ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 เม.ย. นี้ ดัชนีดิ่งลงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็แกว่งตัวผันผวน โดยส่วนใหญ่อ่อนตัวในแดนลบ ตามแรงเทขายทำกำไร หลังดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเริ่มปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทย ทะยานขึ้นสูงสุดที่1,414.15 จุด และ ลดลงต่ำสุด1,405.04 จุด จนมาปิดตลาดที่1,412.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.10 จุด หรือ0.08%ด้วยมูลค่าซื้อขาย26,266.20ล้านบาท5.ธ.กรุงเทพ ปิดที่190.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00บาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.เอไอเอส ปิดที่ 245.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00บาท2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่191.00บาท เพิ่มขึ้น 1.50บาท3.อิชิตัน ปิดที่ 18.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท4.ปตท. ปิดที่303.00บาท ลดลง 3.00บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.10 จุด
Blog
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.10 จุด
Facebook Comments -

ตั้งคณะทำงานเร่งพิจารณาอีโคคาร์เฟส2
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ เฟส 2 ) ว่า นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาข้อเสนอเบื้องต้นโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 ซึ่งผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ ได้ยื่นขอรับการลงทุนมา 10 ราย เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความความรอบคอบ ก่อนนำเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนต่อ (บอร์ดบีโอไอ) ต่อไป สำหรับคณะทำงานฯ มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน และมีผู้บริหารของ 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อธิบดีกรมสรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นเลขานุการ โดยจะจัดประชุมนัดแรกในเดือน พ.ค. 57 ส่วนการพิจารณาข้อเสนอเบื้องต้น จะดูรายละเอียดข้อกำหนดคุณสมบัติด้านเทคนิคของรถยนต์ เงื่อนไขการผลิตของรถยนต์ การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มาตรการด้านภาษี และมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่เคยประกาศ ก่อนนำเสนอบอร์ดบีโอไออนุมัติ “จนถึงวันนี้ ผู้ประกอบการยานยนต์ ให้ความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 10 ราย แบ่งเป็นค่ายรถยนต์เก่าที่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์เฟส 1 ได้แก่ นิสสัน, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, ซูซูกิ และโตโยต้า กลุ่มที่ 2 เป็นค่ายรายใหม่ ได้แก่ เชฟโรเลต, ฟอร์ด, มาสด้า รวมทั้งโฟล์คสวาเกน และเอ็มจี คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 138,889 ล้านบาท รวมกำลังการผลิต 1.5 ล้านคัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ที่มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในระดับภูมิภาคอาเซียน และระดับโลก”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งคณะทำงานเร่งพิจารณาอีโคคาร์เฟส2Facebook Comments -

เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกติดลบ 0.5%
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น คาดว่าจะติดลบไม่เกิน 0.5% เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งด้านการบริโภค และการลงทุนชะลอตัวลง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เริ่มมีสัญญาณการหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลงตามทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกนี้ จะเติบโตได้ 0% หรือไม่เติบโตเลย“สศค.คาดว่า จีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้ จะติดลบไม่เกิน 0.5% เนื่องจากปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อ แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย เพราะเชื่อว่าไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะไม่ติดลบ จากปัจจัยบวกของการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลักเพิ่มมากขึ้น โดยยังคงเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ 2.6% เพราะเชื่อว่าการเมืองจะคลี่คลายได้ในไตรมาส 3 ซึ่งมีผลทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาได้ ภายในไตรมาส 4 ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 จะเติบโตได้ดีขึ้น”ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน มี.ค. และไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่า การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ณ ราคาคงที่ ติดลบ 1.2% ต่อปี ส่งผลทำให้ในไตรมาสแรกติดลบต่อเนื่อง 0.2% ต่อปี ส่วนแวต ณ ราคาคงที่ ไตรมาสแรก หดตัวมาจากการจัดเก็บบนฐานการนำเข้าที่ติดลบ 7.4% ต่อปี ขณะที่การจัดเก็บบนฐานการบริโภคภายในประเทศ ยังขยายตัว 6% ต่อปีขณะเดียวกัน ยอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ มีทั้งสิ้น 2.1 ล้านคน ติดลบ 9.4% ต่อปี ส่งผลให้ไตรมาสแรก ติดลบ 5.85% ต่อปี โดยนักท่องเที่ยวที่ลดลง มาจากกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และอาเซียนเป็นหลัก ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป ยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนการส่งออกสินค้าของไทย ติดลบ 3.1% ต่อปี ส่งผลทำให้ในไตรมาสแรก ติดลบ 1% ต่อปี จากสินค้าเชื้อเพลิง อุตสาหกรรมการเกษตรและสินค้าเกษตรกรรมที่หดตัวลงมาก ขณะที่กลุ่มสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มยานยนต์ ยังคงขยายตัวดีขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีโดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2% ต่อปี อัตราการว่างงาน 0.9% ของกำลังแรงงานรวม สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศ ยังอยู่ในระดับมั่นคงเช่นกัน สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนไตรมาสแรก อยู่ระดับสูง 1,674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 2.8 เท่า รองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกติดลบ 0.5%Facebook Comments