Blog

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 8.23 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 8.23 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 พ.ค. ดัชนีปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาด จากแรงเทขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มของธนาคาร และสามารถฟื้นตัวในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย โดยนักลงทุนจับตาการเจรจาร่วมเพื่อหาแนวทางแก้ปํญหาระหว่าง กอ.รส. กับ กปปส. และ นปช.  ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,393.26 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,406.34 จุด จนมาปิดตลาด 1,402.92 จุด เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ 0.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34,120.44 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.อิชิตัน                  ปิดที่ 25.25  บาท                  เพิ่มขึ้น 1.05 บาท 2.ธ.กสิกรไทย        ปิดที่ 190.50 บาท                 ลดลง 0.50 บาท 3.ธ.กรุงเทพ            ปิดที่ 185.00 บาท                ไม่เปลี่ยนแปลง 4.เอไอเอส              ปิดที่ 237.00 บาท                 เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 5.ธ.ไทยพาณิชย์     ปิดที่ 163.00 บาท                 ลดลง 0.50 บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 8.23 จุด

  • อสังหาฯ เม.ย.วูบ 24%

    อสังหาฯ เม.ย.วูบ 24%

    นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด  กล่าวว่า เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการเปิดตัว 27 โครงการ เป็นที่อยู่อาศัย 26 โครงการ และโฮมออฟฟิศ 1 โครงการ มีหน่วยขายรวม 6,013 หน่วย มูลค่ารวม 18,721 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมี.ค.ถึง 1,893 หน่วย หรือลดลง 24% เนื่องจากมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ขณะที่การเมืองยังยืดเยื้อ จึงมีหลายโครงการที่ชะลอการเปิดตัวออกไป ทั้งนี้ โครงการที่เปิดในเดือนนี้ส่วนใหญ่จะมีขนาดปานกลาง ซึ่งเฉลี่ยต่อโครงการ 222 หน่วยขึ้นไป และห้องชุดเปิดตัวมากสุดคือ 2,713 หน่วย แต่ก็นับว่าลดลงคือเหลือเพียง 45.1% ของทั้งหมดที่เปิดตัว รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว 2,221 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 839 หน่วย ด้านมูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการนั้นก็ลดลงจากเดือนมี.ค. 5,994 ล้านบาท หรือลดลง 24% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีราคาปานกลาง ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สัดส่วนถึง 61% รองลงมา คือ 3-5 ล้านบาท 23% สำหรับการขายนั้น มีอัตราเฉลี่ย 17% จากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขาย 29% ต่อเดือน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส.) กล่าวว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปิดยอดรายได้อย่างไม่สวยงามนัก ด้วยปัจจัยความร้อนแรงทางการเมือง โดยพบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 35 โครงการ รวม 13,917 ยูนิต ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 56 ซึ่งมีโครงการคอนโดเปิดตัวถึง 27, 815 ยูนิต ขณะที่โครงการแนวราบ หรือบ้านจัดสรรนั้น มีการเปิดตัวทั้งสิ้น 59 โครงการ รวม 8,721 ยูนิต ลดลง 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 56 ที่เปิดทั้งสิ้น11,085 ยูนิต หากนับการเปิดตัวที่อยู่อาศัยในกทม.และปริมณฑล ช่วง 4 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่ายังชะลอตัวค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่า ทั้งปี 57 นี้ จะมีโครงการแนวราบเปิดตัวเท่ากับปีที่แล้ว คือ 45,000 ยูนิต แต่คอนโดฯ น่าจะลดลงเหลือเพียง 60,000 ยูนิต จากปีที่แล้ว ที่เปิดตัวถึง 85,000 ยูนิต โดยรวมลดลง 25-30% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักในการลงทุนของภาครัฐ ในช่วงสุญญากาศของรัฐบาล ซึ่งปัจจัยทางการเมืองนี้เอง ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า เป็นเหตุผลหลักในการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หลังจากแข่งขันอย่างคึกคักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกของทุกบริษัท แตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปี แต่อย่างไรก็ดี แม้ไม่มีปัจจัยทางการเมือง แต่ก็ควรเป็นปีแห่งการปรับฐาน จากปี 56 ที่มีโครงการเกิดใหม่สูงมากเป็นประวัติการณ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสังหาฯ เม.ย.วูบ 24%

