Blog

  • คาดตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้ยังร่วงต่อเนื่อง

    คาดตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้ยังร่วงต่อเนื่อง

    ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีปรับลดลงทันทีที่และไหลลงกว่า 20จุดในช่วงเช้า ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยตามแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลักหลังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเนื่องจากมีกลุ่มสถาบันบางประเทศที่ห้ามนักลงทุนลงทุนในประเทศที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกส่งผลให้มีแรงขายออกมาบ้างขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงต้องติดตามต่อว่าสุดท้ายแล้ว หลังการประกาศใช้จะส่งผลต่อการลงทุน และภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศอย่างไรบ้าง ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด1,387.62 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด1,400.63จุด จนมาปิดตลาด1,394.69 จุด ลดลง 15.94 จุด หรือ1.13%ด้วยมูลค่าซื้อขาย43,257.79 ล้านบาทน.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟิลลิป กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงแรง หลังจากกองทัพบกนำโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ประกาศใช้กฎอัยการศึกครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม กปปส. และ นปช.จะรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรของนักลงทุนออกมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องจับตาดูถึงภาพบรรยากาศทางการเมือง หลังจากนี้ไปว่าจะคลี่คลายมากน้อยเพียงใด และออกมาในรูปแบบใดสำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 พ.ค. คาดว่าจะร่วงลงต่อเนื่อง แม้การประกาศกฎอัยการศึกจะเป็นการป้องกันความรุนแรงทางการเมือง แต่ทิศทางความชัดเจนนั้น อยู่คลุมเครืออยู่ จึงทำให้อาจเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองไทย แต่หากสถานการณ์คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะสามารถฟื้นตัวกลับได้รวดเร็ว ด้านกลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำนักลงทุนให้ถือเงินสด เพื่อติดตามสถานการณ์ ส่วนแนวรับประเมินที่1,370-1,380 จุด แนวต้าน 1,400-1,410จุด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้ยังร่วงต่อเนื่อง

  • สั่งทูตพาณิชย์แจงลูกค้าต่างประเทศ

    สั่งทูตพาณิชย์แจงลูกค้าต่างประเทศ

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) 64แห่งทั่วโลก เร่งทำหนังสือชี้แจง กรณีที่ประเทศไทยมีการประกาศกฎอัยการศึก และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้าของไทย และแสดงความมั่นใจว่าการดำเนินการทางการค้า และการส่งออก ยังสามารถทำได้ตามปกติ“ที่ขอให้ทูตพาณิชย์ดำเนินการ คือทำหนังสือชี้แจงเรื่องประกาศกฎอัยการศึก ทั้งเอกชนไทย ในส่วนของหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้ซื้อต่างประเทศทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองไทย จะไม่กระทบต่อการส่งออกสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศ”ขณะที่การประชุมทูตพาณิชย์ที่จะหารือกับสถานการณ์ส่งออกสินค้าไทยครึ่งปีหลัง 57 และแผนปี 58 นั้น ได้เลื่อนการหารือกับภาคเอกชนออกไปก่อน โดยจะประชุมภายในระหว่างข้าราชการ และทูตพาณิชย์เท่านั้น จึงยังไม่สามารถกำหนดเป้าหมายการส่งออกในวันนี้ได้ และยังคงใช้เป้าหมายการส่งออกเดิม 5%ซึ่งเป็นเป้าหมายการทำงานไว้อยู่สำหรับการประชุมกับทูตพาณิชย์ ได้หารือถึงปัญหา และอุปสรรคที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการเสียสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ซึ่งทำให้การส่งออกไทยแข่งขันสู้ประเทศคู่แข่งไม่ได้ โดยจะหารือเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และนำผลสรุปทั้งหมดไปหารือกับภาคเอกชนอีกครั้ง เพื่อกำหนดเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยปี 57 และปี 58 ต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งทูตพาณิชย์แจงลูกค้าต่างประเทศ

  • สศช.มั่นใจประกาศอัยการศึกมีผลดีระยะยาว

    สศช.มั่นใจประกาศอัยการศึกมีผลดีระยะยาว

    ที่สโมสรทหารบก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงถึงแนวทางการประกาศใช้กฎอัยการศึก จากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และผู้อำนวยการกองรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) ว่า ผลที่เกิดขึ้นกับการประกาศกฎหมายดังกล่าว ในระยะสั้นอาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่จะเป็นผลดีในระยะกลางและระยะยาว ที่ต่างประเทศจะเห็นว่าประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุบานปลายด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ เดินหน้าทำงานเหมือนเดิม เพื่อให้สังคมโลกเห็นว่าประเทศไทยแก้ปัญหาทางการเมือง โดยที่เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น กลับมาลงทุนในประเทศไทยต่อไปทั้งนี้ หลังการเรียกชี้แจงเรื่องกฎอัยการศึกในช่วงเย็นของวันที่20พ.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศจะประชุมร่วมกับทูตประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ และไปสื่อสารกับนักลงทุน และนักท่องเที่ยวให้เข้าใจมากขึ้น ว่ากฏอัยการศึกที่ประกาศครั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลายจากคู่ขัดแย้งทั้ง2ฝ่าย“การประกาศกฎอัยการศึก ทำให้เห็นว่าม็อบ2กลุ่มจะไม่ขัดแย้งบานปลายจนเกิดเหตุรุนแรง โอกาสที่จะเกิดการจราจลไม่มี ต่างประเทศจะเห็นว่าเหตุการณ์ไม่น่ากลัว ขณะที่ภาคเอกชนของไทยเอง ก็จะกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากที่เกิดความไม่แน่ใจในเหตุการณ์มาหลายเดือน ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำให้ส่วนราชกา รกลับมาทำงานเหมือนเดิม ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ชะลอตัวลง”ด้านนางปิยะมานเตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ในระยะสั้น จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดอาการตกใจ แต่ถ้าควบคุมสถานการณ์ให้เป็นปกติปลอดภัยได้ ก็เชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวจะไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก ขณะเดียวกันในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จึงไม่ได้เกิดผลรุนแรงอะไร โดยปีนี้เอกชนยังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวไว้ที่ 26.2 ล้านคน เท่ากับปี 56 โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ1.3 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวไทย 700,000 ล้านบาทอย่างไรก็ตามสทท.จะเร่งชี้แจงสื่อสารกับนักท่องเที่ยว และบริษัทท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ และฮ่องกงว่าการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ เป็นไปเพื่อความปลอดภัย และสิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ คือไม่ได้มีการประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานตามเวลาที่กำหนดหรือเคอร์ฟิวสำหรับระยะต่อไปจะแก้ปัญหาภายในกันอย่างไรค่อยว่ากันแต่จะต้องไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นขณะที่นายสมศักดิ์โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ในส่วนของการจัดทำงบประมาณปี58หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นหลังวันที่31ธ.ค.57จะออกกฎหมายงบประมาณมาใช้ไม่ทัน เพราะต้องใช้เวลาทั้งกระบวนการประมาณ9เดือน จึงต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป และสำนักงบประมาณได้พยายามจัดทำปฏิทินงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.มั่นใจประกาศอัยการศึกมีผลดีระยะยาว