Blog

  • จับตาสินค้าแห่ปรับขึ้นราคา รับเปิดเทอมซ้ำเติมผู้ปกครอง

    จับตาสินค้าแห่ปรับขึ้นราคา รับเปิดเทอมซ้ำเติมผู้ปกครอง

     เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเปิดภาคเรียน…เชื่อว่าบรรดาผู้ปกครองหลายคนในเวลานี้ต่างรู้สึกเครียด กังวล เพราะเกรงว่าจะหาเงินมาจ่ายค่าเทอม จ่ายค่าชุดนักเรียน และอีกสารพัด ไม่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นบรรยากาศของโรงรับจำนำทั้งของภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศจะคึกคักผิดปกติ รวมไปถึงบรรดาเจ้าพ่อเจ้าแม่เงินกู้นอกระบบทั้งหลายที่คึกคักไม่แพ้กัน   มีการคาดกันว่าในช่วงเปิดเทอมนี้จะมีเงินสะพัดหรือค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเพิ่มรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน ที่มีตั้งแต่เรียนฟรีทุกอย่างยันไปถึงต้องควักเนื้อจ่ายสารพัดทั้งค่าหน่วยกิต ค่าบำรุงโรงเรียน ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเสื้อผ้า  ค่ารองเท้า และอื่น ๆ ในหลักหลายแสนบาท ผู้ปกครองหาเงินไม่ทัน  อย่างไรก็ตามในปีนี้หลายฝ่ายต่างแสดงความเป็นห่วงว่า ผู้ปกครองจำนวนมากอาจไม่สามารถหาเงินได้ทันเปิดเทอม เพราะเวลานี้เศรษฐกิจไทยกำลังตกสะเก็ดจากปัญหาการเมือง ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลงจากการที่บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องลดการทำโอทีเพื่อประคองธุรกิจ รวมถึงการหาอาชีพเสริมเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายก็ค่อนข้างลำบาก สวนทางกับราคาสินค้าต่าง ๆ ที่ปรับเพิ่มขึ้น สภาพที่เกิดขึ้น…จึงหนีไม่พ้นการซ้ำเติมบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ทั้งหลาย เพราะนอกจากรายได้จะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังต้องมาพบกับราคาสินค้าอีกนับไม่ถ้วนที่แพงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร ที่เห็นได้ชัดแม้เป็นการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลอย่าง มะนาว ที่บางพื้นที่ในเวลานี้ราคาพุ่งถึงลูกละ 14-15 บาท หรือแม้แต่พืชผักอื่น ๆ อย่างคะน้า ผักกาดขาว ต้นหอม ที่ราคาแพงขึ้นไม่ต่ำกว่า 20-30% ก็ตาม แต่ก็ทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเดือดร้อน หรือแม้แต่อาหารจานด่วนและข้าว ที่ในบางพื้นที่แพงขึ้น 5-10 บาทต่อจาน และยิ่งในช่วงโรงเรียนเปิดเทอมด้วยแล้วเชื่อว่าจะมีสินค้ากลุ่มอาหารก็จะปรับราคาเพิ่มตามด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ที่ราคาลดลงในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงปิดเทอม แต่เมื่อเปิดเทอมเมื่อไหร่ก็จะทำให้ความต้องการไข่ไก่ตามโรงเรียนต่าง ๆ มีมากขึ้น และสุดท้ายก็จะส่งผลให้ราคาไข่ไก่กลับมาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันอีกครั้ง   นี่…ยังไม่นับรวมบรรดาสินค้าต่าง ๆ แม้ว่าจะอยู่ในรายการควบคุมแต่หลาย ๆ ชนิดก็แอบใช้วิชามารโดยการปรับลดขนาดสินค้าให้เล็กลงแล้วคงราคาเดิมเพื่อตบตาผู้บริโภค!  