นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนาสร้างโอกาสลงทุนขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต เรื่องทางเลือก ทางรอด เศรษฐกิจไทยปี 57 ว่าปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบันยังเป็นทางตันที่ไม่สามารถจบลงได้ง่ายซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทยต้องอยู่ในภาวะซึมลงอย่างต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีส่วนโอกาสที่จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งนั้น เชื่อว่า คงเป็นไปได้ยาก เพราะจากนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่จะเข้ามาช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นมีแต่ตรงกันข้าม ยกเว้นอย่างเดียวคือ มีปาฏิหาริย์“ทางตันทางการเมืองไทยคงไม่หมดไปง่ายๆการเกิดช่องว่างมีนายกรัฐมนตรีจากคนกลางก็ยุ่ง เกิดปฏิวัติ รัฐประหารก็ยุ่งอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรก็เป็นท้องอืดอยู่อย่างนี้แต่ตัวที่จะต้องเคลื่อนไปข้างหน้าคือเศรษฐกิจ การลงทุนต่างประเทศไม่มีขวัญกำลังใจเข้ามาลงทุน และการบนิโภค ก็คงถดถอยลงเรื่อยๆโดยผลที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ติดลบแล้ว และในไตรมาสที่ 2 เชื่อว่าจะติดลบอีก หากเป็นไปอย่างนี้สภาไม่มีมีแต่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานยังไม่ได้ ยิ่งถ้าเกิดปฏิวัติขึ้นมาอีกคงไปกันใหญ่ซึ่งในชีวิตของตนมักจะเป็นผู้มาบอกข่าวร้ายของสังคมเสมอ และไม่อยากให้เป็นจริงเลยแต่เป็นจริงทุกที”อย่างไรก็ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อว่า คงเป็นไปได้ยากเพราะเรื่องของการเมืองไม่เหมือนกับเรื่องเศรษฐกิจที่สามารถรับรู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไรซึ่งมีวิธีที่สามารถแก้ไขได้ แต่เรื่องดังกล่าวเกิดจากความแตกแยกของประชาชน 2 ฝ่ายโดยมีการปฏิเสธระบบประชาธิปไตย ดังนั้นจึงไม่เห็นทางว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยมาก่อนแลยังนำไปสู่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจต้องซึมลง และพังลงในที่สุด นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ถือเป็นความแตกแยกระหว่างคนไทยด้วยกันโดยในช่วงสัปดาห์ก่อนคิดว่า ประเทศไทยคงอยู่ในภาวะสุญญากาศแน่นอนแต่เมื่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดขณะเดียวกันยังได้พยายามสอบถามหลายคนว่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ก็ได้ความว่า จะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้มีการเผชิญหน้ามีสถานการณ์ความรุนแรงจนทำให้เกิดการเสียชีวิตขึ้น และเชื่อว่ามวลชนทั้งสองฝ่ายคงหลีกเลี่ยงการปะทะ เพื่อไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติซึ่งหากเกิดขึ้นจริงคงไม่ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากประชาคมโลกทั้งองค์การสหประชาชาติ สหรัฐฯ ยุโรป และอาเซียน ต่างก็ส่งสัญญาณว่าต้องการให้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โกร่ง”ชี้เศรษฐกิจซึมยาว 2-3 ปี
Blog
-

“โกร่ง”ชี้เศรษฐกิจซึมยาว 2-3 ปี
Facebook Comments -

ททท.จ่อหั่นเป้ายอดนักท่องเที่ยวลง
นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อในขณะนี้ ททท.ได้ทำการประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวอีกครั้งและคาดการณ์ว่า กำลังเข้าสู่สมมุติฐานที่ร้ายแรงที่สุดอยู่ในระดับที่ 3 คือ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เหลือ 26.3 ล้านคน จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายปี 57ไว้ที่ 28.4 ล้านคนและลดจากเป้าปีก่อน 0.7% ขณะเดียวกัน ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวคาดว่า จะอยู่ที่ 1.24 ล้านล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ที่ 1.32 ล้านล้านบาท โดยการประเมินครั้งนี้ทำให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวเติบโตต่ำสุด ครั้งแรกในรอบ5 ปีที่ตั้งแต่เหตุการณ์ ปิดสนามบินและ การก่อจราจลเผาห้างเซนทรัลเวิร์ลในปี 51และ52“จาก สถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี56 และขณะนี้ก็ยังมองไม่เห็นแนวโน้มที่จะจบลง ซึ่งก็ถือว่ายืดเยื้อเกือบจะครึ่งปีแล้ว จึงทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากเอเชียลดลงเป็นจำนวนมาก โดยจากการเก็บตัวเลขตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย.เอเชียเหนือ ลดลง 19.25% ,อาเซียนลดลง 1.49% ,เอเชียใต้ลดลง11.23% ,ตะวันออกกลาง ลดลง 5.53% และโอเชียเนีย ลดลง 0.35% อย่างไรก็ตาม ททท.จะต้องทำการสรุปภาพรวม ด้านเป้าหมายและจำนวนรายได้ในปี 57 เป็นเอกสารที่ชัดเจน อีกครั้ง และนำไป ชี้แจงกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เพื่อ ทำการปรับตัวชี้วัดอีกครั้งภายในเดือน มิ.ย.นี้”ทั้ง นี้ในส่วนของจำนวนรายได้ที่ยังไม่ลดลงนั้นเนื่องจากตลาด ยุโรปยังมีแนวโน้มที่เติบโตได้ดี โดยภูมิภาคยุโรป เติบโต 7.63%,ภูมิภาคอเมริกา โต 0.48% ,แอฟฟริกาใต้ 16.60% ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปนั้นถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวเอเชียจึงทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ติดลบ ขณะเดียวกันภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอกับบริษัททัวร์ราย ใหญ่ (โฮลเซลล์) ที่นำนักท่องเที่ยวจากยุโรปมาไทย ว่า จะสามารถยืนยันจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยตามเดิมได้หรือไม่หรือ จะปรับเพิ่มได้อีกเท่าไหร่เพื่อวางแผนทำการตลาดต่อไป สำหรับ กิจกรรมทางการตลาดที่จะยังคงยืนยันทำตามแผนเดิมและยกเลิกไม่ได้ คือ งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย(ทีทีเอฟ)และ งานไทยแลนด์ ทราเวลมาร์ทพลัส(ทีทีเอ็ม)เพราะจะทำให้องค์กรและบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ ขาดความเชื่อมั่นลงทันที ส่วนแผนกลยุทธ์ใหม่นั้น ต่อจากนี้จะต้องหันมาจับมือกับ สายการบินและเว็บไซต์ท่องเที่ยวออนไลน์ เพื่อเจาะตลาดดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตนเอง(เอฟไอที)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จ่อหั่นเป้ายอดนักท่องเที่ยวลงFacebook Comments -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ปิด 20.89 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ค. ดัชนีปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวได้ในแดนบวกตลอดทั้งวัน เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยลบเข้ามากดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมวุฒิสภากับหลายภาคส่วน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และประเด็นสำคัญในการแต่งตั้งนายกคนกลางตามมาตรา 7 ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทั้งกปปส. และนปช. โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 16 พ.ค. นี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,380.74 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,396.04 จุด จนมาปิดตลาด 1,396.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.89 จุด หรือ 1.52% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 49,965.33 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 14.70 บาท เพิ่มขึ้น 3.10 บาท2. อิชิตัน ปิดที่ 24.30 บาท เพิ่มขึ้น 3.80 บาท3. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 192.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท4. เอไอเอส ปิดที่ 242.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท5. ปตท. ปิดที่ 304.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ปิด 20.89 จุดFacebook Comments