Blog

  • ทีทีเอแนะขายทัวร์แบบเฉพาะกลุ่ม

    ทีทีเอแนะขายทัวร์แบบเฉพาะกลุ่ม

    นายศุภฤกษ์ ศูรางกูรนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยในฐานะที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ สมัยแรกว่า จะเน้นการทำนโยบายด้านการพัฒนาธุรกิจทัวร์ของไทย ให้ปรับตัวกับการตลาดสมัยใหม่ให้มากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจนี้ดำเนินอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์รายเล็ก (เอสเอ็มอี) จะแนะนำให้หันมาเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) แทน เพื่อไม่ต้องเป็นคู่แข่งกับรายใหญ่ที่เจาะกลุ่มหลัก ๆ ทั่วไปอยู่แล้ว เช่น การทำทัวร์เชิงวัฒนธรรมทัวร์ประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็เป็นการรองรับความเสี่ยงจากปัญหาการเมือง ที่ยังทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากไปเที่ยว จนกลุ่มเอสเอ็มอีต้องปิดตัวเองไปหลายรายทั้งนี้ การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่มนั้น ยังมีรูปแบบใหม่ เรียกว่าเปลี่ยนตัวเองเป็นที่ปรึกษาการเดิน ทางทดแทนที่จะขายทัวร์แบบเต็มรายการเช่นเดิม เพื่อเจาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมเสาะหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต และเดินทางเอง โดยบริษัททัวร์ต้องปรับตัวรับตลาดของคนกลุ่มนี้ ที่เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการรับที่จะดูแลเรื่องการจองตั๋วเครื่องบิน รถไฟ และที่พักในต่างประเทศให้ พร้อมแนะนำสถานที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเองได้“ปัจจุบัน กระแสการท่องเที่ยวเองกำลังมาแรง บริษัททัวร์จึงต้องปรับกลยุทธ์หารายได้เพิ่มเติม เช่น เข้าไปส่งเสริมเอเย่นต์ขายตั๋วเ นื่องจากสายการบินต่าง ๆ ดำเนินการขายตั๋วเอง และเปิดขยายแบบออนไลน์จำนวนมากแล้ว แต่เราจะใช้แผนการตลาด ด้วยการให้เอเยนต์มีความรู้เรื่องตั๋วแต่ละสายการบินเป็นอย่างดี และสามารถแนะนำนักท่องเที่ยวให้เลือกซื้อตั๋วเครื่องบินในสายการบินที่คุ้มค่ามากที่สุดแทน”ส่วนการแก้ปัญหาบริษัททัวร์ตัดราคากันเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะแต่ละบริษัทมีกลยุทธ์การตลาดไม่เหมือนกัน ต้นทุนจึงต่างกัน เช่น บริษัททัวร์ใช้สายการบินต้นทุนต่ำ บางบริษัทใช้สายการบินเช่าเหมาลำ ย่อมมีราคาถูกกว่าใช้สายการบินปกติ ในส่วนนี้ต้องเน้นให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวให้เรียนรู้และเข้าใจรูปแบบการเดินทางสำหรับแนวทางบริหารในภาพรวม จะตั้งคณะทำงานที่จะไปศึกษาแนวทางใน 6 กลยุทธ์คือ กลยุทธ์ด้านการตลาดและสินค้าท่องเที่ยว ที่จะรวิเคราะห์การตลาดหาแนวทางส่งเสริมการตลาด รวมทั้งอัพเดทให้ผู้ประกอบการทราบสถานการณ์ จะได้ไม่มีปัญหาเช่นปัจจุบัน ที่ผู้ประกอบการจำนวนมาก ถูกยึดเงินมัดจำจองตั๋วเครื่องบินเนื่องจากไม่มีคนเดินทาง,กลยุทธ์ด้านไอทีและพัฒนาบุคลากร, การบริหารและพัฒนาโครงสร้างองค์กร ที่จะทำการแก้ไขข้อบังคับของสมาคมให้ทันยุคสมัย หลังจากสมาคมตั้งมาแล้วกว่า 30 ปี ,การพร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสมาคมท่องเที่ยวของประเทศในประชาคมอาเซียน,การพัฒนาตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะศึกษาเพื่อส่งเสริมให้ลงทุนธุรกิจใหม่ ๆ ที่ต่อเนื่องกัน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีทีเอแนะขายทัวร์แบบเฉพาะกลุ่ม

