วันนี้(21 เมษายน 2557 )ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ถนนโยธี ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช.และศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์นักวิจัยอาวุโสสวทช. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมแถลงข่าวความสำเร็จของนักวิจัยไทยในการพัฒนาสารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ของโลก โดยดร.ทวีศักดิ์ เปิดเผยว่าองค์การอนามัยโลก หรือWHO ได้กำหนดให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันมาลาเรียโลก หรือ World Malaria Day สวทช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคมาลาเรีย ซึ่งในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียมากกว่า200 ล้านคนต่อปี เสียชีวิตมากกว่า 600,000 รายต่อปี สำหรับประเทศไทยจากรายงานของสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2556ที่ผ่านมามีผู้ป่วยมากกว่า 25,000 รายประกอบกับเริ่มมีรายงานการเกิดเชื้อมาลาเรียดื้อยาในแถบชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความตื่นตัวให้แก่นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านมาลาเรียทั่วโลกเป็นอย่างมาก ล่าสุดทีมวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค)ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสารต้านมาลาเรียP218ซึ่งเป็นสารชนิดใหม่ ผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองแล้วว่าไม่มีพิษและสามารถต้านเชื้อมาลาเรียดื้อยาได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงนามความร่วมมือกับ Medicinesfor Malaria Venture (MMV) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรและเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนายารักษามาลาเรียระดับโลกเพื่อผลักดันให้สาร P218ได้รับการทดสอบในระดับพรีคลินิกที่ได้มาตรฐาน GLP ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5ปีในการทดสอบและผลิตออกมาใช้จริง และหากไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆสารดังกล่าวจะเป็นยาชนิดแรกที่ผลิตได้โดยคนไทย ด้านศ.ดร.ยงยุทธ นักวิจัยอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญด้านมาลาเรียในประเทศไทย กล่าวว่า สาร P218 เป็นยาตัวแรกที่คนไทยออกแบบและสังเคราะห์ขึ้นเอง โดยอาศัยองค์ความรู้ที่เกิดจาการค้นพบโครงสร้างเป้าหมายของยาซึ่งเป็นเอนไซต์ที่อยู่ในเชื้อมาลาเรียเมื่อ10 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นได้ออกแบบยาที่จะสามารถทำลายเชื้อมาลาเรียได้ ที่สำคัญใช้ได้ผลกับเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยา สามารถผลิตในรูปแบบยากิน ราคาถูกเพื่อให้เข้าถึงผู้ป่วยที่ส่วนใหญ่เป็นคนยากจนได้ ทั้งนี้สารดังกล่าวผ่านการทดสอบความพิษและประสิทธิภาพการใช้งานแล้วในสัตว์ทดลองปัจจุบันกำลังเข้าสู่การทดสอบการใช้งานจริงในระดับพรีคลินิค ซึ่งทั้งการวิจัยเพิ่มเติมทดสอบและยื่นขอมาตรฐาน GLPคาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี หากสำเร็จจะสามารถผลิตยาใช้ทดแทนยามาลาเรียในปัจจุบันที่เริ่มพบปัญหาการดื้อยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า โรคมาลาเรียเป็นโรคที่เกิดขึ้นซ้ำได้ตลอด ดังนั้น คำแนะนำสำหรับประชาชนควรระวังระวังโดยการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด ขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อมาลาเรียเมื่อรู้ตัว หรือเป็นไข้จะต้องพบแพทย์ ภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามซื้อยามารับประทานเองเพราะจะส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ อย่างไรก็ดี ผลงานวิจัยดังกล่าวจะมีการนำเสนอในงานประชุมเวิล์ดมาลาเรีย คอนเฟอร์เร้นซ์ 2014 (World Malaria Conference 2014 ) ซึ่ง สวทช. จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เวลา 9.00-12.00 น. ณโรงแรม เดอะ เซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิจัยไทยเจ๋งพัฒนาสารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ของโลก
Blog
-

