Blog

  • คสช.ประเมินเศรษฐกิจเริ่มมั่นใจ

    คสช.ประเมินเศรษฐกิจเริ่มมั่นใจ

    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทองรองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาคสช. ได้ประเมินถึงความมั่นใจต่อภาพรวมของเศรษฐกิจว่า ล่าสุดภาคเศรษฐกิจเริ่มมีความมั่นใจในทิศทางการแก้ไขปัญหา และแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของคสช.ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ต่อภาคเศรษฐกิจให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างเป็นระบบทั้งภาคราชการ เอกชน และผู้ประกอบการ ซึ่งช่วยสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศได้ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวนั้น หัวหน้าคสช.ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ซึ่งปัจจุบันได้จ่ายเงินให้กับชาวนาไปแล้ว เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคสช. ที่ต้องการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้ย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้จ่ายเงินให้กับชาวนาจนเสร็จสิ้นทุกราย นอกจากนี้ในด้านสินค้าเกษตรกรอื่น ๆ ที่ยังรอการแก้ไขนั้น ได้ฝากให้ฝ่ายเศรษฐกิจไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนต่อไป เพื่อจะเร่งแก้ปัญหาให้เหมือนกับโครงการรับจำนำข้าวด้วยส่วนการสร้างความเข้าใจในพื้นฐานของการบริหารราชการให้ต่างประเทศรับทราบนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และทูตทหาร เร่งชี้แจงทูตของประเทศต่าง ๆ ให้ได้รับข้อมูลครบทุกประเทศว่า คสช.ใช้กลไกบริหารราชการอย่างไร โดยมีหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นใจและให้ต่างประเทศรับทราบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ประเมินเศรษฐกิจเริ่มมั่นใจ

  • ยอดนักท่องเที่ยวหดแล้ว 33%

    ยอดนักท่องเที่ยวหดแล้ว 33%

    นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการประกาศเคอร์ฟิวจนถึงขณะนี้ ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 23-26 พ.ค.ลดลงไปแล้ว 33% โดย มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย 118,000 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เดินทางมา 170,000 คน ขณะเดียวกันพื้นที่กรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 86,000 คน ลดลง 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากรุงเทพฯ ถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด คือ 70% ทั้งนี้สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1พ.ค.-26พ.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา 1.48 ล้านคน ลดลงถึง 12.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนนอกจากนี้ ในเรื่องการขยายวงเงินสำหรับโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ในช่วงที่ประกาศเคอร์ฟิวนั้น ขณะนี้โครงการประกันได้หมดอายุไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 มีค.ที่ผ่านมา และยังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดดำเนินการต่อเนื่องจาก จะไม่คุ้มค่า เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มั่นใจที่จะมาเที่ยวที่ประเทศไทย หากทำในขณะนี้ก็จะสูญเปล่าและไม่ถูกจุดด้านงบประมาณกระตุ้นการตลาดในช่วงที่นักท่องเที่ยวลดลงนั้น ยังไม่ได้เสนอกับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยจะหารือในวันที่ 28 พ.ค.นี้อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเสนอกับคสช.ให้ทันภายในเดือน ต.ค.นี้ส่วนเรื่อง งบประมาณการตลาด 2,000 ล้านบาทที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงฯได้เสนอขอคสช.เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นงบประมาณที่ขอไปในส่วนของการกีฬา ไม่ได้เกี่ยวกับด้านท่องเที่ยวแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดนักท่องเที่ยวหดแล้ว 33%

  • คมนาคม เร่งใช้จ่ายงบปี 57

    คมนาคม เร่งใช้จ่ายงบปี 57

    นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ประชุมเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี​ 57 หลังจากการเบิกจ่ายช่วงที่ผ่านมาล่าช้าไปมาก เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองดังนั้นจะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประจำและงบลงทุนปี 57 ที่ยังค้างอยู่กว่า 1.5แสนล้านบาท ให้ได้ตามเป้าหมายโดยเร็ว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้ในช่วง4 เดือนที่เหลือนี้ทั้งนี้ปี 57กระทรวงได้รับงบประมาณประจำทั้งสิ้น 133,015 ล้านบาท แต่เพิ่งเบิกจ่ายจริง ถึงวันที่15 พ.ค.57 ได้เพียง 50,727 ล้านบาท หรือเบิกได้แค่ 38% จากเป้าหมาย​​ 58% เท่านั้นอย่างไรก็ตามหากนับการก่อหนี้ผูกพันอีก 38,428 ล้านบาท จะคิดรวมเป็น67% ของงบประมาณที่ได้รับ ส่วนงบลงทุน ที่กระทรวงคมนาคมได้รับทั้งสิ้น 94,383 ล้านบาทเบิกจ่ายได้ 22,096 ล้านบาท คิดเป็น 23.41% น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 50% ส่วนยอดก่อหนี้ผูกพันมี 31,019ล้านบาท หากคิดรวมกับงบที่เบิกจ่ายไปแล้วได้ 56.28%"กระทรวงได้เร่งรัดการเบิกจ่ายโดยให้ทุกหน่วยงานรายงานว่ามีปัญหาขัดข้องอะไรบ้าง ทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องผู้รับเหมา เพื่อเร่งแก้ไข อย่างไรก็ตามจากการสอบถามไปยังทุกหน่วยงานก็มั่นใจว่า ในอีก 1 ไตรมาสที่เหลือจะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด"สำหรับหน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ประกอบด้วยกรมเจ้าท่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมทางหลวงชนบทส่วนหน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้าหมายสูงสุด ประกอบด้วยกรมการขนส่งทางบก สถาบันการบินพลเรือน และกรมทางหลวงส่วนการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงคมนาคมที่มีการใช้จ่ายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีการชำระหนี้เงินกู้ตามที่กำหนด ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายส่วนแผนงบปี 58 ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในการจัดสรรงบประมาณ และจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคม เร่งใช้จ่ายงบปี 57