Blog

  • เกษตรกรจี้รัฐเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

    เกษตรกรจี้รัฐเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

    นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของเกษตรกร ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส.เกี่ยวกับแหล่งที่มาของการใช้จ่ายในการผลิตและในครัวเรือนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่กว่า 30.7% ต้องการให้รัฐบาลเร่งจัดหาเงินมาจ่ายในโครงการดังกล่าว เพราะปัจจุบันเกษตรกรเริ่มหันมาทำอาชีพเสริมในช่วงรอเงินรับจำนำข้าวเพิ่มขึ้น 30.7% เพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน รองลงมาคือ การกู้เงิน 28.5%, การใช้เงินฝาก 21.9%, บัตรสินเชื่อเกษตรกร 8.8% และแหล่งอื่น ๆ 5.8% ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในการยกระดับราคาและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร  และสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิต ส่วนความช่วยเหลือที่ต้องการจาก ธ.ก.ส.มากที่สุด คือ การลดดอกเบี้ยเงินกู้ในมาตรการช่วยเหลือของธนาคาร การขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป และการขยายวงเงินสำหรับการกู้รอบการผลิตใหม่ เนื่องจากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินในการผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นเกษตรกรที่ผ่านมา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว เลือกใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกรกว่า 65.7% รองลงมา ได้แก่ การกู้เงิน 59.1%, การใช้เงินฝาก 28.5%, รายได้และอาชีพเสริม 16.1% และแหล่งอื่นๆ เช่น ยืมเงินจากญาติพี่น้อง เพื่อนและคนในชุมชน โดยไม่เสียดอกเบี้ย การเชื่อปัจจัยการผลิตจากร้านค้าในท้องถิ่น และการนำทรัพย์สินมีค่าไปขายหรือจำนำ 12.4% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้ทยอยจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 800,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 100,000 ล้านบาท ยังเหลือเกษตรกรที่ยังอยู่ระหว่างรอจ่ายอีก 720,000 ราย หรือคิดเป็นวงเงิน 82,000 ล้านบาท โดยแนวทางการชำระคืน จะมาจากการระดมทุนผ่านกองทุนช่วยเหลือชาวนาอีก 10,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 70,000 ล้านบาท จะมาจากการเร่งขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ช่วงหลังเดือน พ.ค. ซึ่งจะมีวงเงินเข้ามาเดือนละ 8,000- 10,000 ล้านบาท สำหรับใช้ชำระหนี้ให้กับเกษตรกร และคาดว่าจะจ่ายคืนได้ครบทุกรายอย่างช้าที่สุดภายในเดือนธ.ค.57-ม.ค.58 ทั้งนี้ การระดมทุนผ่านกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ผ่านมา ทั้ง 3 กองทุน มียอดเงินสมทบล่าสุด ณ วันที่ 15 พ.ค.แล้วรวมกว่า 11,714 ล้านบาท โดยจำนวนนี้ได้อนุมัติจัดสรรออกไปแล้ว 10,500 ล้านบาท และอยู่ระหว่างกระบวนการจ่ายเงินคืนให้เกษตรกรแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 9,000 ล้านบาท ยังมั่นใจว่าจะได้การสมทบจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานงานไปยังส่วนราชการจังหวัดแล้ว และคาดว่าจะมีเงินสมทบจนถึงสิ้นเดือนพ.ค.นี้ ตามเป้าหมายกองทุนที่วางไว้ 20,000 ล้านบาท สำหรับในวันที่ 19 พ.ค.นี้ จะประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และการดูแลชาวนา ผ่านกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนา และแนวทางการขยายวงเงินกองทุนเพิ่มเป็น 40,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่กำหนดไว้ที่ 0.63% ต่อปี นั้น มองว่าอาจจะไม่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะสหภาพ ธ.ก.ส.ไม่เห็นด้วย และอาจเป็นภาระต่อธนาคาร รวมทั้งยังหารือถึงแนวทางต่อไปที่ธนาคารจะให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรทุกกลุ่ม เช่น การจัดสินเชื่อรายละไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมแล้วกว่า 20,000 ล้านบาทอีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เกษตรกรจี้รัฐเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

