Blog

  • สทท.ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    สทท.ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานฝ่ายตลาด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.ได้ปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้ลง หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ โดยคาดการณ์ว่าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเหลือเพียง 26.8 ล้านคนจากเป้าหมายเดิม 29.92 ล้านคน ส่วนรายได้คาดการณ์ว่าจะเหลือ 1.1 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวไทย ปรับลดลงเป็นการเดินทาง 110 คนต่อครั้ง จากเดิม 136 ล้านคนต่อครั้ง และทำรายได้ 500,000 ล้านบาท จากเดิม 700,000 ล้านบาท“ตั้งแต่การเมืองยืดเยื้อมากกว่า 6 เดือน ทำให้ไตรมาสแรกที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวลดลงไป กว่า 5.85% ส่วนไตรมาสที่ 2 มีสถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะมีเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็ยังลดลงไป 5% แต่ไตรมาส 3 นี้คาดว่าจะเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา และไตรมาสสุดท้ายของปี จึงจะเติบโตพุ่งขึ้น 15% เพราะเหตุการณ์น่าจะจบอย่างแน่นอนแล้ว แต่ก็ไม่สามารถตีตื้นได้ทัน จึงต้องปรับเป้าหมายลงมา”ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชน ต้องร่วมกันจัดแคมเปญด้านการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่น โดยเบื้องต้น เน้นรูปแบบไปที่การออกกิจกรรมทางการท่องเที่ยวแบบสตรีทแฟร์ ในกรุงเทพฯควรจัดเป็นเวลา 1 เดือน และออกไปจัดตามหัวเมืองหลัก อาทิ ภูเก็ต พัทยา หัวหิน โดยภาคเอกชนจะช่วยสนับสนุกหลักเรื่องโปรโมชั่นลดราคาโรงแรม นอกจากนี้ด้านตลาดในประเทศ ก็ควรสนับสนุนด้านการจัดประชุมในประเทศ เนื่องจากกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี) ส่วนใหญ่เพิ่งพารายได้จากกลุ่มประชุมจากภาครัฐเป็นหลักนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้เตรียมจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 34 ในระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 57 เวลา 10.00 – 21.00 น. ที่ อาคาร ชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยใช้รูปแบบครบเครื่องเรื่องท่องเที่ยว ในพื้นที่กว่า 60,000 ตร.ม. ซึ่ง ภายใต้แนวคิด “หลงรักประเทศไทย”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทท.ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • ดอนเมืองเดินหน้าเฟสสอง

    ดอนเมืองเดินหน้าเฟสสอง

    ว่าที่ร.ท.จตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัทท่าอากาศไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะสองว่าขณะนี้ได้ดำเนินการปรับปรุงต่อเนื่อง เหลือเพียงแค่ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปาและระบบเครื่องกล เช่น สายพานลำเลียงกระเป๋า ลิฟท์ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการเฟสสองได้ทันในเดือน ต.ค. 57 รองรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้แน่นอนทั้งนี้หลังจากการปรับปรุงเสร็จ จะทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจาก 18.5 ล้านคน เป็น 30 ล้านคน และที่สำคัญการปรับปรุงสนามบินใหม่จะช่วยผลักดันให้ดอนเมืองกลายเป็นศูนย์กลางการบินของอาเซียนได้ในอนาคต โดยประเมินว่า หากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศคลี่คลาย รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)จะทำให้อัตราผู้โดยสารและเที่ยวบินในภูมิภาคเข้ามาใช้บริการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งในปี 58 น่าจะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 23 ล้านคนรวมถึงมีเที่ยวบินขอเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งเที่ยวบินที่เปิดให้บริการใหม่สายกบินใหม่ และเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ“โครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟสสอง ที่อาคารผู้โดยสาร 2 ยังเดินหน้าปรับปรุงอยู่ และจะเปิดได้เดือนต.ค. แต่หากปรับปรุงไม่เสร็จทั้งหมดก็จะใช้วิธีทยอยเปิดให้บริการ เช่น สายพานลำเลียงกระเป๋าหากเสร็จ 6 แห่งก็จะเปิดใช้ไปก่อน 6 แห่ง หรือลิฟท์ บันไดเลื่อน ก็เปิดใช้ของเดิมไปก่อนและค่อยทยอยปรับปรุงทีหลัง เพราะของเก่ายังคงใช้ได้อยู่”สำหรับยอดผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 19 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.5 ล้านคน โดยการเติบโตผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นการเดินทางเที่ยวบินในประเทศเติบโต 30% เนื่องจากตั๋วเครื่องบินราคาถูกลง ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศเติบโต 7-8% เพราะได้รับผลกระทบจากการเมืองและปัญหาการเข้มงวดการเดินทางนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนส่วนยอดผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เดือนต.ค.56 –เม.ย.57 มีผู้โดยสารเติบโต 23 % และมีเที่ยวบินเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 22% แต่น้อยกว่าที่ ทอท.ตั้งใจไว้ที่จะทำให้มีผู้โดยสารเติบโตที่ 27% และเที่ยวบินขยายตัว 26%นายทัศพลแบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าววา สายการบินแอร์เอเชียยังพร้อมให้บริการทุกเที่ยวบินทั้งเส้นทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศตามปกติ แต่แนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาการเดินทางมาที่ท่าอากาศยานอย่างน้อย3ชั่วโมง และติดตามข่าวสารข้อมูลการจราจรต่างๆ อยู่ตลอดเพื่อไม่ให้พลาดเที่ยวบินเดินทางโดยเคาน์เตอร์เช็คอินแอร์เอเชียจะปิดให้บริการก่อนกำหนดการเดินทาง 45 นาที นอกจากนี้ผู้โดยสาร เช็คอินได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การเช็คอินผ่านเว็บ ที่www.airasia.com ล่วงหน้าอย่างน้อยเพียง1ชั่วโมงก่อนกำหนดการเดินทาง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดอนเมืองเดินหน้าเฟสสอง

  • กสทช.เรียกพบไอเอสพี ควบคุมเนื้อหาอินเทอร์เน็ต

    กสทช.เรียกพบไอเอสพี ควบคุมเนื้อหาอินเทอร์เน็ต

     วันนี้(20 พ.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)นายฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารายงานตัวที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต อาศัยตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก2457 ทางสำนักงานกสทช.ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ติดตามคำสั่งของกฎอัยการศึกอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งเตรียมเรียกผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ต(ไอเอสพี)ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจำนวน 108 บริษัท เข้ามาหารือในวันพรุ่งนี้(21 พ.ค.)เพื่อร่วมกันควบคุมและกำชับเนื้อหาที่ออกอากาศผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตและจะดำเนินการส่งรายชื่อให้แก่กองทัพบก เพื่อร่วมมอนิเตอร์ควบคุมเนื้อหารายแรงหมิ่นสถาบันและกระทบต่อความมั่นคง  ในขณะเดียวยังออกคำสั่งให้กสทช.เขตทั้งหมดให้ความร่วมมือกับกองทัพภาคหากมีการขอความร่วมมือดำเนินงานต่างๆ นอกจากนี้ได้ทำหนังสือถึงสถานีโทรทัศน์ที่ทางกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.)ขอความร่วมมือให้ระงับการออกอากาศระงับการถ่ายทอดประกอบด้วย  1. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5  2. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น  3. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี4. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท  5. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี 6.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล 7.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูกาย 8.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี9.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์ 10.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี และ11.วิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวน โดยขอให้ปฏิบัติตามกฏอัยการศึกอย่างเคร่งครัดต้องปิดสถานีไปจนกว่าจะยกเลิกประกาศดังกล่าว  ส่วนสถานีวิทยุต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์อย่างเคร่งครัดโดยล่าสุดมีสถานีวิทยุที่ได้รับใบอนุญาตทดลองออกอากาศจาก กสทช.แล้วประมาณ 4,700 สถานีสามารถออกอากาศได้ตามปกติและที่ไม่ได้รับใบอนุญาตอีกกว่า3,000สถานีต้องหยุดออกอากาศ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ด้านกระจายเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมสำนักงาน กสทช. ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับการประสานจาก กอ.รส. “สำหรับกฎอัยการศึกนี้ทหารมีอำนาจเต็มที่ทั้งหมด ทั้งด้านโทรคมนาคมกระจายเสียง และโทรทัศน์  โดยขณะนี้ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมายดำเนินการมอนิเตอร์ ซึ่งหากพบว่าสถานีวิทยุจำนวน 3,000สถานีที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกสทช. ดำเนินการกระทำผิดจะแจ้งกองทัพบกเพื่อจับกุมและปิดสถานีทันที”นายฐากร กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เรียกพบไอเอสพี ควบคุมเนื้อหาอินเทอร์เน็ต