  • รฟท.เริ่มซ่อมรถไฟสายใต้

    รฟท.เริ่มซ่อมรถไฟสายใต้

    นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยหลังจากสำรวจเส้นทางรถไฟสายใต้เพื่อซ่อมแซมครั้งใหญ่ว่า ร.ฟ.ท.สรุปว่าจะไม่มีการปิดเส้นทางสายใต้ทั้งหมดเพื่อซ่อม แต่เลือกใช้วิธีทยอยซ่อมในช่วงที่รถไฟไม่วิ่งผ่านแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้บริการของประชาชน เนื่องจากแต่ละวันชาวใต้นิยมใช้รถไฟเดินทางมาก ทั้งนี้ปัจจุบันเอกชนผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลเข้ามาปรับปรุงทางรถไฟแล้ว และอยู่ระหว่างนำวัสดุก่อสร้างเข้าพื้นที่ เช่น เหล็กราง หิน หมอนรองราง เพื่อเตรียมลงมือปรับปรุงต่อไป โดยใช้เวลาซ่อมในช่วงนอกเวลาเดินรถเฉลี่ยวันละ 3-4 ชม. มีกำหนดระยะเวลาทั้งสิ้น 900 วัน หรือเสร็จทั้งหมดปลายปี 59 ตามทีโออาร์กำหนด   “จากการประเมินแล้ว การซ่อมรางของเส้นทางสายใต้จะไม่มีการปิดเส้นทางทั้งหมดเหมือนการซ่อมรถไฟสายเหนือ เนื่องจากรถไฟสายใต้มีผู้ใช้บริการมาก โดยการซ่อมทางจะทำเป็นช่วงๆ นอกเวลาการเดินรถ วันละ 3-4 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามระหว่างนี้อาจทำให้การเดินรถล่าช้าไปบ้าง จึงขออภัยในความไม่สะดวกด้วย” นายประภัสร์กล่าวว่า การซ่อมรถไฟใหญ่สายใต้ครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โดยจะมีการยกคันดินสูงขึ้น เปลี่ยนไม้หมอนเป็นคอนกรีตให้รับน้ำหนักได้ 100 ปอนด์ จากเดิมรับได้แค่ 60-70 ปอนด์เท่านั้น ทำให้เพิ่มความเร็วได้ จากเดิมสายใต้จะวิ่งเฉลี่ย 20-30 กม.ต่อชั่วโมง ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้นอย่างต่ำเฉลี่ย 60 กม.ต่อชั่วโมง ส่วนทางรถไฟสายใต้. และสะพานการรถไฟฯที่โดนวางระเบิด 2 จุด ช่วงสถานีตันหยงมัส – ป่าไผ่ สถานีบูกิต – เจาะไอร้อง กระทบกับการเดินรถช่วงที่ผ่านมา ความคืบหน้าในการซ่อมแซม เชื่อว่างานจะแล้วเสร็จ สามารถเปิดเดินรถได้1มิ.ย.นี้  และ รฟท.ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงเพื่อตรวจสอบ ดูแลความปลอดภัยเส้นทางรถไฟในพื้นที่ไปแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซ่อมทางรถไฟสายใต้ใช้งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท กรอบเวลางาน 900 วัน ปัจจุบันได้บริษัทรับเหมาที่จะดำเนินการแล้ว โดยตลอดเส้นทางจะแบ่งเป็น 6 โครงการ 6 สัญญา ได้แก่ เส้นทางระหว่างสถานีชุมทางหนองปลาดุก-หัวหิน กม.64+564 ถึง กม.212+250 รวม 149 กิโลเมตร มีบริษัท กิจการร่วมค้าไทย-ซีอาร์ไฟฟ์ จำกัด ดำเนินการ วงเงิน 1,003 ล้านบาท นอกจากนี้ มีเส้นทางระหว่างสถานีชุมทางทุ่งสง-กันตัง กม.757+080 ถึง กม.850+225 รวม 93 กิโลเมตร มี หจก.อัศวอังกูร เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 339 ล้านบาท เส้นทางระหว่างสถานีชุมทางทุ่งสง-ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ กม.757+999 ถึง กม.972+556 รวม 216 กิโลเมตร ดำเนินการโดยบริษัท กิจการร่วมค้า ทีบีทีซี จำกัด วงเงิน 1,945 ล้านบาท เส้นทางระหว่างสถานีชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ระยะทาง 214 กิโลเมตร จาก กม.930+220 ถึง กม.1144+380 มีบริษัท เสริมสงวนก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 2,193 ล้านบาท ตลอดจนเส้นทางสถานีชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์-คีรีรัฐนิคม ระยะทาง 31 กิโลเมตร จาก กม.631+478 ถึง กม.662+750 มีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 348 ล้านบาท และเส้นทางสถานีชุมทางเขาชุมทอง-นครศรีธรรมราช ระยะทาง 35 กิโลเมตร จาก กม.781+927 ถึง กม.816+233  มี หจก.อัศวอังกูร เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 344 ล้านบาท นับเป็นการยกเครื่องเส้นทางสายใต้ครั้งใหญ่อีกครั้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.เริ่มซ่อมรถไฟสายใต้