเหมือนกับการปิดเว็บไซต์ไม่เหมาะสมต่างๆทั้งนี้ ถ้ายังปิดไม่ได้จะต้องใช้มาตรการอื่นๆ ต่อไป                 “วันนี้ได้เชิญผู้ประกอบไอเอสพีมาร่วมหารือเพื่อให้ช่วยตรวจสอบลูกค้าถ้ามีสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายผิดกฏหมายจะสั่งการได้เลย ซึ่งหากยังพบว่ามีการร้องเรียนมายังกระทรวงไอซีทีฝ่ายคดีจะสืบค้นจากไอเอสพีโดยตรง และนำไปสู่การปราบปรามผู้กระทำ สำหรับจำนวนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหายุงยงปั่นป่วนสร้างความแตกแยกขัดต่อประกาศ คสช.ระหว่างวันที่ 20 พ.ค.57 -27พ.ค.57 กระทรวงไอซีทีได้ปิดไปแล้วทั้งสิ้น 219 เว็บไซต์” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ปิดเว็บยั่วยุขัดต่อประกาศคสช.ไปแล้ว 219 เว็บ