ปรับราคา 10-20 บาท  ดังนั้นจึงมีคำถามว่า? เมื่อสินค้าปรับขึ้นราคากันไปแล้ว สินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน เครื่องเขียน รองเท้า ชุดนักเรียน นักศึกษา และอื่น ๆ จะปรับขึ้นราคาเพื่อซ้ำเติมบรรดาผู้ปกครองมากเพียงใด เพราะเวลานี้เสียงรำพึงรำพันจากบรรดาผู้ปกครองมีเข้ามาให้ได้ยินอย่างไม่ขาดสายว่าราคาชุดนักเรียนขณะนี้ได้ปรับขึ้นไปแล้วอย่างน้อยอีกชุดละ 10 บาท โดยบรรดาร้านค้าย่อยอ้างว่ามีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้ ร้านปักชื่อนักเรียน ดาว หรือสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องหมายโรงเรียน ในหลายพื้นที่ ได้ปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะมีการปรับขึ้น 10-20  บาท เช่น ในต่างจังหวัดในหลาย ๆ ร้าน จะอยู่ที่ 40-50 บาท เพิ่ม 10 บาท ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหลายร้าน จะอยู่ในระดับ 60-80 บาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 20 บาท อย่างไรก็ตามแม้ร้านค้าทั่วไปได้เลือกวิธีการปรับขึ้นราคา แต่ถือว่าแตกต่างจากบรรดาห้างค้าปลีก ค้าส่งรายใหญ่ ที่ต่างยืนหยัดราคาเดิมไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น แถมยังจัดโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” กันอย่างคึกคัก เพื่อดึงดูดบรรดาผู้ปกครองให้มาซื้อสินค้า เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ หลายครอบครัวต้องระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยกัน ห้างฯกระหน่ำจัดโปรโมชั่น  เริ่มจาก “ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน” ได้ทุ่มงบกว่า 6 ล้านบาท จัดทำแคมเปญ โรบินสัน-ไอ เลิฟ มาย สคูล ต้อนรับเปิดเทอม โดยมีสินค้ากว่าแสนรายการทั้งชุดนักเรียน รองเท้า อุปกรณ์การเรียน และยังมีโปรโมชั่นมากมายทั้งลด แถม และชิงโชค ซึ่งแคมเปญนี้จะเน้นไปที่การช่วยลดภาระผู้ปกครอง คุณภาพของสินค้าและความครบครัน โดยตั้งเป้าหมายว่าแคมเปญนี้จะมียอดขาย 300 ล้านบาท และเติบโตกว่า 30% และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายไตรมาสที่ 2 ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ โดยราคาสินค้าเริ่มต้นที่ 20 บาท และยังมีโปรโมชั่น เช่น เมื่อซื้อชุดนักเรียนน้อมจิตต์ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ลุ้นรับไอแพด มินิ และไอโฟน5ซี และเมื่อซื้อรองเท้านักเรียนครบ 1,200 บาทขึ้นไป รับบัตรของขวัญโรบินสัน 100 บาท ซึ่งแคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่ 18 เม.ย.-25 พ.ค. 57 ด้าน “เดอะมอลล์” จัดงาน  ต้อนรับเปิดเทอม “เดอะ มอลล์ แบ๊กทู สคูล” ซึ่งรวบรวมสินค้าครบครันทุกกลุ่มสินค้า ได้แก่ ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน คุณภาพใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ยอดนิยม พร้อมถุงเท้า เครื่องเขียน กับโปรโมชั่นลดสูงสุด 20%     ร่วมจัดโครงการธงฟ้า    ด้าน “เทสโก้ โลตัส” ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดแคมเปญธงฟ้า แบ๊กทูสคูล เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองโดยจำหน่ายสินค้าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนในราคาถูก  เช่น ชุดนักเรียนราคาเริ่มต้นที่ 49 บาท รองเท้านักเรียนราคาเริ่มต้นที่ 79 บาท และยังมีบริการปักชื่อฟรีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการรับประกันคุณภาพชุดนักเรียน 100 วัน ซึ่งแคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันที่  17 เม.ย.-14 พ.ค.นี้ เช่นเดียวกับ “บิ๊กซี” ที่ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ “บิ๊กซี-ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ แบ๊กทูสคูล” เพื่อช่วยผู้ปกครองประหยัด โดยลดราคาสินค้าสูงสุด 30% ตั้งเป้าว่าจะช่วยผู้ปกครองลดค่าใช้จ่ายช่วงเปิดภาคเรียนได้กว่า 25% หรือประมาณ 170 ล้านบาท ทั้งนี้สินค้าประเภทชุดนักเรียนมีราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 42 บาท รองเท้านักเรียนเริ่มต้นที่ราคา 79 บาท และถุงเท้าเริ่มต้นที่ราคา 12 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ สามารถนำชุดนักเรียนเก่า 3 ชิ้น มาแลกคูปองส่วนลดสูงสุด150 บาท, สมาชิกบิ๊กการ์ดซื้อชุดนักเรียนหรือรองเท้าครบ 500 บาท มีสิทธิแลกซื้อถุงเท้าหรือกระเป๋าในราคา 1 บาท,  สำหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิตเฟิร์สช้อย กรุงศรี วีซ่าเมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไปจะได้รับโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 10 เดือน โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พ.ค. 57   สาเหตุสำคัญ…ที่บรรดาห้างร้านต่าง ๆ มีการจัดโปรโมชั่นเพราะมีการประเมินว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ทิศทางตลาดชุดนักเรียนในปีนี้น่าจะเติบโตไม่เกิน 5% หรืออาจไม่เติบโตก็ได้ จากปีก่อนที่มีมูลค่า 4,000–5,000 ล้านบาท เพราะผู้ปกครองเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ หากภาวะเศรษฐกิจดี ๆ ผู้ปกครองจะซื้อชุดนักเรียนในปริมาณ  3-5  ชุดต่อคน แต่ในปีนี้อาจเหลือ 1-2 ชุดต่อคน แล้วหันไปใช้ชุดนักเรียนเก่าหรือชุดนักเรียนของรุ่นพี่แทน ส่วนรองเท้านักเรียนคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่า 5,200 ล้านบาทโตขึ้นประมาณ 3-5% ซึ่งเป็นการขยายตัวแบบลดลง  พาณิชย์คุมเข้มร้านค้า  ไม่เพียงบรรดาห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ที่จัดโปรโมชั่นสารพัดแล้ว ยังมีตามตลาดนัดต่าง ๆ หรือร้านค้าทั่วไปในทุกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดจตุจักร แหล่งรวมสินค้าราคาถูกทั้งแบบมือ 1 และมือ 2  หรือตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดประตูน้ำ ที่เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้ายกโหล เหมาะแก่การเหมาซื้อหลาย ๆ ชุด ได้ราคาต้นทุน หรือตลาดสำเพ็ง แหล่งรวมสินค้าราคาถูกที่สามารถต่อรองราคาได้ด้วย สำหรับราคาจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียนในร้านค้าทั่วไป เช่น ระดับอนุบาล พบว่าแบรนด์ที่ได้รับความนิยม ตัวละ 135-175 บาท  และแบรนด์ทั่วไป รวมถึงเสื้อตลาดโบ๊เบ๊ตัวละ 90-100 บาท  ส่วนกางเกงของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมตัวละ 145-205 บาท และแบรนด์ทั่วไปตัวละ 100-110 บาท ส่วนระดับประถม-มัธยม เสื้อเชิ้ตนักเรียนชาย แบรนด์ที่ได้รับความนิยมตัวละ 182-205 บาท  แบรนด์ทั่วไปตัวละ 140-150 บาท,  เสื้อประถมหญิง คอบัวผ่าตลอด แบรนด์ที่ได้รับความนิยมตัวละ 177-195 บาท แบรนด์ทั่วไปตัวละ  130-140 บาท,  กางเกงนักเรียนชาย  แบรนด์ที่ได้รับความนิยมตัวละ 220-245 บาท แบรนด์ทั่วไปตัวละ 160-170 บาท เป็นต้น   อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อนมากนักนั้นในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจติดตามสถานการณ์ราคาชุดนักเรียน และอุปกรณ์ต่าง ๆ พบว่าทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติโดยไม่มีร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสูง ๆ  นอกจากนี้กรมการค้าภายใน ได้เชิญผู้ผลิตเสื้อผ้าชุดนักเรียน รวมถึงห้างค้าปลีก เพื่อขอความร่วมมือในการตรึงราคาชุดนักเรียน ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันจากผู้ประกอบการว่าเปิดเทอมครั้งนี้ชุดนักเรียนจะไม่มีการปรับขึ้นราคาแน่นอน  แม้ว่าต้นทุนผู้ประกอบการจะปรับสูงขึ้นบ้าง  แต่ยังแบกรับภาระไหว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี และการแข่งขันที่รุนแรง รวมไปถึงการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการสินค้าให้ช่วยกันตรึงราคาสินค้าควบคุมทั้ง 205 รายการ ไว้ก่อนอีก 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคนไทย   ต้องยอมรับว่า…เวลานี้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ต่างเหนื่อยยากจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ก็ต้องกัดฟันทุกทางเพื่อหาทางให้บุตรหลานได้เล่าเรียน!. ตรึงราคาชุดนักเรียน “สันติชัย สารถวัลย์แพศย์” รองอธิบดี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า  ที่ผ่านมาได้เชิญผู้ผลิตชุดนักเรียนรายใหญ่ 4 แบรนด์ ประกอบด้วยตราสมอ น้อมจิตต์ สมใจนึก และแมมมอธ มาหารือถึงแนวทางการตรึงราคาชุดนักเรียนซึ่งตรงกับแนวคิดของผู้ประกอบการทั้ง 4 แบรนด์อยู่แล้วที่ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าในปี 57 นี้แน่นอน แม้ว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะเดียวกัน ยังได้รับคำยืนยันจากผู้ประกอบการและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนก่อนการเปิดเทอมใหม่ว่า ยังคงราคาสินค้าเท่ากับปีที่ผ่านมา ที่สำคัญก็ยังมีการจัดโปรโมชั่นในการแลก แจก แถม แม้ว่าต้นทุนผู้ประกอบการจะปรับสูงขึ้นบ้าง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี และการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บรรดาห้างฯ จำเป็นต้องมีการแบกรับภาระอยู่ เศรษฐกิจดิ่งกำลังซื้อหด “วัลลภ วิตนากร” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้ผลิตไม่กล้าปรับขึ้นราคาสินค้ามากนัก ยกเว้นสินค้าเกษตรบางชนิดที่ราคาปรับขึ้นตามฤดูกาล ดังนั้นในช่วงเปิดเทอมที่กำลังจะถึงนี้ จึงมั่นใจว่าชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน และอุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนคงไม่ปรับขึ้นราคา เนื่องจากผู้ปกครองยังไม่มีกำลังซื้อที่สูงมากนัก  สาเหตุที่ผู้ปกครองมีกำลังซื้อไม่มากยอมรับว่า รายได้จากการทำงานในส่วนโอทีของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่มากเหมือนกับเศรษฐกิจดี ๆ ขณะที่การส่งออกก็ไม่ดีนักทำให้โรงงานขนาดใหญ่จำนวนมากต้องหยุดการขยายกิจการ ไม่มีการรับพนักงานเพิ่ม  “เศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออกไทยพร้อมฟื้นตัวตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่เอกชนอยากเห็นคือ การเลือกตั้งเร็ว ๆ เพื่อมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจในการบริหารเต็มตัว ในการอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ” รองเท้านักเรียนคึก “จักรพล จันทวิมล”  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้านักเรียน ภายใต้แบรนด์ “นันยาง” เชื่อว่า ภาพรวมตลาดรองเท้านักเรียนในปี 