วันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15:09 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขาย 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาท เวลา 15:09 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,500 บาท รับซื้อ 19,708.00 บาท ทองแท่งขาย 20,100 บาท รับซื้อ 20,000 บาท เวลา 13:23 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขาย 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาท เวลา 10:13 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,500 บาท รับซื้อ 19,708.00 บาท ทองแท่งขาย 20,100 บาท รับซื้อ 20,000 บาท เวลา 09:30 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง7พ.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,550บาท
Blog
-

ราคาทอง7พ.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,550บาท
Facebook Comments -

เอไอเอสฉลอง3 จี 1 ปี มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า
วันนี้( 7พ.ค.) ที่ชั้น30อาคารพหลโยธินเพลสนายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้( 8พ.ค.)เอไอเอสเตรียมมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าในระบบจำนวน 42 ล้านรายโดยการกด*003#แล้วโทรออก เพื่อลุ้นรับ ไอโฟน 5S ,ซัมซุงกาแลคซี่ s5, ไอแพด มินิ ,แพ็คเกจดาต้า 1GB และแอพพลิเคชั่น โดยลูกค้าสามารถกดร่วมลุ้นรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 9.00 -24.00น.นอกจากนี้ยังให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิเพิ่มเติมโดยการชมภาพยนตร์ที่เมเจอร์ซีนีแพล็กซ์, มิสเตอร์โดนัท และแบล็คแคนยอนเพียงกดหมายเลขที่ร้านระบุไว้เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอสได้รับสิทธิ์วันเดียวเท่านั้นทั้งนี้เอไอเอส ได้เปิดให้บริการ 3 จี 2100ครบรอบ1 ปี โดยมีลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 26 ล้านรายและได้ดำเนินการติดตั้งสถานีฐาน 3 จี 2100 ครอบคลุมจำนวน95%ของจำนวนประชากรซึ่งถือว่าเกินกำหนดที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)โดยในขณะนี้มีจำนวนสถานีฐาน 3 จี 2100 จำนวน 17,000แห่งและสิ้นปีจะมีจำนวนสถานีฐาน 20,000 แห่ง ซึ่งจะให้ลูกค้าครอบคุลมการใช้งานมากที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอสฉลอง3 จี 1 ปี มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าFacebook Comments -

จุฬา ฯย้ำนักธรณีเปลี่ยนแนวคิดจับตารอยเลื่อนขนาดเล็กมากขึ้น
เมื่อเวลา 13.30 น.(7 พค.2557) ที่ตึกจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดแถลงข่าวเรื่อง “แผ่นดินไหว…รับมืออย่างไร”เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยมีศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬา ฯเป็นประธานในการแถลงข่าว ร่วมกับทีมนักวิจัยที่เกี่ยวข้องรศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในไทยช่วงหลังมานี้รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดที่อำเภอพาน จ.เชียงราย พบว่ารอยเลื่อนที่เกิดในระดับตื้น7-15 กิโลเมตร จากพื้นผิวดินซึ่งส่งผลกระทบมากนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรอยเลื่อนที่มีขนาดสั้น ๆ ไม่ยาว ทำให้หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมักไม่ให้ความสนใจ เรียกว่าเป็นรอยเลื่อนนอกสายตาเหมือนกับการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ที่เกิดจากรอยเลื่อนพะเยาซึ่งมีขนาดความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร แม้จะเป็นรอยเลื่อนมีพลัง แต่นักธรณีวิทยาก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาดนี้ได้ทำให้ต่อไปนี้ต้องหันมาเฝ้าระวังรอยเลื่อนต่าง ๆ มากขึ้นทั้งนี้จากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่ารอยเลื่อนพะเยาในอดีตเคยเกิดแผ่นดินไหว คำนวณได้ประมาณ 5 -5.6 ริกเตอร์ ประกอบกับรอยเลื่อนดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนบนหินแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรอยเลื่อนตามลำน้ำแม่ลาว ทำให้นักวิชาการไม่ได้เฝ้าสังเกตมากนัก เพราะรอยเลื่อนมีพลังมักเกิดในตะกอนหรือหินตะกอนที่มีอายุน้อยๆ มากกว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้คือรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้เคียงหรืออยู่แนวเดียวกับรอยเลื่อนพะเยาที่จะมีการปรับตัวของดินใต้แผ่นเปลือกโลกอีกด้วยนอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังรอยเลื่อนในประเทศเพื่อนบ้านเช่นพม่าและลาวที่อาจส่งผลกระทบถึงไทยและที่สำคัญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังรอยเลื่อนแม่จัน เนื่องจากรอยเลื่อนนี้ถึงรอบของการไหวหรือคาบอุบัติซ้ำสำหรับการคาดการณ์แนวโน้มของการแผ่นดินไหวว่าจะมีมากขึ้นหรือไม่นั้น รศ.ดร.ปัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีไหนบอกได้อย่างชัดเจนว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สามารถเก็บสถิติของเหตุการณ์เพื่อนำไปวิจัยและเฝ้าระวังเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดได้ ขณะนี้บอกได้แต่เพียงว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวโดยดูจากแผนที่รอยเลื่อนพาดผ่าน อย่างไรก็ดีรศ.ดร.ปัญญา กล่าวเตือนว่า คนไทยมักลืมง่าย อย่างเหตุการณ์สึนามิใหญ่เมื่อปี2547 ปัจจุบันพื้นที่ที่เคยถูกสึนามิถล่ม ก็ยังมีสิ่งปลูกสร้างกลับมาเต็มเหมือนเดิมซึ่งบอกได้เลยว่าสึนามิเคยเกิดตรงไหน หากเกิดอีกครั้งก็มักจะโดนในพื้นที่เดิม ๆซึ่งควรที่จะมีการเตรียมความพร้อมในการรับมืออยู่เสมอ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จุฬา ฯย้ำนักธรณีเปลี่ยนแนวคิดจับตารอยเลื่อนขนาดเล็กมากขึ้นFacebook Comments