ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เรียกประชุมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทำความเข้าใจการปฏิบัติงานภายใต้กฎอัยการศึก โดยกล่าวว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงปฏิบัติงานตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยตามปกติ และเห็นว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ส่งผลดีต่อการเดินทางให้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อประสานงานและชี้แจงข้อมูลกับ กอ.รส. โดยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อประสานงานด้านต่าง ๆ กับ กอ.รส. เช่น การขอความร่วมมือให้กระทรวงคมนาคมเตรียมจัดรถรองรับการขนส่งผู้ชุมนุมให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้มีการเตรียมประสาน บขส. และ ขสมก. เพื่อจัดเตรียมรถไว้รองรับนอกจากนี้กระทรวงฯ จะมีการรวบรวมข้อเสนอและข้อกังวลต่าง ๆ ประสานไปยัง กอ.รส. เพื่อขอความชัดเจนและแนวทางปฏิบัติ เช่น ขอให้ กอ.รส.ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหากรณีการปิดถนน ประสานข้อมูลเส้นทางเลี่ยงปัญหาการจราจรให้ประชาชน และ การเข้าใช้สถานที่ราชการที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และข้าราชการในการทำงาน นายชัชชาติ กล่าวว่า ข้อกังวล เกี่ยวกับผลกระทบด้านความเข้าใจของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ต่อการประกาศกฎอัยการศึก จะเสนอให้ กอ.รส. ช่วยชี้แจงและทำความเข้าใจกับสถานทูตทุกประเทศให้ชัดเจน เกี่ยวกับรายละเอียดของกฎอัยการศึก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการบินไทย และบริษัทท่าอากาศยานไทย เนื่องจากตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้ยอดผู้เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิลดเหลือ 120,000 คนต่อวัน หรือติดลบ 5-10% ขณะที่การบินไทย รายงานว่า เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก ส่งผลให้ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ออกประกาศเตือนผู้โดยสารเดินทางมาไทยเพิ่ม แต่การบินไทยจะติดตามผลกระทบด้านตัวเลขผู้โดยสารอีกครั้ง จึงสำนักงานการบินไทย ที่ประจำทั่วโลก เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้โดยสารอีกทางหนึ่ง และยังไม่มีแผนยกเลิกเที่ยวบินใด ๆ ทั้งสิ้นด้านนายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวผ่านสุวรรณภูมิหลังประกาศกฏอัยการศึกลดลง 10% ใกล้เคียงกับช่วงที่มีการชุมนุมที่ลดลง 5-10% อย่างไรก็ตามการบินไทยจะไม่ประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และการให้บริการยังเป็นปกติ พร้อมจัดทีมเฉพาะกิจให้ข้อมูลลูกค้าที่จองตั๋วล่วงหน้าผ่านเอเจนซี่และลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชัชชาติ”เรียกหน่วยงานถกรับกฎอัยการศึก
Blog
-

“ชัชชาติ”เรียกหน่วยงานถกรับกฎอัยการศึก
Facebook Comments -

เอกชน-นักวิชาการหนุนทหาร รอเวลาพิสูจน์ผลกฎอัยการศึก
ในที่สุดประเทศไทยก็เข้าสู่โหมดการให้ “ทหาร” เข้ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ตัดสินใจประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึก “โล่งอก” เพราะเท่ากับว่าประเทศไทยกำลังเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้เสียที แต่การใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด ณ เวลานี้ เชื่อว่าไม่มีใครบอกได้ เช่นเดียวกับในแง่ของนักธุรกิจ-นักวิชาการแล้ว ต่างเชื่อว่าในระยะสั้นอาจไม่มีผลต่อภาคธุรกิจมากนักโดยเฉพาะบรรดาคนค้าคนขายเพราะต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อทหารออกมายุติปัญหาเช่นนี้ ก็ต้องจับตาดูสถานการณ์จากนี้ไปว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เริ่มจาก เชื่อ ตปท.