นายจิรบูลย์วิทยสิงห์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า กลุ่มอุตฯซอฟแวร์ อยู่ระหว่างหารือ เพื่อเตรียมจัดงานแสดงสินค้าอุตฯ ซอฟแวร์ และดิจิตอลออนไลน์ ระดับนานาชาติ ในประเทศไทยโดยจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตฯ ดังกล่าวจากทั่วโลกมาร่วมงาน เนื่องจากอุตฯ ซอฟแวร์ และดิจิตอลออนไลน์ ของไทย มีการขยายตัวเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดให้บริการโครงข่าย 3 จี รวมทั้งเปิดตัวทีวีดิจิตอล และล่าสุดจะมีการเปิดประมูลวิทยุดิจิตอล เชื่อว่าหากจัดงานดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตฯซอฟแวร์ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกแน่นอน “ตอนนี้อุตฯ ซอฟแวร์ ใหญ่ๆ ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน จะมีประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ แต่ถ้าได้จัดงานนี้แล้วเชื่อว่าไทยจะมาอยู่ในอันดับต้นๆ ในอาเซียนได้เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมางานแฟร์ของอุตฯ ซอฟแวร์ในประเทศ จะจัดงานไม่ค่อยใหญ่มาก แต่ครั้งนี้ในฐานะที่ผมเคยผ่านประสบกาณร์จัดงานแฟร์ใหญ่ระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้งเชื่อว่า จะสามารถจัดงานใหญ่ได้แน่นอน หากได้ข้อสรุปตรงกันแล้ว คาดว่า จะสามารถจัดงานได้ภายในต้นปี 58 ได้แน่นอนเพราะงานแฟร์ระดับนานาชาติแต่ละครั้ง จะใช้เวลาเตรียมงานประมาณ 8 เดือน” อย่างไรก็ตามการที่นายสุพันธุ์มงคลสุธี ประธานส.อ.ท. คนใหม่ มาจากกลุ่มซอฟแวร์ เชื่อว่าจะส่งผลดี ให้กับกลุ่มมากยิ่งดี เพราะนายสุพันธุ์เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการมองไปข้างหน้า จะช่วยสนับสนุนให้อุตฯ ซอฟแวร์ ของไทยไปไกลแน่นอน รวม ทั้งผู้ประกอบการกอุตฯ ซอฟแวร์ของไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายบริษัท ร่วมงานกับบริษัทยักษณ์ใหญ่ระดับโลก เพื่อพัฒนาซอฟแวร์ ในสมาร์ทโฟนหลายราย นอกจากนี้เตรียมจัดระเบียบอุตสาหกรรมซอฟแวร์ โดย นำมาตรฐานไอเอสโอ /ไออีซี 29110 โดยเฉพาะผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ขนาดเล็กให้ใช้มากขึ้นเพื่อสร้างคุณภาพผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภครวมทั้งจะส่งเสริมให้ไทยเป็นผู้นำในการใช้มาตรฐานไอเอสโอ /ไออีซี 29110ในภูมิภาคอาเซียน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดงานอุตฯซอฟแวร์-ดิจิตอลออนไลน์นานาชาติ
Blog
-

