รูปประกอบที่ท่านเห็นในบทความนี้เป็นตัวอย่างที่ผมใช้ในการบรรยายเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรม ในรูปเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผมเพียงแต่เอาสีมาระบายปิดตัวอักษรแหล่งที่มาของกระป๋องเท่านั้น ผมใช้ตัวอย่างนี้ในการบรรยายพร้อมกับตั้งคำถามว่า “ถ้าคุณเดินไปกดน้ำจากเครื่องและพบสิ่งสกปรกแบบนี้บนฝากระป๋อง คุณจะทำอย่างไร” แน่นอนว่า ไม่มีคำตอบใดถูกหรือผิด เพียงแต่คำตอบที่ได้นั้นเป็นตัวสะท้อนถึงวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมในยุคปัจจุบัน ผมพบคำตอบหลากหลายจากชั้นเรียน ไม่ว่า เอากระป๋องไปล้าง ใช้หลอดดูดแทนที่จะดื่มจากกระป๋อง ถ่ายรูปแล้วแชร์ผ่านโซเชียล ประณามผู้ผลิตผ่านเว็บบอร์ดชื่อดัง ฟ้องสายด่วนผู้บริโภค หรืออะไรก็แล้วแต่จริง ๆ แล้วการที่ผมนำรูปนี้ไปใช้ประกอบการบรรยาย ก็เพราะอยากตั้งคำถามกับชั้นเรียน โดยเฉพาะชั้นเรียนนวัตกรรม เพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้เท่ากันกระบวนการคิด และสามารถเสนอแนวทาง ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนเลือกที่จะแชร์เรื่องเหล่านี้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก แล้วก็ปล่อยให้เรื่องมันจบไป เปรียบไปก็เหมือนกับการที่คุณกำลังขังความคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ในหม้อต้มน้ำที่กำลังเดือดพล่าน ให้สมองหาทางแก้ปัญหาแบบเร็วจี๋และหลากหลาย แต่แล้ว อยู่ดี ๆ คุณก็เปิดฝากาน้ำ ปล่อยความคิดดี ๆ หลุดลอย ทำให้สมองของคุณหยุดคิดเรื่องนี้ไป การระบายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ใช่เพียงการเปิดฝากาน้ำเท่านั้น หากแต่มันยังเข้าไปมีอิทธิพลในกระบวนการคิดของนักเรียน นักศึกษาในยุคนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากการนำเสนอโครงงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ต้องทำเพื่อจบการศึกษา หรือโครงงานเพื่อประกวดก็ตาม หลายกลุ่มได้ปลดปล่อยพลังงานของตนเองไปกับกลไกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยละเลยและหลงลืมหัวเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจไป ซึ่งก่อนที่จบบทความในวันนี้ผมหยิบ 7 แนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับปีนี้จากฟอร์บส์ออนไลน์ (http://onforb.es/1duyyA) มากระตุ้นเตือนหลายท่านว่า เรื่องเหล่านี้ก็น่าสนใจไม่แพ้โซเชียลเน็ตเวิร์กเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถและการแข่งขันของสมาร์ททีวี สมาร์ทวอตช์หรือนาฬิกาแสนฉลาดจะมีความสามารถที่หลากหลายขึ้นและที่สำคัญ มันจะฉลาดขึ้น กูเกิลกลาสน่าจะแผลงฤทธิ์ในปีนี้ การใช้งานทัชไอดีของแอปเปิลจะหลากหลายมากยิ่งขึ้น (และที่สำคัญมันสามารถใช้ไอโฟนระบุตัวตนในการทำโน่นทำนี่ได้มากขึ้น) เกมคอนโซลอย่างเอ็กซ์บ็อกซ์วันและพีเอสโฟร์จะขยับขยายความสามารถในการให้ความบันเทิงมากขึ้น ผู้ใช้สามารถใช้งานเพื่อความบันเทิงไปพร้อม ๆ กับเล่นเกมไปด้วยได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติที่กำลังเติบโตอย่างกล้าแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แถมท้ายด้วยการทำงานกับผู้ช่วยส่วนตัวอย่างกูเกิลนาวและสิริของแอปเปิลที่มันจะฉลาดและทำงานได้ถูกต้องมากขึ้น เห็นไหมครับว่า ยังมีเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย “ลองหยุดคิดเรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์กสักนิด เผื่อความคิดดี ๆ อื่น ๆ จะเกิดขึ้น”. สุกรี สินธุภิญโญ ( sukree.s@chula.ac.th ) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อย่าปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กครองโลก – 1001
Blog
-

อย่าปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กครองโลก – 1001
Facebook Comments -

พัฒนา 2 แอพใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์
“ทีเซล” ร่วมกับ มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์ฯ ผุด 2 แอพพลิเคชั่นใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์ได้อย่างรวดเร็วผ่านมือถือ ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือทีเซล (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ทีเซลร่วมกับมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากแอพพลิเคชั่นการคัดกรองสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้ร่วมมือกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงนันทิกา ทวิชาชาติ คณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์ ฯ พัฒนา 2 แอพพลิเคชั่นใหม่ คือ แบบคัดกรองอัลไซเมอร์ฉบับย่อ หรือ Brief Alzheimer Screening (BAS) และ แบบทดสอบวาดภาพนาฬิกาหรือ Clock Drawing Test ด้านศาสตราจารย์แพทย์หญิงนันทิกา กล่าวว่า แบบประเมินทั้งสองแบบนี้ มีการใช้งานที่สะดวก และใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วในวงการแพทย์ หรือบุคลากรทางสาธารณสุขโดยทั่วไป เมื่อนำมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการตรวจ และแปลผลได้ทันที จากโปรแกรมการคำนวณ สามารถจัดกลุ่มความเสี่ยงของผู้สูงอายุที่มารับการตรวจ ให้ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป อีกทั้งตัวโปรแกรมเองสามารถเก็บข้อมูลเชิงสถิติของผู้ที่มารับการตรวจ เพื่อใช้สำหรับการติดตามการรักษา หรือเพื่อวางแผนสำหรับศึกษาวิจัยต่อไปภายหน้าได้อีกด้วย สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าว สามารถใช้ได้ทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ทั้งนี้จะมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการในงานสร้างสรรค์สังคมไทยห่างไกลอัลไซเมอร์ ครั้งที่ 6 ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือน ก.ย.โดยในปีนี้จะจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “ค่ายฝึกสมอง”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พัฒนา 2 แอพใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์Facebook Comments -

เล็งปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอี
นายปฏิมา จีระแพทย์ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในการออกสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยมีแนวทางที่จะอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 15,000ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี 3,000 ราย โดยมีวงเงินรายละไม่เกิน 5 ล้านบาทซึ่งจะใช้เงินกองทุนของ สสว. เข้ามาจ่ายค่าธรรมเนียมประกันสินเชื่อ 1.75% กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รวมวงเงินประมาณ 262.5ล้านบาท สำหรับโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดถึงวันที่ 31 ธ.ค. 57 แต่ถ้าไม่ถึง 3,000 ราย จะต่ออายุไปจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่กำหนดส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้น อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด ซึ่งมั่นใจว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่กลุ่มเอสเอ็มอีพอใจโดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองของ สสว. ให้พิจารณา คาดว่าจะใช้พิจารณาได้เร็วๆนี้ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่วนการส่งเสริมด้านการตลาดของเอสเอ็มอีนั้นล่าสุด สสว. ได้ร่วมกับเครือเซ็นทรัล เข้าไปเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 4 บนเนื้อที่ 195 ตารางเมตรโดยมีผู้ประกอบการ 40 ราย เปิดจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 1,000 รายการซึ่งจะเน้นสินค้าคุณภาพสูง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ และ สสว. ได้ทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งหากสินค้าชนิดใดได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับการส่งเสริมให้ผลิตเพื่อการส่งออกต่อไป นางอรรชกา สีบุญเรืองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นติดขัดทั้งหมด หน่วยงานราชการยังสามารถทำงานได้ ขณะที่ กสอ.ยังให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้โครงการต่างๆ ได้ แต่ในส่วนงบประมาณปี 2558 ที่แม้จะมีการจัดทำล่าช้าแต่ก็คาดว่าการใช้จ่ายงบประมาณคงไม่ได้หายไปทั้งหมดเพราะยังเหลืองบประจำและงบต่อเนื่องจากปี2557 ทั้งนี้โครงการที่ กสอ.ให้การส่งเสริมผู้ประกอบการต่อเนื่องคือการการออกไปหาตลาดใหม่ๆ ในประเทศอาเซียนซึ่งปีงบประมาณ 2557 มีโครงการที่จะพาผู้ประกอบการไปจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในประเทศอาเซียนและประเทศจีนรวมทั้งหมด15 ครั้ง ซึ่งไปมาแล้ว 5 ครั้ง และได้รับการตอบรับดี พบว่าผู้บริโภคนิยมสินค้าไทย ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับการตอบรับดีมากและถือว่าเป็นดาวรุ่งที่จะมีโอกาสเติบโตได้มากคือกลุ่มเครื่องนุ่งห่มเครื่องหนัง และอาหารส่วนตลาดที่มีศักยภาพเติบโตคือจีนเพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่และกำลังซื้อสูง “จากที่เราได้ทดลองพาผู้ประกอบการไปศึกษาตลาดใหม่และได้ลองจับคู่ธุรกิจแล้วพบว่าจีนเป็นตลาดที่ศักยภาพสูงทั้งขนาดตลาดที่ใหญ่ กำลังซื้อสูงและขณะเงินเงินหยวนกำลังแข็งค่า”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอีFacebook Comments