  • ประชุมผู้ถือหุ้นบินไทยป่วน

    ประชุมผู้ถือหุ้นบินไทยป่วน

    ที่หอประชุมกองทัพอากาศ (อาคารทองใหญ่) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 57 โดยมีพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย เป็นประธานการประชุม ซึ่งหลังเปิดประชุมเวลา 14.00 น. ก็ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อผู้ถือหุ้นรายย่อยคนแรกขึ้นอภิปราย และขอให้ผู้ถือหุ้นเดินออกจากห้องประชุมให้เหลือน้อยกว่า 25 คน เพื่อล้มการประชุม และต้องการให้ปฏิรูปการบินไทยก่อน จึงกลับมาประชุมกันใหม่ในรัฐบาลสมัยหน้า จากนั้นผู้ถือหุ้นบางส่วนทยอยลุกขึ้น และเดินออกนอกห้องประชุม ก่อนมีผู้ถือหุ้นอีกคนลุกขึ้นอภิปราย เพื่อขอให้กลับเข้ามาประชุมร่วมกันต่อ ผู้ถือหุ้นที่เดินออกไปจึงเดินกลับเข้าห้องเหมือนเดิมสำหรับบรรยากาศการอภิปรายส่วนใหญ่ เป็นการกล่าวโจมตีผลประกอบการขาดทุน และการทำงานของนายอำพน กิตติอำพน ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทย และขอให้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการการบินไทย นอกจากนี้ยังมีปัญหาความไม่ชัดเจนของการบริหารสายการบินไทยสไมล์ และการจัดซื้อเครื่องบินที่ไม่คุ้มค่า จนทำให้การบินไทยขาดทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 56 ที่ขาดทุนถึง 12,000 ล้านบาท จึงต้องการให้ปรับโครงสร้างการทำงานการบินไทยใหม่ เช่น การปรับลดกรรมการจาก 15 คน เหลือ 8-9 คน เพื่อประหยัดงบประมาณส่วนวาระการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ มีการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการที่ครบวาระ 3 คน ให้กลับมาเป็นกรรมการอีกสมัย ได้แก่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นายสุธรรม ศิริทิพย์สาคร นักธุรกิจเอกชน และกรรมการที่เข้ามาแทนกรรมการที่ลาออกอีก 2 คน คือนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง และพลอากาศโทศิวเกียรติ์ ชเยมะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ แทนนายสรจักร เกษมสุวรรณ และนายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดีนอกจากนี้ จะเสนอขออนุมัติงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัท การบินไทย ที่ขาดทุนกว่า 12,000 ล้านบาท และเห็นชอบให้งดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น เพราะผลประกอบการขาดทุน ขณะเดียวกันยังขออนุมัติออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินรวมไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 57-62พลอากาศเอกประจิน กล่าวว่า หลังจากนี้ จะพยายามบริหารจัดการ ให้การบินไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น และมีผลการดำเนินงานกลับมาเป็นกำไรให้เร็วที่สุด โดยคำนึงถึงผู้ถือหุ้นและประเทศชาติมาเป็นอันดับแรก รวมทั้งจะรับฟังข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้นทุกคน โดยยืนยันจะใช้เวลา 3-6 เดือน ในการปรับปรุงเรืองเร่งด่วน อาทิ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ให้กลับคืนมาโดยเร็ว ส่วนแนวทางที่เหลือจะแก้ไขให้ได้ 1-5 ปีด้านนายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย กล่าวว่าผลการดำเนินงานปี 56 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 206,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 55 ถึง 4,952 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการ แต่สาเหตุที่ต้องขาดทุน 12,000 ล้านบาท เพราะมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 3,895 ล้านบาท และการด้อยค่าของเครื่องบิน 5,426 ล้านบาท และขาดทุนจากการดำเนินงานเพียง 3,608 ล้านบาทเท่านั้น และปีนี้ตั้งเป้าหมายลดต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าใช้จ่ายปีละ 80,000 ล้านบาท ลงอีก 3.1% หรือประมาณ 2,480 ล้านบาทต่อปี"เหตุผลที่ทำให้ผลการดำเนินงานขาดทุน เกิดจากได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศจีน ในไตรมาสสุดท้ายของปี และผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง อีกทั้งยังเกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จึงส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทการบินไทย"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชุมผู้ถือหุ้นบินไทยป่วน

  • ทุ่ม6พันล้านผุดห้างนอกอาคารแห่งแรกของไทย

    ทุ่ม6พันล้านผุดห้างนอกอาคารแห่งแรกของไทย

    น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจ และบริหารงานโครงการ ก่อสร้าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท พัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสท์วิลล์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้ารูปแบบเอาท์ดอร์นอกตัวอาคาร แห่งแรกในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชีย บนพื้นที่กว่า 51 ไร่บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตั้งเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงโดยจะเริ่มก่อสร้างในอีก 2 เดือนข้างหน้าและจะเปิดให้บริการได้ในปลายปี 58 พร้อมตั้งเป้าหมายคืนทุนใน 6-7 ปีข้างหน้าสาเหตุที่เลือกทำเลย่านดังกล่าว เพราะเห็นว่าตั้งอยู่ท่ามกลางโครงการที่พักอาศัยต่าง ๆ กว่า141โครงการ และสถาบันการศึกษาอีก 78 แห่ง นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับถนนหลายสาย อีกทั้งรองรับกับประชากรที่ทำงานในย่านเอกมัย,ทองหล่อ และสุขุมวิทด้วย”แนวคิดที่แตกต่าง ถือเป็นจุดเด่นของโครงการคือร้านค้ากลางใจเมือง ที่ถูกล้อมไปด้วยต้นไม้และสวน คล้ายกับอีสวิลเลจน์ ย่านช้อปปิ้งในนิวยอร์คหรือ โควเว่นการ์เด้นที่ลอนดอน ที่จะดึงดูดให้คนเลือกมาใช้บริการ โดยศูนย์จะเปิดตั้งแต่7.00 น. ถึงเที่ยงคืน เพื่อรองรับไลฟ์สไตลร์คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้คาดว่ายอดการใช้จ่ายต่อหัวน่าจะสูงกว่าศูนย์การค้าอื่น ๆ แน่นอน”ด้านภาพรวมยอดขายของบริษัทตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่ทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย ส่วนสาขาเซ็นทรัลเวิลล์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองตอนนี้ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการแล้วถึง 85%อย่างไรก็ดี บริษัทยังมั่นใจ และยืนยันเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพราะมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง เป็นเพียงปัญหาระยะสั้น แต่ธุรกิจยังสร้างรายได้ต่อไปในระยะยาวโดยปีนี้เตรียมจะเปิดเซ็นทรัลสาขาศาลายาในอีก 2 เดือนข้างหน้า และ สาขาระยองในต้นปีขณะที่สาขาเวสเกต, นครราชสีมา และอีสท์วิลล์ กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการก่อสร้าง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม6พันล้านผุดห้างนอกอาคารแห่งแรกของไทย