Blog

  • ทุ่ม50ล้านจัดศิลปะบนสกายวอล์ก

    ทุ่ม50ล้านจัดศิลปะบนสกายวอล์ก

    น.ส.กรกฎ ศรีวิกรม์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท จัดโครงการ ลีฟวิ่งอาร์ตเฟสติวัล ระหว่างวันที่ 8 พ.ค.-8มิ.ย.นี้ บริเวณพื้นที่ทางเดินบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ สกายวอล์ก ย่านราชประสงค์ เพื่อปลุกกระแสการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ให้เกิดความคึกคัก และฟื้นภาพลักษณของย่านนี้ เนื่องจากเคยเป็นสถานที่ตั้งเวทีชุมนุมใหญ่ทางการเมือง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมงานกว่า 300,000 คนต่อวันเพิ่มขึ้น 100% จากยอดนักท่องเที่ยวตามช่วงเวลาปกติ และมีเงินสะพัดภายในงานกว่า6,500 ล้านบาท"งานลีฟวิ่ง ออฟ อาร์ต ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่จัดงานครั้งแรก แล้วประสบความสำเร็จ มียอดการเดินทางผ่านสกายวอล์กเพิ่มขึ้นถึง 32% ในช่วงจัดงาน เป็นกลุ่มคนไทย 60% ต่างชาติ 40% อาทิ จีน ญีปุ่น ดังนั้นปีนี้ จึงจะนำศิลปะในแบบต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มให้มากขึ้น ทั้งภาพวาดแบบ 3 มิติ ศิลปะแบบเทปอาร์ต เพื่อให้ถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของผู้ที่เข้าชมงาน และหลังจากชมศิลปะนักท่องเที่ยว ก็จะต้องช็อปปิ้ง หรือ รับประทานอาหารต่อ จึงถือเป็นโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี”ด้านภาพรวมของสถานการณ์การท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ หลังการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น มีอัตราการเข้าพักของโรงแรมในย่านนี้ 70% ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวนั้น สมาคมยังไม่สามารถประเมินได้ว่าลดลงหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการในย่านนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เตรียมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อตลอดทั้งปี ตั้งแต่งาน ลีฟวิ่ง อาร์ต เดือนมิ.ย. ,งานราชประสงค์ แกรนด์ เซลล์ ที่จัดพร้อมไทยแลนด์ แกรนด์เซลล์ของททท.ช่วง ก.ค.,และงานเทศกาลอาหาร เดือน ต.ค.นายนพดล ภาคพรต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมกิจกรรม ททท. กล่าวว่า ททท.ให้ความสำคัญกับพื้นที่ย่านราชประสงค์ เนื่องเป็นพื้นที่เด่นทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากมีการชุมนุม ทำให้ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ มีนักท่องเที่ยวลดลงไปบ้าง จึงมองว่างานนี้จะเข้ามาช่วยฟื้นภาพลักษณ์รวมถึงตอกย้ำการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยว่า ย่านราชประสงค์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของการช็อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยยืดวันพำนัก และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม50ล้านจัดศิลปะบนสกายวอล์ก

  • ไทยลุยขายข้าวให้ฟิลิปปินส์

    ไทยลุยขายข้าวให้ฟิลิปปินส์

    นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันนี้ ได้เห็นชอบการลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการซื้อขายข้าว ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยมอบอำนาจให้ รมว.พาณิชย์ หรือผู้ที่รมว.พาณิชย์มอบหมาย ให้เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย ซึ่งสาระสำคัญของร่างฉบับดังกล่าว ทั้งสองประเทศตกลงที่จะซื้อขายข้าวขาวในปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปี ระหว่างปี 57-59 โดยมีเงื่อนไขขึ้นอยู่กับภาวะตลาดข้าวโลก และผลผลิตในทั้งสองประเทศ รวมทั้งให้ใช้ราคาตลาดระหว่างประเทศที่มีการซื้อขายจริงทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ เป็นหน่วยงานดำเนินการ โดยกรมการค้าต่างประเทศต้องมีประวัติการซื้อขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ในเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ จะมอบหมายให้หน่วยงานองค์การอาหารแห่งชาติ (เอ็นเอฟเอ)เป็นหน่วยงานดำเนินการ ส่วนการจัดซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย ทั้งสองประเทศ ต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติกฎเกณฑ์ และระเบียบว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศเป็นมาตรฐาน โดยทั้งสองประเทศจะพยายามหาข้อตกลงของราคาข้าวให้ได้ใน 10 วันสำหรับร่างบันทึกความตกลงดังกล่าว ยังมีเนื้อหาสอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับเดิม ที่ได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิ.ย.54 โดยรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ตกลงจะขายข้าวระหว่างกันปีละ1 ล้านตัน เป็นเวลา 3 ปี จึงเป็นโอกาสของรัฐบาลไทย ที่จะขายข้าวให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ ในรูปแบบจีทูจี หรือเข้าร่วมประมูลซื้อขายข้าวของฟิลิปปินส์ตามข้อกฎหมายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยคาดว่า ฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าวในปี 57 ประมาณ 1.4 ล้านตันอย่างไรก็ตาม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแสดงความเห็นว่า ร่างบันทึกความตกลงนี้ เป็นการจัดทำบันทึกในทำนองเดียวกับความตกลงเดิมที่เคยได้ทำไว้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ซึ่งหมดอายุลงแล้วเมื่อ 31 ธ.ค.56 และเป็นเพียงกรอบความตกลง ที่ทำให้รัฐบาลไทยสามารถเข้าร่วมการประมูลขายข้าว หรือเจรจาขายข้าวในรูปแบบจีทูจีกับฟิลิปปินส์เท่านั้น ซึ่งฝ่ายไทยจะต้องเสนอราคาขายข้าว และเงื่อนไขตามการประมูลซื้อข้าวของฟิลิปปินส์ หรือทั้งสองฝ่าย ต้องเจรจาในรายละเอียดเงื่อนไขการซื้อขายในภายหลัง ขณะเดียวกัน บันทึกฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่มีการลงนามไปจนถึงวันที่31 ธ.ค.59 และอาจต่ออายุตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันนอกจากนี้จากการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายังเห็นว่า ร่างบันทึกฉบับดังกล่าว ไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 180 ของรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นการสร้างความผูกพันกับครม.ชุดใหม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยลุยขายข้าวให้ฟิลิปปินส์

  • ครม.ไฟเขียวขึ้นรถเมล์ฟรีอีก3เดือน

    ครม.ไฟเขียวขึ้นรถเมล์ฟรีอีก3เดือน

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบการขยายเวลาดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน ด้านการเดินทางทั้งมาตรการรถเมล์ฟรี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถไฟชั้น3ฟรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ออกไปอีก3เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ค.57 โดยเสนอขอเงินชดเชยการดำเนินมาตรการดังกล่าวจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปี 57 จำนวน 1,044 ล้านบาทซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นชอบต่อไปทั้งนี้การดำเนินมาตรดังกล่าวแบ่งเป็น การให้บริการรถเมล์ฟรี โดยรัฐจะจัดรถโดยสารประจำทางธรรมดา 800คันต่อวัน ใน73เส้นทาง ให้บริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประมาณการค่าใช้จ่ายเป็นวงเงิน781ล้านบาท และรถไฟฟรี โดยรัฐจะจัดหารถไฟชั้น3เชิงสังคม 164ขบวนต่อวัน และรถไฟชั้น3ระยะทางไกลในขบวนรถเชิงพาณิชย์ 8ขบวนต่อวัน ให้บริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งประมาณการค่าใช้จ่ายเป็นวงเงิน 263ล้านบาทขณะเดียวกันกระทรวงการคลังยังได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาแนวทางการสนับสนุนมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางให้แล้วเสร็จจากนั้นจึงนำเสนอครม.พิจารณาก่อนสิ้นสุดการขยายเวลาการดำเนินมาตรการดังกล่าวในสิ้นเดือนก.ค.นี้อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการดังกล่าวยังพบว่า มีผลกระทบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งขสมก.และร.ฟ.ท. เพราะจากข้อจำกัดด้านภาระงบประมาณทำให้ทั้งสองหน่วยงานไม่ได้รับเงินชดเชยจากงบประมาณที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นส่งผลให้รัฐวิสาหกิจดังกล่าวเกิดปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินงาน ดังนั้นที่ประชุมครม.จึงได้เห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี57 จากแผนงานบริหารหนี้ภาครัฐโครงการชำระหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยรายได้ค่าโดยสารที่ขาดหายไปจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวเป็นแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผลผลิตการให้บริการระบบขนส่งผู้โดยสารและสินค้างบเงินอุดหนุนกรายการเงินชดเชยรายได้ค่าโดยสารที่ขาดหายไป 566 ล้านบาททั้งนี้การเปลี่ยนแปลงโอนย้ายงบประมาณดังกล่าวนั้นใช้สำหรับชดเชยการดำเนินมาตรการฯ ระยะที่ 11 และระยะที่ 13 โดยโครงการชดเชยการดำเนินงานระยะที่11 เป็นไปตามผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงจำนวนเงิน 438.6ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 131.3 ล้านบาทจะนำไปชดเชยการดำเนินมาตรการ ระยะที่ 13 ในบางส่วนต่อไปตามที่ร.ฟ.ท.ได้เสนอ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครม.ไฟเขียวขึ้นรถเมล์ฟรีอีก3เดือน