WeChat ขอเชิญพบกับความหรรษาครั้งใหม่ที่มาพร้อมขบวนความสุขและการส่งมอบรอยยิ้มและเติมชีวิตชีวาให้การแชท ด้วยอิโมติคอนดุ๊กดิ๊ก “น้อง M” เพียงติดตามBangkok MRT Official Account ก็สามารถดาวน์โหลดอิโมติคอนได้ฟรี“น้อง M”เป็น อิโมติคอนรูปขบวนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ตัวแทนส่งมอบความรู้สึกดีๆ ถึงกันได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สดใสในยามเช้า ความรู้สึกเหงาๆ ในยามบ่าย หรืออยากบอก GoodNight หวานๆ ก่อนเข้านอนกับคนพิเศษก็ทำได้ง่ายๆผ่านดวงตากลมโตและท่าทางสุดน่ารักของน้อง M ใครเห็นก็ต้องหลงรักแน่นอนวิธีดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์น้อง M ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น WeChat แล้วกดติดตามBangkok MRT Official Account จากนั้นเข้าไปในหน้าสนทนา แล้วพิมพ์ 4 คลิกที่กล่อง ฟรี!!! สติ๊กเกอร์น้อง Mดาวน์โหลดเลย กดที่รูปสติ๊กเกอร์แต่ละตัวเพื่อดาวน์โหลด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดาวน์โหลดน้องเอ็มบนWechat
Blog
-

ดาวน์โหลดน้องเอ็มบนWechat
Facebook Comments -

ฟิลิปปินส์จ่อเลิกแบนไก่ไทย
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์เตรียมจะอนุมัติให้มีการนำเข้าไก่สดแปรรูปจากไทยแล้ว หลังจากที่ได้ประกาศห้ามนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากไทยตั้งแต่ปี 47 เนื่องจากปัญหาโรคไข้หวัดนก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จหลังจากที่กรมฯ ได้มีการประชุมเจรจาและเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์เปิดให้นำเข้าไก่สดแปรรูปจากไทยมาโดยตลอด “เป็นข่าวดีล่าสุดสำหรับผู้ส่งออกไก่ของไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีหลายประเทศที่เคยห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกสดจากไทย ก็ได้อนุญาตทยอยให้นำเข้าไก่สดแปรรูปจากไทยแล้ว เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น บาห์เรน ฮ่องกง แอฟริกาใต้ รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” ทั้งนี้การที่ฟิลิปปินส์อนุญาตให้นำเข้าไก่ไทยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประเทศ จะเป็นการย้ำถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไทยในตลาดโลก ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะต้องให้ความสำคัญในการรักษาและปรับปรุงคุณภาพสินค้า หรือรักษาสถานะหนึ่งในประเทศผู้นำการส่งออกเนื้อไก่ของโลกให้ได้ต่อไป นายสมเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยสามารถส่งออกไก่สดไปยังทุกประเทศ ยกเว้นฟิลิปปินส์ โดยตลาดส่งออกใหญ่ของไทยในอาเซียน ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และสิงคโปร์ หากไทยสามารถส่งออกไก่สดไปยังฟิลิปปินส์ได้อีก ก็จะยิ่งเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไก่ไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และ ตลาดโลกว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่ดี และปลอดภัยต่อการบริโภค ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 4 ของโลก รองจากบราซิล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป โดยในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา (52-56) ไทยมีแนวโน้มส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มมากขึ้น เฉลี่ย 9% ต่อปี ในปี 56 ซึ่งไทยส่งออกเนื้อไก่รวมมูลค่า 66,325 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น 38.93%, สหภาพยุโรป 37.85%, อาเซียน 14.02% และประเทศอื่นๆ 9.2%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟิลิปปินส์จ่อเลิกแบนไก่ไทยFacebook Comments -

สินค้าไทยถูกต่างชาติแย่งตลาด
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการศึกษาศัยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในอาเซียนบวก 3ว่า ในปี 54-56 สินค้าของไทยได้สูญเสียส่วนแบ่งตลาดการส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้แก่ประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้ว 183,125 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 250,000 ล้านบาทในปี 57 ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้า 5 ประเภท คือข้าว, น้ำมันปาล์มดิบ, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้, เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากในระยะหลังไทยมีปัญหาเรื่องของการเมือง รวมถึงการพัฒนาและการส่งเสริมธุรกิจของไทยยังอยู่ในต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เพื่อรักษาส่วนแบ่งสินค้าในตลาดอาเซียน บวก 3 ประเทศไทยจำเป็นต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้เร็วที่สุดรวมถึงให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการไทย เพราะในการแข่งขันสินค้าในกลุ่มอาเซียน บวก 3 นั้นพบว่า ข้าว, น้ำมันปาล์มดิบ, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงมาก และสินค้าประเภทไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า อยู่ในภาวะความเสี่ยงในระดับกลาง สำหรับผลการศึกษาศักยภาพการแข่งขันสินค้าอาเซียน บวก 3 พบว่าในช่วง 54-56 นั้นประเทศที่สูญเสียส่วนแบ่งทางตลาดของจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ มี 3 ประเทศโดยสินค้าจากฟิลิปปินส์ มีมูลค่าสูญเสียมากที่สุด 728,329 ล้านบาท รองลงมาเป็น สิงคโปร์ 393,194 ล้านบาท, ไทย 183,125 ล้านบาท ส่วนประเทศที่ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมี 7 ประเทศ โดยมาเลเซียได้ส่วนแบ่งเพิ่มมากที่สุด 596,653 ล้านบาท รองลงมาเป็น เวียดนาม 306,157 ล้านบาท, อินโดนีเซีย 69,796 ล้านบาท, พม่า 65,002 ล้านบาท เป็นต้น “ปัจจัยทางการเมืองนั้นทางศูนย์ฯเป็นห่วงสถานการณ์มากที่สุดจะทำให้ศักยภาพการแข่งขันธุรกิจไทยยิ่งตกต่ำลง ซึ่งหากปัญหาลากยาวไปอีก 3 เดือนคาดว่าจะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยต้องขาดสภาพคล่องหรือมีการปิดกิจการเพิ่มอีก 700,000 – 800,000 ราย และหากไม่สามารถจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 58 ได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดอาฟเตอร์ช็อคหรือเศรษฐกิจถูกแช่แข็งทันที เพราะการลงทุนต่างๆของภาครัฐหลายโครงการต้องยุติลงชั่วคราวจนกว่าจะมีงบประมาณเข้ามาดำเนินการ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สินค้าไทยถูกต่างชาติแย่งตลาดFacebook Comments