นักวิจัยไทยเจ๋งพัฒนาสารต้านมาลาเรียชนิดใหม่ของโลก
Facebook Comments -

ระทึกรถไฟฟ้าใต้ดินขัดข้องต้องอพยพผู้โดยสารทำล่าช้าทุกขบวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 เม.ย.2557) ในช่วงเช้า ขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งหน้า หัวลำโพง ขัดข้อง มีเสียงดังมาจากตัวรถ เจ้าหน้าที่ได้อพยพผู้โดยสารทั้งหมดที่สถานีพระราม 9 ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าทั้งหมดที่ให้บริการ 19 ขบวน เหลือ 18 ขบวน ขบวนรถทุกขบวนจะล่าช้าไปจากเวลาปกติด้าน พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอลผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที กล่าวถึงกรณีเกิดปัญหาขัดข้องในระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลา 7.30 น.เนื่องจากขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินคันดังกล่าวมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนถึงความไม่พร้อมในการให้บริการ โดยเหตุเกิดขึ้นที่สถานีพระราม9มุ่งหน้าไปสถานีหัวลำโพง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปลี่ยนถ่ายประชาชนเพื่อให้ขึ้นขบวนใหม่ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยหากมีการขับต่อไป ทั้งนี้จากเหตุขัดข้องได้ส่งผลให้ขบวนรถที่จะรับ-ส่งผู้โดยสารลดลงไปหนึ่งขบวน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบทำให้ผู้โดยสารต้องใช้เวลาในการรอรถไฟฟ้านานขึ้น แต่ขณะนี้ไม่มีประชาชนสะสมหรือตกค้างอย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องนำตัวขบวนรถไฟไปตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใดที่ทำให้ระบบขัดข้อง ซึ่งคาดว่าจะทราบสาเหตุและแก้ไขได้ทันในช่วงเย็นของวันนี้ เพื่อที่จะได้นำรถไฟมาบริการประชาชนในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ตามปกติ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระทึกรถไฟฟ้าใต้ดินขัดข้องต้องอพยพผู้โดยสารทำล่าช้าทุกขบวนFacebook Comments -

ของจริง!ยอดขายพีซีร่วงมากสุดในรอบ 14 ปี
ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปอย่างมาก จากรายงานการสำรวจตลาดพีซีรายไตรมาสของไอดีซีเอเชียแปซิฟิก พบว่า ตลาดพีซีในประเทศไทยมียอดจำหน่ายเพียง 3 ล้านเครื่องในปี 2556 คิดเป็นสัดส่วนลดลงถึงร้อยละ 20 จากปี 2555 “จาริต สินธุ” นักวิเคราะห์อาวุโส ตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ประจำไอดีซีประเทศไทย บอกว่าสาเหตุความต้องการของตลาดพีซีหดตัวในปี 2556 นั้น เบื้องต้นเกิดจากการใช้งานแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ส่วนปีนี้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย หนี้ภาคครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น และความไม่สงบทางการเมืองที่ยังไม่จบ กำลังส่งผลลบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค บรรดาธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจที่จะกำหนดแนวทางในการป้องกันและชะลอการลงทุนออกไปก่อน เนื่องจากการหดตัวลงของเศรษฐกิจภายในประเทศและธุรกิจส่งออก ทำให้ไอดีซี คาดว่าตลาดพีซีของไทยในปี 2557 ยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี และจากข้อมูลการคาดการณ์ล่าสุดของไอดีซี ยอดจำหน่ายพีซีของประเทศไทยในปี 2557 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 8 แม้ว่าตลาดจะปรับตัวได้จากผลกระทบทางการเมืองและเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อมองภาพของตลาดพีซีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 แล้ว แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเหตุดังกล่าวอีกต่อไป ไอดีซี บอกอีกว่า สำหรับการใช้จ่ายของภาครัฐ ที่แม้ว่าจะมีผลกระทบจากการยุบสภา แต่ยังถือว่าอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ นอกจากนี้การใช้จ่ายของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มการผลิต และกลุ่มโทรคมนาคม ที่ถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้จ่ายด้านไอทีค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี แม้จะมีการชะลอในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 ไอดีซีคาดว่า จะยังคงมีความต้องการใช้งานพีซีที่แฝงอยู่จากทั้งในกลุ่มผู้บริโภครายย่อยและกลุ่มธุรกิจ เมื่อวิกฤติต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งคงต้องลุ้นกันต่อไป!!!.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ของจริง!ยอดขายพีซีร่วงมากสุดในรอบ 14 ปีFacebook Comments