57  มีมูลค่ารวม  5,200 ล้านบาท หรือเติบโต 3-5% แต่หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปกติ หรือเทียบกับช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ดี ตลาดจะเติบโตได้ 5-7% แต่ที่ในปีนี้เติบโตน้อยมาจากเศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา กำลังการซื้อของผู้บริโภคในระดับรากหญ้าลดลง แต่ตลาดที่เติบโตได้ในปีนี้เพราะผู้ปกครองไม่ซื้อสินค้าเมื่อปี 56 ที่ผ่านมา แล้วหันซื้อในปี 57 แทน ในส่วนของรองเท้าแบรนด์ “นันยาง” คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่าอัตราเติบโตของตลาดรวมหรืออยู่ที่ประมาณ 8% ตลอดทั้งปี และได้ตั้งเป้าการเติบโตในช่วงเปิดเทอม (แบ๊กทูสคูล) ปี 57 ไว้ที่ 12% ซึ่งตรงนี้บริษัทได้ปรับแผนการขายเพื่อรับเปิดเทอม มนัส แวววันจิตร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาสินค้าแห่ปรับขึ้นราคา รับเปิดเทอมซ้ำเติมผู้ปกครอง

  • ไฟเขียว เปิดเส้นทางเดินรถใหม่ 3 สาย

    ไฟเขียว เปิดเส้นทางเดินรถใหม่ 3 สาย

    นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเปิดรับคำขออนุญาตเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางหมวด 3 ใหม่ 3 เส้นทาง ได้แก่ สายที่ 396 สมุทรสาคร-บ้านพุน้ำร้อน สายที่ 841 บึงกาฬ-แม่สาย และ สายที่ 872 แม่สอด-สวนผึ้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนสัญจรไปมา รวมถึงเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เนื่องจากขณะนี้ใน 3 เส้นทางมีประชาชนต้องการสัญจร และท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งนี้ กรมจะเปิดรับคำขอเพื่อพิจารณาหาผู้สมัครได้รับใบอนุญาต จนถึงวันที่ 11 มิ.ย.57 โดยติดต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเดินรถ โดยเส้นทางสายที่ 396 สมุทรสาคร-บ้านพุน้ำร้อน ให้ใช้รถลักษณะมาตรฐาน 2 (รถโดยสารปรับอากาศชั้น2) จำนวน 2-4 คัน เดินรถวันละ 2 เที่ยว (ไป1เที่ยว กลับ1เที่ยว) ค่าโดยสารตลอดสายคนละ 141 บาท ระยะทาง 207 กม. โดยเริ่มต้นจาก จ.สมุทรสาคร ผ่านอ.บ้านแพ้ว จ.นครปฐม อ.บ้านโป่ง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี บ้านประตูด่าน บ้านห้วยน้ำขาว สิ้นสุด สถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านพุน้ำร้อนส่วนเส้นทางสายที่ 841 บึงกาฬ-แม่สาย ให้ใช้รถลักษณะมาตรฐาน 1ก (รถโดยสารปรับอากาศชั้น1ชนิดพิเศษ ) ค่าโดยสารตลอดสายคนละ 1,355 บาท และรถมาตรฐาน1(ข) (รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1) ค่าโดยสาร ตลอดสายคนละ 871 บาท จำนวนรถ 2-6 คัน เดินรถขั้นต่ำวันละ 2 เที่ยว ระยะทาง 1,131 กม. เริ่มต้นจาก จ.บึงกาฬ ไปตามทางหลวงแผ่นดินถึง จ.หนองคาย จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ จ.พะเยา และเข้า จ.เชียงรายไปสุดเส้นทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอแม่สายขณะที่เส้นทางสายที่ 878 แม่สอด-สวนผึ้ง ให้ใช้รถมาตรฐาน 1(ข)พิเศษและหรือ 1(ข) รถโดยสารปรับอากาศชั้น1 ชนิดที่นั่งพิเศษและหรือ1) จำนวน2-4 คัน เดินรถขั้นต่ำวันละ2เที่ยว ค่าโดยสารรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1ชนิดพิเศษ ตลอดสายคนละ 655 บาทและรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 ตลอดสายคนละ 562 บาท ระยะทาง 695 กม.โดยเริ่มต้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอแม่สอด ผ่าน จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สมุทรสงคราม ไปสุดเส้นทางสถานที่จอดรถอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียว เปิดเส้นทางเดินรถใหม่ 3 สาย