จัดงานอุตฯซอฟแวร์-ดิจิตอลออนไลน์นานาชาติ
Facebook Comments -

อุตุฯ ย้ำ ไทยร้อนสุด ต้นเดือนพ.ค.
วันนี้ (27 เม.ย.) ดร.สงกรานต์ อักษร รองอธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า จากปรากฎการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครในวันนี้ (27 เม.ย.) เวลาประมาณ 12.16 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยอยู่เหนือศรีษะพอดี ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ จนทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าจะทำให้อากาศร้อนที่สุดในรอบปีนั้น กรมอุตุฯ วัดอุณหภูมิได้ที่ 35-36 องศาเซลเซียส และจะสูงขึ้นเป็น 37-38 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ซึ่งถือยังไม่ร้อนที่สุดเพราะมีความกดอากาศสูงเข้ามาทำให้มีเมฆมาก โดยอุณหภูมิเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ช่วงเวลา 14.00 น.อยู่ที่ประมาณ 38 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ทุกปีมีการคาดการณ์ว่าวันที่ 27 เม.ย.เป็นวันที่ร้อนที่สุดของกรุงเทพฯ แต่สถิติที่ผ่านมาไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุด และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอากาศของกรุงเทพฯ จะร้อนสูงสุดในช่วงต้นเดือน พ.ค. และจะร้อนถึงกลางเดือน พ.ค.เป็นอย่างน้อย ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอุณหภูมิจึงจะค่อยๆ ลดลง สำหรับสถิติที่วัดได้ปีที่แล้ว กทม.ร้อนสูงสุดที่ 40 องศาเซลเซียส สำหรับภาพรวมทั้งประเทศคาดว่าประเทศไทยจะร้อนที่สุดต้นเดือน พ.ค.ที่อุณหภูมิ 38-39 องศาเซลเซียส ถือว่าไม่ร้อนจัดเหมือนทุกปีเพราะมีความกดอากาศสูงเข้ามาเป็นระลอก และหลังจากนั้นจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงปลายเดือน พ.ค. ซึ่งปีนี้เข้าสู่ฤดูฝนช้ากว่าทุกปีเพราะฤดูหนาวนานกว่าทุกปีจึงมีผลต่อการเข้าสู่ฤดูร้อนและฤดูฝน ขณะที่พื้นที่ที่มีแนวโน้มร้อนที่สุดของประเทศอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเคยมีสถิติสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และแม่ฮ่องสอนเคยทำสถิติสูงสุดที่ 44 องศาเซลเซียส ในปี 2553 เป็นสถิติร้อนที่สุดของประเทศ ส่วนภาคกลางจะร้อนที่สุดที่จังหวัดกาญจนบุรี สำหรับอุณหภูมิในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่วัดได้ร้อนสุดของวันที่ 27 เม.ย.2557 พบว่าท่าเรือคลองเตย มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 38.2 องศาเซลเซียสกว่าๆ ใกล้เคียงกับเมื่อวันที่ 26 เม.ย.57 อยูที่ 38 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคกลางอุณหภูมิสูงสุดที่กาญจนบุรี อยู่ที่ 38.9 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงกับวันที่ 26 เม.ย.ที่ 38.6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ อุณหภูมิที่แม่ฮ่องสอนสูงสุดที่ 38.1 องศาเซลเซียส ลดลงจากเมื่อวาน (26 เม.ย.) ที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 40.9 องศาเซลเซียส ส่วนภาคอีสาน อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 37.8 องศาเซลเซียส ลดลงจากเมื่อวาน (26 เม.ย.) ที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 39.8 องศาเซลเซียส ในขณะภาคใต้อุณหภูมิอยู่ในระดับใกล้เคียงกันที่ 35-36 องศาเซลเซียส ส่วนประกาศกรมอุตุวันที่ 27 เม.ย.57 เรื่อง พายุฤดูร้อน ในช่วงวันที่ 26–30 เม.ย.57 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือแล้ว จากนั้นจะแผ่ปกคลุมภาคกลาง และภาคตะวันออกในวันที่ 27 เม.ย.57 ซึ่งจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เม.ย.57 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ,ภาคกลางบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี และกรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑล, ภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ในขณะที่ วันที่ 28 เม.ย.-3 พ.ค. จะมีเมฆเป็นส่วนมาก และโอกาสมีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ร้อยละ 40-60 อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตุฯ ย้ำ ไทยร้อนสุด ต้นเดือนพ.ค.Facebook Comments -

จัดโครงการช่วยเอสเอ็มอีลงทุนเพื่อนบ้าน
นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค. นี้ทางสภาหอฯจะลงนามกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ประมาณ 15 รายในโครงการ“บริษัทขนาดใหญ่ช่วยเหลือบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก” หรือ “พี่สอนน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน”โดยรายใหญ่ 1 ราย ให้ความรู้เชิงลึกและช่วยเหลือแนะนำธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างน้อย 3 รายไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเริ่มจากประเทศเวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย และกัมพูชา เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ทั้งนี้การช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีแบบเชิงลึกและเหมือนกับการปฎิบัติจริงจะช่วยแก้ปัญหาไม่ให้ธุรกิจไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศต้องเจ๊งหรือขาดทุนเหมือนที่ผ่านมาที่ธุรกิจคนไทยประสบปัญหาขาดทุนจำนวนมากเมื่อไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะการไปลงทุนในประเทศเวียดนามที่ธุรกิจต้องประสบปัญหาดังกล่าวประมาณ 70% ส่วนใหญ่จะถูกโกงจากผู้ร่วม ทุนด้วยกัน และมีปัญหาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย “ที่ผ่านมาคนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศประสบปัญหาล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จจะมาจากปัจจัยที่คนไทยไม่ค่อยอยากไปลงทุนต่างประเทศมากนัก, การบินเดี่ยวในการทำธุรกิจ, มีปัญหาการบริหารจัดการ, เงินหมดตัว และถูกโกง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะมีการช่วยเหลือกันอย่างจริงจังระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน ซึ่งหากช่วยกันลักษณะนี้โอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนต่างประเทศของเอสเอ็มอีมีมากขึ้น”นายสนั่น กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจเอสเอ็มอีไทยไม่ค่อยมีความพร้อมในการลงทุนต่างประเทศ และยังยึดกับการทำธุรกิจแบบสบายๆ ขระเดียวกันความรู้ที่ได้มาก็จะมาจากการสัมมนาและการจัดงานสัมมนาก็เยอะมาก แต่การปฎิบัติจริงในเชิงลึกไม่ค่อยเห็น ดังนั้นภาคธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดเรื่องของตลาดที่ธุรกิจไทยต้องทำตลาดจาก 65 ล้านคนเป็น 600 ล้านคนสำหรับบริษัทรายใหญ่ที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน เช่น กลุ่ม เอสซีจี, กลุ่มซีพีเอฟ, ปตท. และ บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มในประเทศเวียดนามก่อน เพราะเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในการลงทุนใหม่ๆ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดโครงการช่วยเอสเอ็มอีลงทุนเพื่อนบ้านFacebook Comments