  • “ศุภชัย” ยืนยันทรูลงสนามประมูลคลื่น 900  และ 1800 เมกกะเฮิร์ซ  แน่

    “ศุภชัย” ยืนยันทรูลงสนามประมูลคลื่น 900 และ 1800 เมกกะเฮิร์ซ แน่

    วันนี้(15 พ.ค.) ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมจะลงประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือระบบ 4 จี ทั้งในส่วนของคลื่น 900 เมกกะเฮิร์ซ และ 1800 เมกกะเฮิร์ซ ที่ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เตรียมจะเปิดประมูลในเร็วนี้เนื่องจากมองว่าการมีคลื่นความถี่จำนวนมากจะช่วยให้การบริการลูกค้าได้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันความต้องการใช้งานดาต้ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของคนไทย“ทรูยืนยันว่าต้องการลงประมูลทั้งสองคลื่นความถี่โดยบริษัทมีความพร้อม ซึ่งอาจจะเป็นการร่วมกับพาร์เนอร์หรือลงประมูลเองก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ซึ่งการคุยกับพาร์เนอร์ขณะนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว สำหรับราคาประมูลใบอนุญาตที่ก สทช.ตั้งไว้ โดยส่วนตัวมองว่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้”นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นส่ งต่อการดำเนินธุรกิจของทรูเล็กน้อย ซึ่งในธุรกิจโทรคมนาคม จะกระทบในส่วนของยอดขายเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากประชาชนลดการใช้จ่ายในช่วงนี้ แต่ในส่วนค่าบริการไม่ได้รับกระทบมากนัก ขณะที่ในส่วนของ ทรู วิชั่น จะได้รับผลกระทบมากกว่าจากจำนวนยอดสมาชิกใหม่ที่ลดลง เพราะเป็นโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน บริษัทจึงต้องปรับแพคเก็จให้เหมาะสมและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น“ภาพรวมธุรกิจของทรูยังมีอัตราการเติบโตอยู่แต่เป็นแบบชะลอตัวลง ซึ่งการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวคาดว่าจะต้องลงทุนอยู่ แต่ในส่วนของการดำเนินงานและบริหารงานระยะสั้นนั้น บริษัทต้องประหยัดมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เป็นไปได้คือ อยากให้ประเทศมีผู้นำเข้ามาบริหารประเทศยิ่งเร็วยิงดี เพื่อให้ภาวะเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้”อย่างไรก็ตามล่าสุดบริษัทได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 22 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพและจัดอบรมวิชาชีพให้กับบุคคลออทิสติกให้สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ศุภชัย” ยืนยันทรูลงสนามประมูลคลื่น 900 และ 1800 เมกกะเฮิร์ซ แน่

  • ปลัดไอซีที ดูอำนาจกปปส.เรียกพบ

    ปลัดไอซีที ดูอำนาจกปปส.เรียกพบ

     วันนี้(15 พ.ค.) ที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21จากกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศว่า ในวันที่19 พ.ค. นี้จะเรียกปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ มารายงานตัวต่อประชาชนนั้น นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยถึง  ขอดูตามอำนาจข้อกฎหมายหากการเรียกครั้งนี้มีอำนาจก็ต้องไป  รวมทั้งหากการปฏิวัติประชาชนสำเร็จ ล้มล้างอำนาจรัฐได้จริง จะไปรายงานตัวตามกฎหมาย เช่นเดียวกับที่ทหารยึดอำนาจเมื่อปี 2549 เพราะถือว่าผู้ปฏิวัติสำเร็จกุมอำนาจสูงสุด แต่ทั้งนี้ไม่เชื่อว่าจะเกิดการปฏิวัติประชาชน เพราะมีแต่ทหารเท่านั้นที่ปฏิวัติได้ เบื้องต้นต้องยึดอำนาจรัฐให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยมาบังคับให้ข้าราชการทำตามในสิ่งที่ต้องการในขณะเดียวกันไม่ได้ห้ามข้าราชการในสังกัดไปชุมนุมเนื่องจากเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้แต่ต้องเป็นเวลานอกราชการ ซึ่งหากไปในเวลาราชการ จะถือว่าผิดระเบียบการปฏิบัติงาน  โดยแนะนำข้าราชการทุกคนว่าสามารถให้กำลังใจกปปส. ผ่านหน้าจอทีวีดีกว่าไปร่วมชุมนุมแล้วส่งผลกระทบต่องานที่ทำอยู่อย่างไรก็ตามวันนี้(15พ.ค.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ไอซีที)ยังร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย(เอทีซีที) จะได้จัดกิจกรรมงาน Healthcare Technology summit 2014 (เฮลแคร์ เทคโนโลยี ซัมมิท 2014 )  ในวันที่22-23 พ.ค.57 ที่โรงแรมดุสิตธานี ชลบุรี  เพื่อเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยการใช้ไอซีทีเป็นตัวขับเคลื่อนเตรียมพร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยภายในงานจะมีเวทีสัมนาแลกเปลี่ยนความรู้ การแสดงโซลูชั่นไอซีที ด้านการแพทย์ สาธารณสุข ที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางสุขภาพในอาเซียน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดไอซีที ดูอำนาจกปปส.เรียกพบ