  • กรมการค้าฯปลื้มเว็ปขายสินค้าออนไลน์

    กรมการค้าฯปลื้มเว็ปขายสินค้าออนไลน์

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการให้บริการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thaitrade.com ว่า ขณะนี้ การบริการซื้อขายสินค้าออกไลน์ ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจอย่างมาก โดยตั้งแต่เดือน ก.ค. 54 -30 เม.ย.57 มีผู้ขายในประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิก เพื่อนำเสนอขายสินค้า 11,476 ราย และมีผู้ซื้อสมัครเป็นสมาชิก 56,013 ราย รวมถึงมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ทั้งใน และต่างประเทศรวม 1.9 ล้านราย ซึ่งประเทศที่ใช้บริการสูงสุด ได้แก่ จีน อินเดีย สหรัฐฯ มาเลเซีย เกาหลีใต้ เวียดนาม สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และออสเตรเลียทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดเว็บไซต์ มีมูลค่าการซื้อขายสินค้าแล้วไม่น้อยกว่า 1,646 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมในการเข้าเยี่ยมชมมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น สินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สินค้าเกษตร เฟอร์นิเจอร์ จักรยานและส่วนประกอบ อะไหล่ยานยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสวน เครื่องมือแพทย์ อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้นนอกจากนี้ ยังมีการนำผู้ที่ซื้อขายสินค้าในเว็ปมาร่วมการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ได้ทั้งหมด 550 คู่ มีผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมจาก 21 ประเทศ โดยประเทศที่มีการสั่งซื้อสินค้าแล้ว ได้แก่ กานา แคนาดา ญี่ปุ่น ตุรกี ไต้หวัน ไทย เนเธอร์แลนด์ บังกลาเทศ ปากีสถาน โปแลนด์ มาเลเซีย เม็กซิโก เยอรมนี สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรสต์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินเดีย อิสราเอล อิหร่าน และฮ่องกง มีมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 1,028 ล้านบาทนางนันทวัลย์ กล่าวว่า กรมฯ ยังได้จัดทำแอปพลิเคชั่น เพื่อให้สามารถใช้งานเว็บไซต์ thaitrade.com บนโทรศัพท์มือและและแท็บเล็ต เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ซื้อขายในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ บนเว็บไซต์ ทั้งหมวดหมู่สินค้า รูปสินค้า รายละเอียดสินค้า และรายละเอียดผู้ประกอบการ โดยสามารถลงทะเบียนสมาชิก และใช้ประโยชน์ในการค้นหาข้อมูลสินค้า สินค้าโปรโมชั่น ความต้องการขอซื้อได้“การจัดทำแอปพลิเคชั่นของ thaitrade.com เป็นการพัฒนาเพื่อสร้างความต่าง และสร้างมาตรฐานการให้บริการให้เข้าถึงความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ thaitrade.com เป็นที่รู้จักยอมรับ และเป็นช่องทางใหม่ในการเพิ่มยอดการส่งออกให้กับสินค้าไทย โดยขณะนี้มีเมนูรองรับการใช้งาน 2 ภาษา คือ ไทยและอังกฤษ ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมการค้าฯปลื้มเว็ปขายสินค้าออนไลน์