มั่นใจมากขึ้น “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้อาจมีผลกระทบในระยะสั้นบ้าง แต่จะเป็นผลดีในระยะกลางและระยะยาว ที่ต่างประเทศจะเห็นว่าประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุบานปลายด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจเดินหน้าทำงานเหมือนเดิม เพื่อให้สังคมโลกเห็นว่าประเทศไทยแก้ปัญหาทางการเมือง โดยที่เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นกลับมาลงทุนในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้หลังการเรียกชี้แจงเรื่องกฎอัยการศึกในช่วงเย็นของวันที่ 20 พ.ค.นี้กระทรวงการต่างประเทศจะประชุมร่วมกับทูตประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และไปสื่อสารกับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวให้เข้าใจมากขึ้นว่ากฎอัยการศึกที่ประกาศครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลายจากคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย “การประกาศกฎอัยการศึกทำให้เห็นว่าม็อบ 2 กลุ่มจะไม่ขัดแย้งบานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงโอกาสที่จะเกิดการจลาจลไม่มี ต่างประเทศจะเห็นว่าเหตุการณ์ไม่น่ากลัว ขณะที่ภาคเอกชนของไทยเองก็จะกลับมาเดินหน้าต่อไปได้หลังจากที่เกิดความไม่แน่ใจในเหตุการณ์มาหลายเดือน ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำให้ส่วนราชการกลับมาทำงานเหมือนเดิม ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ชะลอตัวลง” ลุ้นเวลาใช้กฎอัยการศึก “ธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า คงต้องมาดูกันต่อว่าหลังจากที่ฝ่ายทหารออก พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ออกมาแล้วจะใช้ยาวนานมากแค่ไหน เพราะถ้ายาวนานคงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากต่างชาติเองก็ติดตามสถานการณ์ของประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้หากคาดเดาเหตุการณ์อะไรในระยะยาวคงคาดเดาได้ยาก ดังนั้นต้องจับตาดูเหตุการณ์ของประเทศไทยกันต่อไปว่า 1-2 สัปดาห์นี้ ทหาร ฝ่ายการเมือง และประชาชนจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไรในสถานการณ์อย่างนี้ ทั้งนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องติดตามสถานการณ์ก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะเมื่อกองทัพออกมาใช้กฎอัยการศึกแล้ว คงต้องมีเหตุผลที่สำคัญ เช่น การเกรงกลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น เพื่อจะให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงต้องประกาศใช้กฎหมายเพื่อคุมสถานการณ์ไว้ก่อนตั้งแต่ต้น ซึ่งก็เชื่อว่า การทำอย่างนี้จะช่วยหยุดยั้งไม่ให้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจได้ เพราะหากเกิดการเผชิญหน้าจนนำไปสู่ความรุนแรงคงทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงจากเดิมอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันหากสังเกตได้อีกอย่างจะเห็นว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศมาก เนื่องจากการลงทุนในตลาดหุ้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรง เช่นเดียวกับค่าเงินบาทที่ไม่ได้อ่อนตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม็คโครเชื่อไม่กระทบ “สุชาดา อิทธิจารุกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยังยากจะประเมินผลกระทบที่จะเกิดจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกได้ เพราะเป็นเวลาที่สั้นเกินไป แต่ทั้งนี้ก็คิดว่าไม่น่าส่งผลต่อธุรกิจของบริษัท เพราะจำหน่ายสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอาหารซึ่งเป็นสินค้าที่ขายได้ในทุกโอกาส อย่างไรก็ตามบริษัทอาจปรับประมาณการรายได้ของปีนี้ใหม่อีกครั้ง หากสถานการณ์เริ่มส่อแววไม่แน่นอน รวมถึงต้องรอดูผลประกอบการของไตรมาสสอง นี้ด้วย ซึ่งปกติแล้วรายได้ในไตรมาสนี้จะต่ำกว่าช่วงอื่น เพราะไม่มีเทศกาลหรือกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นยอดขายเหมือนไตรมาสแรกที่ได้รับอานิสงส์จากช่วงวันหยุดปีใหม่ ทำให้ปีนี้ยอดขายไตรมาสแรกเติบโตดีที่ระดับ 12.5% ทั้งนี้บริษัทประเมินว่ารายได้ทั้งปีจะต้องสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางรายได้ของปีก่อน ๆ โดยปี 56 รายได้บริษัทเติบโตเกือบ 13% “ตอนนี้เรายังคงเดินตามแผนเดิมธุรกิจอยู่ คือเตรียมเปิดสาขาเพิ่มอีก 7 สาขา จากที่เปิดไปแล้วก่อนหน้านี้ 3 สาขา เพราะยังมองไม่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลง คงต้องรอดูสักพัก ไม่อยากจะตื่นตระหนกไปก่อน เพราะเราเป็นคนไทยและมั่นใจว่าทุกคนในประเทศก็อยากจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น” ชี้ภาพลักษณ์ไทยดีขึ้น “ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกแน่นอน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นผลกระทบในด้านบวกหรือลบ โดยส่วนตัวมองว่าการออกกฎครั้งนี้เพราะต้องการควบคุมความสงบทางการเมือง และคลี่คลายสถานการณ์ไปในทางที่ดีเท่านั้น จึงไม่น่าจะมีการทำปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งต่อจากนี้เมื่อแก้ไขปัญหาได้ก็น่าจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศ เรียกความมั่นใจให้ชาวต่างชาติกลับคืนมายังไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเรา “ธุรกิจค้าปลีกก็ได้รับผลมาตั้งแต่ปัญหาการเมืองเริ่มต้นแล้ว โดยเฉพาะช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนลูกค้าต่างชาติที่มาใช้บริการเริ่มลดหายไปอย่างสังเกตได้ แต่ปัญหาก็ยืดเยื้อมานานถึง 6 เดือนแล้ว จึงคิดว่าหลายฝ่ายน่าจะพยายามหาทางออกให้ปัญหาจบได้ในเร็วนี้อย่างแน่นอน และต่อจากนั้นบริษัทจะรีบจัดกิจกรรมเรียกลูกค้า ทำยอดขายกลับมาสู่บริษัททันที” จากนี้ต่อไป… คงต้องจับตาดูสถานการณ์ว่า “ทหาร” จะสามารถเข้ามาสงบศึกเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้เพียงใด!. ทีมเศรษฐกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชน-นักวิชาการหนุนทหาร รอเวลาพิสูจน์ผลกฎอัยการศึกFacebook Comments -

กสทช. ตั้งวอลรูมคุมเนื้อหาออนไลน์สั่งปิดเว็บละเมิดได้ใน1ชม.
วันนี้(21 พ.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ทาง กสทช.ได้หารือร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) อาทิทรู , เอไอเอส , บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) , ซีเอสล็อกอินโฟร์ , 3 บีบี ,บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ เป็นต้น ในการกำกับดูแลเนื้อหาร้ายแรงหมิ่นสถาบันและกระทบต่อความมั่นคง ที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานโดยตัวแทนกระทรวงไอซีที , กอ.รส. , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) , กสทช. , และตัวแทนจากไอเอสพีโดยจะทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ ซึ่งหากพบว่ามีเว็บไซต์ใดเข้าข่าย ผิดประกาศ ฉบับที่ 8 ของ กอ.รส. จะดำเนินการปิดเว็บไซต์ได้ภายใน 1 ชั่วโมงโดยขณะนี้ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่กระทำผิดไปแล้วจำนวน 6 เว็บไซต์ แต่หากเป็นกรณีเว็บไซต์ที่มีที่อยู่ (ไอพีแอดเดรส) ที่ต่างประเทศ เบื้องต้นอาจต้องดำเนินการปิดวงจรเชื่อมต่อต่างประเทศ (เกตเวย์) ชั่วคราว โดยจากนี้ กสทช.จะส่งข้อมูลรายชื่อไอเอสพีจำนวน 108 บริษัท ให้แก่คณะทำงานดังกล่าวต่อไปด้าน พ.ท. สุประดิษฐ์ เปล่งฉวี ผู้แทน จาก กอ.รส. กล่าวว่า สำหรับกรณีการปิดสถานีวอยซ์ทีวี เบื้องต้นต้องการให้ทางวอยซ์ทีวีปรับผังรายการที่ออกอากาศเพื่อไม่ให้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้หากวอยซ์ส่งผังรายการใหม่แล้ว จะขอความเห็นจาก กสทช. เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าจะออกอากาศอีกครั้งได้เมื่อใดอย่างไรก็ตามสำหรับกรณีแฮชแท็ก #ทหารหล่อบอกด้วย และ #soildercuteboy ที่ได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์โดยมีการแชร์รูปภาพของทหารหุ่นหล่อล่ำหรือ หน้าตาสไตล์ เกาหลี ตั้งแต่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมาทาง กอ.รส. ไม่ได้กังวลหรือมีมาตรการใดๆ มาควบคุมกรณีที่มีการตั้งแฮชแท็กบนโลกโซเชียล มองว่าเป็นสีสันหนึ่งและจริงๆ แล้วทหารก็คือประชาชนไทยและนอกเหนือเวลาปฏิบัติหน้าที่ก็มีสิทธิ์ที่จะทำกิจกรรมส่วนตัวในรูปแบบต่างๆ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. ตั้งวอลรูมคุมเนื้อหาออนไลน์สั่งปิดเว็บละเมิดได้ใน1ชม.Facebook Comments