Blog

  • สั่งห้ามนำเข้าบารากู่ทุกชนิด

    สั่งห้ามนำเข้าบารากู่ทุกชนิด

    พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้าม ในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.การส่งออกไปนอก หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 โดยให้มีผลทันที ขณะเดียวกัน ในส่วนของสินค้าประเภทดังกล่าว ที่มีขายอยู่ในประเทศนั้น ก็ก็จำกัดไว้เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนที่เหลือ ต้องห้ามนำเข้าตามกฎหมายใหม่ที่ออกมาสำหรับเหตุผลของการออกประกาศควบคุมสินค้าดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้รับการร้องเรียนว่า ปัจจุบันมีการนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวเข้ามาขายในประเทศไทย รวมถึงขายผ่านอินเทอร์เน็ต และตลาดนัดอย่างแพร่หลาย รวมทั้งสินค้าดัง กล่าวยังมีรูปแบบการใช้แปลกใหม่ ง่ายต่อการเชิญชวนให้เยาวชนทดลองใช้ มีรูปลักษณ์ กลิ่นสีดึงดูดใจ ซึ่งสินค้านี้จากการตรวจพบว่า มีสารพิษหลายชนิด เช่น สารพิษในกลุ่มของสารประกอบอินทรีย์ และกลุ่มโลหะหนักที่เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพและต้องใช้ความระมัดระวังในการ ใช้งานเป็นอย่างมาก และปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายใดเข้ามาควบคุมสินค้าดังกล่าวด้วยทั้งนี้ในส่วนของบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนั้น ตามพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้กำหนดว่า จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเงิน 5 เท่าของสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งให้ริบสินค้ารวมทั้งสิงที่ใช้บรรจุและพาหนะ ที่ใช้บรรทุกสินค้าด้วยพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมครม.ด้วยว่า นอกจากการห้ามนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวจากต่างประเทศแล้ว ยังแสดงความเป็นห่วงถึงการให้บริการขายเหล้าปั่น โดยเฉพาะร้านที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษา แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีกฎหมายออกมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้บังคับใช้อย่างเข้มงวด ดังนั้นจึงให้คสช. ซึ่งมีทั้งฝ่ายทหารและตำรวจเข้าไปดูแลเรื่องดังกล่าวต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งห้ามนำเข้าบารากู่ทุกชนิด

  • ท่องเที่ยวเฮครม.เว้นภาษีสัมมนา-ท่องเที่ยว

    ท่องเที่ยวเฮครม.เว้นภาษีสัมมนา-ท่องเที่ยว

    ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการภาษี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และจัดอบรมสัมมนาในประเทศ โดยกำหนดให้บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ สามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศ ให้แก่ลูกจ้าง หรือรายจ่าย ที่จ่ายให้กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อการอบรมสัมมนา มาหักลดหย่อนภาษีได้ 100%นอกจากนี้ ยังกำหนดให้นักท่องเที่ยว นำเงินที่จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้ว ไม่เกิน 15,000 บาท มาหักลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยทั้งหมดมีผลบังคับใช้ถึง 31 ธ.ค. 58 นี้ เพื่อส่งเสริม และฟื้นฟูการท่องเที่ยว และให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง แม้ว่ารัฐต้องสูญเสียรายได้ 1,000 ล้านบาท แต่ช่วยกระตุ้นให้เกิดผลดีต่อธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ 3,000 ล้านบาทด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า มาตรการครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ โดยเฉพาะการวางแผนท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31ธ.ค.57- 4ม.ค.58 ที่ขณะนี้ เริ่มมีคนไทยวางแผนไปท่องเที่ยวต่างประเทศบ้างแล้ว จากนี้อาจเปลี่ยนแผน แล้วเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแทน เพราะนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไรก็ดี จากนี้ หน่วยงานภาครัฐ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเกิดการรับรู้ให้มากขึ้น ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะต้องประชาสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ ในกลุ่มคนไทยที่นิยมท่องเที่ยวเอง และ กับกรุ๊ปทัวร์ ส่วน ด้านการประชุมสัมมนาของราชาการ ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วยนั้น สำนักงานการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ต้องเร่งออกมาทำการตลาดด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ การประชาสัมพันธ์ในเมืองดีไมซ์ ที่อยู่ตามภูมิภาคหลัก และเป็นหัวเมืองทางการท่องเที่ยว อาทิ ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ เป็นต้นรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สทท. ได้เสนอให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศมาหักค่าลดหย่อน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และสร้างรายได้ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของปี 58 คือ มีรายได้ 800,000 ล้านบาท และ มีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย 148 ล้านคนต่อครั้ง โดยที่ผ่านมามาตรการนี้เคยได้รับการอนุมัติสมัยรัฐบาล นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว แต่ได้รับการอนุมัติแค่เพียง 3 เดือน และลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท ซึ่งยังไม่เห็นผลตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจนมากนัก เพราะมีเวลาน้อยเกินไปขณะที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวนี้ จะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้ภาษีไม่เกิน 2,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมา คือ รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการบริโภคภายในประเทศที่สูงขึ้น จากการเดินทางท่องเที่ยวและอบรมสัมมนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ท่องเที่ยวเฮครม.เว้นภาษีสัมมนา-ท่องเที่ยว

  • ไฟเขียวซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม

    ไฟเขียวซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนว่า ได้อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม 27 โครงการ โดยมีปริมาณไฟฟ้าเสนอขายรวม 202.09 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นภาคเหนือ 21.66 เมกะวัตต์ ภาคกลางและภาคตะวันออก 121.28 เมกะวัตต์ และภาคใต้ 59.15 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 18 โครงการ รวม 82.14 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 6 โครงการ รวม 13.95 เมกะวัตต์ และขยะ 3 โครงการ รวม 106 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในปี 59นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้นำพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานจากชีวมวล และขยะมาผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าของประเทศแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี เช่น กรณีบ่อขยะแพรกษา จ.สมุทรปราการ ที่เคยมีปัญหา ได้ตอบรับซื้อไฟฟ้า และจะนำขยะมาผลิตเป็นไฟฟ้า8 เมกะวัตต์อย่างไรก็ตามโครงการขยะทั้ง 3 โครงการนั้น ช่วยลดปริมาณขยะจากหลุมฝังกลบได้ 1,200 ตันต่อวัน ช่วยลดปัญหาเรื่องการกำจัดขยะจากชุมชนได้ 1,500 ตันต่อวัน ช่วยกำจัดขยะอุตสาหกรรมได้ 250 ตันต่อวัน ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล จะเป็นการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ที่มีจำนวนสูงถึง5,300 ตันต่อวัน และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่นั้น ๆ อีกด้วยสำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขข้อจำกัดหลายข้อ เช่น การออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4 ) กฎหมายการดัดแปลงอาคาร ซึ่งปัจจุบันคืบหน้าอย่างมาก และในส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มตามเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ยื่นข้อเสนอส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า ส่วนโซลาร์ เซลล์ ของราชการ และสหกรณ์การเกษตรนั้น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างการร่างระเบียบรับซื้อไฟฟ้า โดยการดำเนินโครงการในส่วนของ กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการหารือหลักเกณฑ์โครงการในขั้นตอนต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม