Blog

  • ลุยตรวจร้านยาดอง-เหล้าปั่น

    ลุยตรวจร้านยาดอง-เหล้าปั่น

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตลงพื้นที่ตรวจร้านขายสุราทั่วประเทศ โดยเฉพาะร้านยาดอง ร้านเหล้าปั่น ว่ามีการขอใบอนุญาตขายสุรา การเสียภาษีจำหน่ายสุราและภาษีป้าย ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งการสั่งปิดร้าน การจำคุกหรือปรับทันที รวมทั้ง หากพบว่าที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมฯเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินการเช่นกัน ทั้งนี้ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีสุราที่ผ่านมา ทำให้ราคาขายสุราทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคสุรายาดองและเหล้าปั่นจำนวนมาก ทำให้กรมสรรพสามิตต้องดำเนินการเข้มงวด เพื่อปราบปรามร้านดังกล่าวที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพผู้บริโภค เพราะอาจมีร้านค้าบางรายใช้สุราเถื่อนหรือตัวยาที่ผสมในยาดองที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ “ยอมรับว่าปัจจุบันร้านขายสุราประเภทดังกล่าวมีการลักลอบเปิดจำนวนมาก ที่ไม่ได้ดำเนินให้ถูกต้องตามกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นอันตรายของผู้บริโภคที่อาจส่งผลต่อชีวิตได้ เพราะบางร้านค้าอาจนำสุราเถื่อนหรือตัวยาที่ผสมในสุราที่ไม่ได้มาตรฐานและคุณภาพเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี ขณะนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค โดยจะแก้ไขกฎหมายกรมสรรพสามิต 7 ฉบับ เช่น เกี่ยวข้องกับสุรา ยาสูบ ให้เป็นฉบับเดียว เหมือนกับกฎหมายของกรมศุลกากร เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินงานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น” อย่างไรก็ตาม กรมฯจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างรถโมบายแลป ในปีงบประมาณ 58 อีก 3 คัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นห้องตรวจแอลกอฮอล์เคลื่อนที่ ซึ่งสะดวกในการตรวจสอบว่าร้านค้าที่ขายสุราได้คุณภาพตามที่กรมสรรพสามิตกำหนดไว้หรือไม่ โดยปัจจุบันกรมฯได้รับการจัดสรรจากงบประมาณ 57 เพียง 3 คันเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบทั้ง 77 จังหวัด นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตเตรียมแก้กฎหมายให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายยาสูบกำหนดไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เข้าข่ายที่กฎหมาย เพราะบุหรี่ดังกล่าวไม่ได้ใช้ยาเส้น แต่เป็นการใช้น้ำยามาเป็นส่วนผสมแทน ทำให้ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สาธารณสุข เพราะที่ผ่านมา การจำกุมและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ทำได้เพียงกฎหมายของกรมศุลกากรเท่านั้น เช่น การนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักร, ช่วยซ่อนเร้น จําหน่าย หรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือโดยหลีกเลี่ยงอากร เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยตรวจร้านยาดอง-เหล้าปั่น

  • รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบปัญหาเพียบ

    รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบปัญหาเพียบ

    รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สศช.ได้สรุปผลรายงานการติดตาม และประเมินผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 55-56 พบว่า จากการประชุมทั้งหมด 12ครั้ง ได้พิจารณาโครงการของภาคเอกชนที่เสนอมารวม 216 เรื่อง ซึ่งโครงการบางส่วนยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่และส่วนกลาง เมื่อรับมติที่ประชุมไปแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่บางโครงการก็มีการรายงานว่าไม่คุ้มค่าในการลงทุน เช่น โครงการวางท่อส่งน้ำ ไปในแหล่งพื้นที่ทำการเกษตรในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ขณะเดียวกันบางโครงการยังขาดหน่วยงานเจ้าภาพหลัก จึงจำเป็นต้องสร้างระบบของหน่วยงานเจ้าภาพให้ชัดเจนกว่านี้ พร้อมทั้งให้สอดคล้องกับภารกิจหลักของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของ และต้องปรึกษาในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า บางโครงการมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ เพราะต้องรอกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จก่อน เช่น การศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้อย่างเต็มรูปแบบในระยะที่ 2 การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าอากาศยานอุบลราชธานีในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามในด้านของความชัดเจนของแนวนโยบาย เช่น การจัดตั้งศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจังหวัอุดรธานีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในลักษณะมหาวิทยาลัยเสมือนจริง อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับการสอนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งเสริมให้จัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยนอกพื้นที่ จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการนำไปสู่การปฏิบัติได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบปัญหาเพียบ

  • รถบรรทุกว่างงาน

    รถบรรทุกว่างงาน

    นายธนิต โสรัตน์ รองประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและประธานกรรมการบริษัทวี เซิร์ฟ กรุ๊ป ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์ เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก มีรถบรรทุกว่างงานแล้วกว่า 180,000 คัน จากรถบรรทุกทั่วประเทศกว่า 900,000 คัน หรือว่างงานประมาณ 15 -20 % ขณะที่คลังสินค้าว่างถึง 30% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ยอดขายค้าปลีกสินค้าลดตัวต่อเนื่อง จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบริการขนส่ง(ลอจิสติกส์)และคลังสินค้า  ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมากกว่า 20% “การขนส่งส่วนใหญ่เกิดจากภาวะที่ภาคอุตสาหกรรมหลายๆ ตัวมียอดขายลดลง การลดลงของภาคก่อสร้าง ตามภาวะเศรษฐกิจรวมของไทยที่ชะลอตัว รวมภาคเกษตรเองก็มีปัญหาราคาตก ประกอบกับการส่งออกไตรมาสแรกก็ติดลบทำให้การนำเข้าสินค้าลดตามก็กระทบต่อการขนส่งโดยรวมตามมา ซึ่งต่างจากปีที่แล้วที่คลังสินค้าเต็มหมดมีการขยายและเช่าเพิ่มแต่ปีนี้ตรงกันข้ามคือคลังว่างมากขึ้น” นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  หลังเม.ย.เป็นช่วงโลว์ซี่ซั่น ของการขนส่ง เพราะเข้าสู่ฤดูฝน และหมดฤดูเก็บเกี่ยว โดยปกติอัตราว่างงานของรถบรรทุกจะลดลงไม่เกิน 20% แต่ขณะนี้ลดลงแล้วกว่า 30%  ถือว่า ค่อนข้างสูงกว่าปกติ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว  ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเมือง จึงทำให้ยอดขายสินค้าภาคอุตสาหกรรมลดลง “ปัญหาการชำระหนี้ของผู้ประกอบการรถบรรทุกภาพรวมยังคงมีรายได้ในการชำระหนี้ตามปกติ แต่ยอมรับว่าในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)  อาจจะมีได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้แต่ละรายได้รับผลกระทบไม่เท่ากันและความสามารถทางการเงินก็ต่างกันไปแต่ยอมรับว่าถ้างานมันลดลงมากไปเรื่อยๆโอกาสจะมีปัญหาในการผ่อนรถก็ย่อมมีแน่นอนเราเองก็หวังว่าการเมืองจะจบลงในไม่ช้านี้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถบรรทุกว่างงาน