นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ททท.ทั้ง 5ภูมิภาค คัดเลือก 10 จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไม่เกิน 2 ล้านคน มาทำการตลาด และส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่เพื่อให้คนไทยได้ท่องเที่ยวแบบหลากหลาย เนื่องจากจังหวัดหลัก ๆ ขณะนี้ได้รับความนิยมจนติดตลาดไปแล้ว เบื้องต้น 10 จังหวัดที่ผ่านเกณฑ์ได้แก่ลำปาง พะเยา ชุมพร ตรัง สมุทรสงคราม ราชบุรี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ จันทบุรี และสระแก้วซึ่งหลังจากนี้จะนำแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดมาเข้าในที่ประชุมและทำการตลาดส่งเสริมเป็นรายจังหวัดต่อไปนอกจากนี้ จะส่งเสริมอีก 6 กลุ่มหลัก ได้แก่โครงการกรีนทัวริสซึ่ม, การท่องเที่ยวเชิงศาสนา, การท่องเที่ยวกลุ่มองค์การประชุมต่าง ๆ, วันธรรมดาน่าเที่ยว, การท่องเที่ยวกลุ่มกระแสหลัก โดยคาดว่าปี 58จะได้รับงบประมาณเท่ากับงบปี 57 ไปก่อน ระหว่างที่ยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าขณะนี้อาจจะยังมีผลกระทบจากการเมืองอยู่บ้าง แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางกับตลาดต่างประเทศเพราะผลกระทบไม่น่าจะลดลงเกิน 7% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้เนื่องจากช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) นี้ ททท.ยังทยอยจัดกิจกรรมใหญ่กระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง “จากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจมีผลกระทบกับเป้าหมายรายได้ในประเทศ700,000 ล้านบาทไปบ้าง และอาจต้องปรับลดเป้าหมายตลาดในประเทศลงหลังจากจบไตรมาส3 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง แต่ทั้งนี้ ยังเชื่อมั่นว่าตลอดปี 57รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 130 ล้านคนครั้งคิดเป็นรายได้ 640,000 ล้านบาท” ด้านภาพรวมอัตราเข้าพักเฉลี่ยของเมืองท่องเที่ยวหลัก ในช่วงสงกรานต์ยังสูงถึง90% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนดังนั้น ในวันที่ 15-18 พ.ค.นี้ ททท.จึงเตรียมจัดงานเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อส่งเสริมการขายห้องพักในวันธรรมดาและช่วงโลว์ซีซั่น โดยคาดจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 250,000 คน ซึ่งปีนี้จะแบ่งโซนตามราคาเพื่อสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวและความต้องการคนไทยที่คำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจในการวางแผนท่องเที่ยวมากขึ้นส่วนวันที่ 4-8 มิ.ย.ก็จะถึงงานใหญ่ประจำปี คือ เทศกาลเที่ยวเมืองไทยที่จะมีการออกบูธสำหรับภาคเอกชนเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการเดินทางของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่ ททท.เข้าไปกระตุ้นเพิ่มเติม อาทิ กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่40 คัน ที่จะเดินทางท่องเที่ยว จ.ระยอง ในเดือน พ.ค.นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงฟื้นท่องเที่ยว10จังหวัดรอง
Blog
-

ชงฟื้นท่องเที่ยว10จังหวัดรอง
Facebook Comments -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.98 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่22เม.ย.ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด ก่อนลดลงตามแรงการเทขายทำกำไร หลังไร้ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อตลาด ทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวสลับไปมา ทั้งในแดนบวกและลบตลอดทั้งวันส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด1,419.41จุด และลดลงต่ำสุด1,408.87 จุดจนมาปิดตลาด1,415.05จุด เพิ่มขึ้น 1.98 จุด หรือ0.14%ด้วยมูลค่าซื้อขาย27,469.17 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 194.00 บาทเพิ่มขึ้น 3.50 บาท2.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 193.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท4.เอไอเอส ปิดที่ 242.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง5.ธ.กรุงไทย ปิดที่18.60บาทลดลง 0.20 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.98 จุดFacebook Comments -

ห่วงเลือกตั้งช้าเศรษฐกิจทรุด เบิกจ่ายสะดุด
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับทราบรายงานภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ประเมินว่า หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ค.57 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดไว้ จะกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 58 ซึ่งคาดว่า กว่าจะมีรัฐบาล และได้ใช้เงินอาจจะเข้าสู่เดือนเม.ย.58 ซึ่งระหว่างเดือนก.ย.56-ก.พ.57 จะไม่สามารถใช้งบประมาณ เพื่อการลงทุนในโครงการใหม่ได้โดย ใช้ได้แต่งบประมาณที่เป็นรายจ่ายประจำ ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นเร็วที่สุด ไม่ควรเกินเดือนมิ.ย.56 หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อไปถึงปลายปีจีดีพีอาจจะขยายตัวได้ 0-1% หรืออาจติดลบ แต่หากมีการเลือกตั้งได้ในเดือนก.ค.คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2%“ที่น่าห่วงที่สุดเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี คือเอกชนจะหยุดประกอบการ ลดการผลิตลง คนว่างงานจะเพิ่มขึ้น ตอนนี้เริ่มมีกระแสบริษัทลดคนงาน หรือให้คนงานออกจากงานแล้ว”นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแบบกลุ่มย่อย โดยในวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะนัดหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงต่างประเทศ เพื่อพิจารณาแนวทางการผลักดันการส่งออก กรอบข้อตกลงการค้าเสรีแต่ละประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้นต้องมาเร่งหารือและผลักดันร่วมกัน“ขณะนี้เรื่องของการส่งออก เป็นภาคที่น่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด ซี่งกระทรวงพาณิชย์เองก็เป็นผู้ที่ช่วยส่งเสริม เช่น ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ เพราะตอนนี้เมื่อพิจารณาเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็เห็นว่ายังเติบโตได้ดี 3-4% จึงน่าจะส่งผลดีต่อการส่งออก ส่วนการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำอยู่ ก็พยายามหาตลาดใหม่ ๆ ให้ผู้ส่งออก โดยได้กำชับไปยังทูตพาณิชย์ในประเทศต่าง ๆ ช่วยหาตลาดใหม่ให้ด้วย”ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังได้รับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนก.พ. และแนวโน้มปี 57 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยแสดงความเป็นห่วงว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ 4 ประการ คือ ความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศมีความล่าช้า และการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่ำกว่าคาดการณ์ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเรื่องความล่าช้าของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออก ,สถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง และการปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.57ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนก.พ.นั้น เครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญปรับตัวลดลงจากเดือนม.ค. ทั้งการผลิตภาคเกษตรและการท่องเที่ยว เป็นการปรับตัวลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่เป็นไปอย่างช้า ๆ รวมทั้งผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาในภาคการท่องเที่ยว และเมื่อเทียบกับเดือนก.พ.56 พบว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน และดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวยังลดลงต่อเนื่อง จากผลกระทบของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห่วงเลือกตั้งช้าเศรษฐกิจทรุด เบิกจ่ายสะดุดFacebook Comments