Blog

  • โฮมเพจใหม่ youtube.co.th

    โฮมเพจใหม่ youtube.co.th

    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานางสาวพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล ได้โพสต์ข้อความลงบนบล็อกอย่างเป็นทางการของกูเกิล ประเทศไทย โดยระบุว่า  แนวคิดหลักของเราที่ Google ประเทศไทยของปี2557 นี้เป็นอะไรที่แสดงถึงความเป็นไทย ตั้งแต่เปิดตัวการค้นหาและพิมพ์ด้วยเสียงภาษาไทยเมื่อเดือนที่แล้วการช่วยเหลือธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่อยู่นอกกรุงเทพฯ  ให้เติบโตยิ่งขึ้นด้วยการคิดเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กโดยมีเว็บเป็นตัวช่วยไปจนถึงการแบ่งปันประสบการณ์และช่วงเวลาดีๆ ไปกับโครงการ #ThailandOnly บน Google+ เราไม่หยุดมองหาโอกาสต่างๆที่จะหยิบยื่นประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆของเรา และนี่คือเหตุผลที่วันนี้เราอยากจะมาฉลองสงกรานต์กับคุณทุกคนเรามีอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาแบ่งปันและเราก็หวังว่าสิ่งเล็กๆอันนี้คงทำให้คุณตื่นเต้นไปด้วยแบบเดียวกับที่เราทุกคนใน Google กำลังตื่นเต้นอยู่เช่นกัน. “คุณอาจจะถามว่าแล้วตื่นเต้นอะไรกันหรือ   เราขอเสียงกรี๊ดดังๆจากทุกคนที่มีวิดีโออยู่ในหัวใจกันหน่อย ฉิ่งฉับกรับรัวให้กับโดเมนสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะของ YouTube ที่www.youtube.co.th “ โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยสามารถเข้าสู่หน้าโฮมเพจใหม่ด้วยyoutube.co.th หรือหากอยู่ต่างประเทศและยังสนใจติดตามเนื้อหาความเป็นไปของไทยสามารถรับชมได้โดยเลือกที่ ”ประเทศไทย”  จากแท็ปประเทศด้านล่างของหน้าเว็บ  YouTube มีให้บริการเป็นภาษาไทยแล้ว      

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โฮมเพจใหม่ youtube.co.th

  • แล้งจัดมะนาวลูกละ 15 บาท เงินเฟ้อเม.ย.สูงสุดในรอบปี

    แล้งจัดมะนาวลูกละ 15 บาท เงินเฟ้อเม.ย.สูงสุดในรอบปี

    นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. 57  เท่ากับ 107.47 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  2.45% สูงสุดในรอบ 1 ปี โดยมีปัจจัยจากการปรับขึ้นราคาของอาหารสำเร็จรูป, อาหารกลางวัน, ก๋วยเตี๋ยว, เนื้อสุกร, แก๊สหุงต้ม, ค่าทัศนาจร รวมถึงผักสดและผลไม้บางชนิดที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะมะนาว ที่ในบางพื้นที่มีราคาสูงถึง 14-15 บาทต่อลูก เมื่อรวม 4 เดือนเงินเฟ้อเฉลี่ยที่  2.12% และทั้งปีคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบเดิมที่วางไว้ 2-2.8%“เงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นสูง  เนื่องราคาสินค้าจากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับเพิ่ม 4.61% สูงสุดในรอบ  20 เดือน เป็นผลจากราคากลุ่มผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารสำเร็จรูป ปรับสูงขึ้น จากภาวะภัยแล้งทำให้ผลผลิตเสียหาย จนทำให้ต้นทุนปรุงอาหารเพิ่มขึ้นตาม”สำหรับสินค้าที่ปรับตัวสูงมาก ๆ ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่าในส่วนของหมวดอาหาร ต้นหอมราคาเพิ่มมากสุด 34.99% รองลงมา มะนาว 30.66% , ผักคะน้า เพิ่ม 21.56%, ผักกาดขาว เพิ่ม 20.03%, ส้มเขียวหวานเพิ่ม 5.29% , เนื้อสุกร 3.16% และอาหารตามสั่งเพิ่ม 2.33% ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น แก๊สหุงต้ม เพิ่ม 2.28%, ค่าทัศนาจร เพิ่ม 2.15%, เบียร์  1.76%, น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพิ่ม  0.83%ส่วนสินค้าหมวดอาหารที่ปรับตัวลดลง เช่น ไข่ไก่ ลดลง 4.31%, กระเทียม ลดลง 12.76%, มะม่วงลดลง 3.46% ขณะที่สินค้าที่ไม่ใช่หมวดอาหาร เช่น สบู่ ลดลง 0.33%, ผงซักฟอก ลดลง 0.12%, กระดาษชำระ ลดลง 0.53% และอาหารเลี้ยงสัตว์ ลดลง 0.11% เป็นต้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แล้งจัดมะนาวลูกละ 15 บาท เงินเฟ้อเม.ย.สูงสุดในรอบปี

  • แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี

    แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี

    รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยว่าจากการสำรวจความคิดเห็นธนาคารพาณิชย์ไทยสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม26 แห่งและกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์)26 แห่งพบว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อไตรมาส 2คาดว่าธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มความเข้มงวดในการให้สินเชื่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (เอสเอ็มอี)โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสิ่งทอ เป็นต้น นอกจากนี้สถาบันการเงินยังมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อภาคครัวเรือนทุกประภทโดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพบว่าสถาบันการเงินเริ่มเห็นว่าภาคครัวเรือนมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้หรือเริ่มชำระหนี้ล่าช้าเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนนั้นสถาบันการเงินส่วนใหญ่ประเมินว่าความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยและความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตจะมีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบันสะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเริ่มปรับดีขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่วนความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่มาจากความต้องการสินเชื่อสำหรับการบริโภคทั่วไปขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆคาดว่าจะทรงตัวจากปัจจุบันตามการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง  สำหรับมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมาพบว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความเข้มงวดและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจต่อเนื่องจากไตรมาส  4ที่ผ่านมาโดยเฉพาะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสัดส่วนค่าธรรมเนียมที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและการปรับเพิ่มของหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยเนื่องจากสถาบันการเงินมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงส่งผลให้ภาคธุรกิจขนาดเล็กมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี