Blog

  • เฟดเอ็กซ์ใช้นวัตกรรมเสริมแกร่งธุรกิจ-ชุมชน

    เฟดเอ็กซ์ใช้นวัตกรรมเสริมแกร่งธุรกิจ-ชุมชน

    นายเดวิด แอล คันนิ่งแฮมประธานบริษัทเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า  ในฐานะผู้นำวงการขนส่งสินค้าระดับโลกเฟดเอ็กซ์อยู่ในฐานะที่โดดเด่นที่จะทำให้เราสามารถผลักดันการเข้าถึงอย่างยั่งยืนและโอกาสในอนาคตสำหรับธุรกิจ  ลูกค้าและชุมชนที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องลงทุนเพื่อขับเคลื่อนการริเริ่มการปรับปรุงเชิงกลยุทธ์สำหรับบริษัทและชุมชนเป้าหมายเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของความมุ่งมั่นของพนักงาน 18,000 คนในภูมิภาคที่ช่วยขับเคลื่อนความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวทั้งนี้ เฟดเอ็กซ์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบทางการค้าการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์เข้ามาช่วยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ประสบความสำเร็จในตลาดโลกผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ การเปิดตัวศูนย์วิสาหกิจขนาดเล็กเฟดเอ็กซ์เมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2556 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่สำหรับวิสาหกิจขนาดเล็กที่รวบรวมทรัพยากรและข้อมูลต่างๆอาทิ การขนส่งสินค้าระหว่างชาติ กฎระเบียบและเอกสารที่จำเป็นสำหรับประเทศต่างๆและบริการเพิ่มมูลค่าในแต่ละประเทศ สำหรับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเฟดเอ็กซ์ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อาทิจัดสัมมนาในเกาหลีภายใต้แนวคิด ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเกาหลีและสหรัฐและยังเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่เอสเอ็มอีสามารถได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีอีกด้วยนอกจากนี้เฟดเอ็กซ์   ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัทไปพร้อมๆ กับการสร้างธุรกิจให้เติบโต ทั้งนี้ด้วยการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของอากาศยานอย่างเข้มข้นลงไปได้ถึง4.2 เปอร์เซ็นต์  ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของฝูงบินเฟดเอ็กซ์ เอ็กซเพรส  เปิดตัวเรือเพื่อการพาณิชย์ใช้พลังไฟฟ้าล้วนจำนวน10 ลำในฮ่องกงในปี 2556 ซึ่งเป็นกองเรือกองแรกของเฟดเอ็กซ์ที่ใช้ยานพาหนะพลังไฟฟ้าล้วน     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เฟดเอ็กซ์ใช้นวัตกรรมเสริมแกร่งธุรกิจ-ชุมชน

  • คสช.เชิญทีวีหารือคุมออนแอร์เนื้อหา

    คสช.เชิญทีวีหารือคุมออนแอร์เนื้อหา

     วันนี้( 24พ.ค. )ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.)โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช. ) เชิญผู้ประกอบการฟรีทีวีอะนาล็อก 6 ช่องเดิม ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ระบบภาคพื้นดิน รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่ายที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน โครงข่ายดาวเทียม และโครงข่ายเคเบิลระดับชาติเข้าร่วมหารือเพื่อทำความเข้าใจตามประกาศของคสช.พล.ต.สุชาติ ผ่องพุฒิ รองเจ้ากรมการทหารสื่อสาร หัวหน้าคณะทำงานติดตามสื่อ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช.เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการนำเสนอเนื้อหาความมั่นคงของช่องรายการ จึงต้องมีการควบคุมการนำเสนอ โดยการออกอากาศต้องงดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 14 และฉบับที่ 18  ในขณะเดียวกันห้ามมีการแสดงตัววิ่งข้อความด้านล่างจอทีวี ห้ามดำเนินการให้ส่งเอสเอ็มเอสแสดงความคิดเห็นเข้ามายังรายการ และแม้กระทั่งการโฟนอินวิจารณ์ต่างๆ  ขอให้โดยให้เน้นหนักในการควบคุมผู้จัดรายการต่างๆ ให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ ทั้งนี้เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับประกาศคำสั่งของ คสช. ให้ผู้ประกอบการทีวีถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงจากสถานีกองทัพบกทันที ส่วนการหารือทางคสช.จะนำข้อมูลผลกระทบของผู้ประกอบการทีวีไปพิจารณา พร้อมจะดำเนินการมอนิเตอร์เนื้อหาที่ทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆเสนอและพิจารณาตามขั้นตอนของ คสช.ต่อไป  สำหรับประชาชนสามารถรับชมช่องรายการระบบอะนาล็อกเดิม  ได้แก่ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส รวมถึงช่องรายการดิจิตอล 23 ช่อง ยกเว้น ช่องวอยซ ทีวี ทั้งในระบบภาคพื้นดิน ระบบโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล  ส่วนการรับชมผ่านกล่องทีวีแบบบอกรับสมาชิก (เพล์ทีวี ) อาทิ  ทรูวิชั่น , ซีทีเอช , จีเอ็มเอ็ม แซด  , เคมาสเตอร์ , ทีโอที , เจริญเคเบิล , กล่องเอ็มเอสเอส และ กล่องดีทีวี ที่ในขณะนี้สามารถรับชมได้แล้วจำนวน 274 ช่องเช่นกัน ขณะที่ช่องรายการโทรทัศน์อีกจำนวน 14 ช่อง และวิทยุชุมชนที่ได้มีคำสั่งระงับการออกอากาศไปก่อนหน้านี้ จะยังไม่ให้ออกอากาศในเวลานี้ และจะนำมาพิจารณาใหม่ในภายหลัง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.เชิญทีวีหารือคุมออนแอร์เนื้อหา

  • ไอซีทีปิดเว็บแล้วกว่า 100 URL

    ไอซีทีปิดเว็บแล้วกว่า 100 URL

     วันนี้ (24 พ.ค.) นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฏอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.57 และได้เชิญกระทรวงไอซีทีและหน่วยงานในสังกัดทุกกระทรวงเข้าร่วมหารือ  ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีได้รับมอบหมายภารกิจจาก กอ.รส.ให้ดำเนินการตามคำสั่งที่ 8/2557 เรื่อง ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฏอัยการศึก ให้กระทรวงไอซีทีให้รีบแจ้งเว็บที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่อาจขัดต่อการดำเนินการของ กอ.รส.โดยเฉพาะการเสนอเนื้อหาที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร นายสุรชัย กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ใช้ศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cyber Security Operation Center:CSOC) เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียนและประสานงานกับทุกฝ่าย เพื่อดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่ขัดต่อคำสั่งของ กอ.สร.โดยขณะนี้ได้มีการยุติการเผยแพร่ URL ไปแล้วกว่า 100 URL นับจากวันที่ กอ.รส.มีคำสั่ง ทั้งนี้ หลังจากที่กระทรวงไอซีทีได้จัดตั้งห้อง CSOC (5 ธ.ค.54-พ.ค.57) สามารถปิด URL ไปแล้วทั้งสิ้น 22,599 URL

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีทีปิดเว็บแล้วกว่า 100 URL