Blog

  • ปณท เร่งตรวจสอบคูปองทีวิดิจิตอลที่ธัญบุรีกรณีฉีกขาด

    ปณท เร่งตรวจสอบคูปองทีวิดิจิตอลที่ธัญบุรีกรณีฉีกขาด

    วันนี้ (13 ต.ค.) นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (สายงานระบบปฏิบัติการ) รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวถึงความคืบหน้าในการนำจ่ายคูปองส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีระบบดิจิตอล 21 จังหวัดนำร่องว่า ดำเนินการไปได้แล้วทั้งสิ้นกว่า 770,000 ชิ้น ใน 6 จังหวัดแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี โดยคาดว่าจะสามารถนำจ่ายได้แล้วเสร็จทั้ง 4.65 ล้านชิ้น ภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำคูปองที่ได้รับไปใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 20 ต.ค. ตามที่ กสทช. ระบุไว้ทั้งนี้ หลังทราบข่าวการนำจ่ายคูปองดิจิตอลในพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 1 ราย ว่าได้รับคูปองในสภาพฉีกขาดนั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้ที่ทำการไปรษณีย์ธัญบุรีเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะรายงานผลให้ทราบต่อไป โดยขั้นตอนในการนำจ่ายคูปองไปยังครัวเรือนต้องมีผู้เซ็นรับทุกราย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับคูปอง กรณีที่นำจ่ายแล้วไม่มีผู้รับอยู่บ้าน เจ้าหน้าที่จะนำไปจ่ายให้ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หากไม่มีใครลงนามรับอีกก็จะหย่อนใบแจ้ง (ขนาดเท่าโปสการ์ด) ไว้ให้เจ้าของบ้านว่าไปรษณีย์ได้มานำจ่ายแล้วแต่ไม่พบคนในบ้าน จึงขอให้ไปติดต่อขอรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เมื่อครบกำหนด 7 วันยังไม่มีผู้มาติดต่อขอรับ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งใบเตือนแจ้งให้มารับเป็นครั้งที่ 2ทั้งนี้ หากครบกำหนดเวลา 15 วัน ยังไม่มีผู้มารับอีก ปณท จะเก็บรักษาคูปองไว้เพื่อรอผู้มาติดต่อขอรับจนกว่าคูปองจะหมดอายุการใช้งาน คือ 31 พฤษภาคม 2558 และหากครบกำหนดการใช้คูปอง (31 พ.ค.58) ยังไม่มีผู้มาติดต่อรับ ทางที่ทำการไปรษณีย์จะเก็บรวบรวม และส่งคืน กสทช. ทันที ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบหมายเลขไปรษณีย์ลงทะเบียนได้จากเว็บไซต์ของ กสทช. จากนั้นนำหมายเลขมาเช็คสถานะการจัดส่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Track & Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท เร่งตรวจสอบคูปองทีวิดิจิตอลที่ธัญบุรีกรณีฉีกขาด

  • สั่งสอบให้เช่าที่ราชพัสดุ

    สั่งสอบให้เช่าที่ราชพัสดุ

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลัง กำลังตรวจสอบเรื่องการเซ็นอนุมัติให้เช่าที่ราชพัสดุ กรณีบริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์  เช่าที่ราชพัสดุ เพื่อทำเป็นอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ แปลงที่ สป.668 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัด สมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ว่า ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ด้านนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการยังไม่ได้เรียกกรมธนารักษ์ไปชี้แจง นอกจากนี้ข้อมูลการสอบก็เป็นความลับ แต่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งยังไม่สรุปข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร “ไม่เป็นปัญหาที่กระทรวงการคลังสอบเรื่องที่ราชพัสดุมีปัญหา หากกรณีนี้ผิด ก็เชื่อว่าที่ผ่านมามีการทำผิดทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องราคาประเมินที่ราชพัสดุที่มีปัญหา ได้ดำเนินการตามระเบียบตามเงื่อนไขกรณีที่ราชพัสดุเกิน 10 ล้านบาท และเกิน 2 ไร่ ไม่ต้องนำอาคารสิ่งปลูกสร้างมาคำนวณ ซึ่งไม่ได้ทำให้กรมธนารักษ์เสียหาย เพราะถึงที่สุดอาคารสิ่งปลูกสร้างก็ต้องโอนมาเป็นของกรมธนารักษ์ เมื่อหมดสัญญาเช่า จึงไม่ได้ทำให้กรมธนารักษ์เสียประโยชน์”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งสอบให้เช่าที่ราชพัสดุ

  • “ชีวาทัย”ผุดโรงงาน

    “ชีวาทัย”ผุดโรงงาน

    นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ บริษัทได้ชะลอการพัฒนาโครงการใหม่ไปพอสมควร เนื่องจากติดปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง และหันไปพัฒนาอาคารโรงงานแทน แต่ขณะนี้สถานการณ์ความวุ่นวายได้คลี่คลายแล้ว และเศรษฐกิจรวมถึงกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว จึงมาเปิดตัวคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ และกำลังเจรจาซื้อกิจการคอนโดฯ อีก 1 โครงการ อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพราะเจ้าของเดิมต้องการกระแสเงินสด "ช่วงที่น้ำท่วม และการเมืองร้อนแรง เราก็ทยอยซื้อที่ดินสะสม เพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต และได้ซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ไว้ 40 ไร่ พัฒนาเป็นโรงงานให้เช่า 10 หลัง มูลค่าลงทุนหลังละ 30-40 ล้านบาท ให้เช่าในราคาหลังละ 300,000-400,000 บาทต่อเดือน ล่าสุดได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ เพื่อพัฒนาโรงงานต่อเนื่อง 10-20 โรงงาน หวังสร้างรายได้ระยะยาว3-5 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 5% ให้เพิ่มเป็น 15-25%” นายชาติชาย พานิชชีวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชีวาทัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดตัวคอนโดฯ ใหม่ โดยใช้แบรนด์ ฮอลล์มาร์ค ซึ่งเป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น 2 อาคาร รวม 427 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 780 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 60,000 บาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าบ้านหลังแรก โดยเฉพาะในตลาดคอนโดฯ ราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่า เป็นตลาดที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริง ไม่ได้ซื้อเก็งกำไร และลูกค้าไม่ค่อยมีปัญหาด้านการเงิน คาดว่าจะมียอดจองซื้อไม่ต่ำกว่า 50-60% พร้อมกันนี้ กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปีหน้าต่อไป ซึ่งคาดว่าไตรมาส 2 ปีหน้าจะยื่นแบบกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีบริษัทอาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะเดียวกัน เตรียมที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ปีหน้าอีก 2-3 โครงการ รวมมูลค่า 2,500-3,000 ล้านบาท ทั้งคอนโดฯ และบ้านเดี่ยว หลังจากมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยิ่งคึกคักมากขึ้น จาการที่รัฐได้พัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ด้านการคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟฟ้า คาดว่าจะทำให้บริษัทโตได้ 15%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชีวาทัย”ผุดโรงงาน