รายงานข่าวจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 58 ททท. เตรียมใช้งบประมาณ กว่า 124 ล้านบาท ในการทำกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจาก อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่ม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพที่ใช้จ่ายสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 1,306 ล้านบาทคุ้มค่าเงินลงทุนประมาณ 10.48 เท่า สำหรับอินโดนีเซีย ต้องใช้งบประมาณในการทำตลาด 16.6 ล้านบาท เป้าหมายดึงเงินกลุ่มศักยภาพสูงเข้าไทย ให้ได้155 ล้านบาท มาเลเซีย เตรียมเสนอ 3 แพ็กเกจ ใช้งบประมาณทำตลาด 30 ล้านบาท คาดหวังเม็ดเงิน 415 ล้านบาทสิงคโปร์ งบประมาณการตลาด 44 บ้านบาท คาดหวังเงินเข้าไทย 457 ล้านบาท ด้วยการเสนอ 2 แพ็กเกจ และเวียดนาม ททท.นำร่อง ในปี 57เป็นแห่งแรก ภายใต้งบประมาณทำการตลาด 34 ล้านบาท มุ่งหวังได้รายได้ 279 ล้านบาท “จากการสำรวจนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงในอาเซียน พบว่ากลุมนี้ ต้องการยกระดับตัวเองเพื่อความเหนือชั้นอย่างแตกต่าง จะแสดงออกถึงวิธีที่ที่ชาญฉลาด จึงไม่ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องของราคาถูก ไม่เน้นเรื่องโปรโมชั่น และให้ความชื่นชอบการท่องเที่ยวในประเทศไทย” ด้านการใช้จ่ายของกลุ่มศักยภาพสูง มีค่าห้องพัก 5,873 บาทต่อคืน สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีค่าห้องพัก 1,667 บาทต่อคืน และมีค่าเฉลี่ยรวมห้องพักรวมตลอดทริป 25,261 บาท นักท่องเที่ยวทั่วไปรวม 6,258 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมช้อปปิ้งนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจ่ายเฉลี่ยประมาณ 23,398 บาท นักท่องเที่ยวทั่วไป 11,323 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มมีศักยภาพสูงเฉลี่ย 14,483 บาท นักท่องเที่ยวทั่วไป 5,739 บาท และ ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมบันเทิง สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มมีศักยภาพสูงเฉลี่ย 12,458 บาท นักท่องเที่ยวทั่วไป 5,593บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท. ทุ่มงบฯทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน
Blog
-

ททท. ทุ่มงบฯทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน
Facebook Comments -

ประกาศเพิ่มมาตรฐานข้าวหอมไทย
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องกำหนดให้ข้าวหอมมะลิไทยเป็นสินค้ามาตรฐานและมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย(ฉบับที่2) โดยได้แบ่งข้าวหอมมะลิไทยเพื่อการส่งออกเป็น 2 ชั้นตามปริมาณข้าวหอมมะลิไทย ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิไทยชนิดพิเศษ ที่ต้องมีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 98% ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ชั้นดีที่สุด และข้าวหอมมะลิไทยมาตรฐานที่กำหนดไว้เดิม ที่มีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 92% สำหรับการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยใหม่ในครั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยให้สูงขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคในหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง จีน ที่ต้องการบริโภคข้าวหอมมะลิไทยชนิดพรีเมี่ยมหรือมีคุณภาพดี แม้ราคาสูงก็ตาม ทั้งนี้ ข้าวหอมมะลิไทยแท้ๆ จะมีรสชาติความเหนียวนุ่มและความหอมแตกต่างกับข้าวชนิดอื่นๆ เป็นอย่างมาก “สินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยทุกชั้น ทุกประเภท และทุกชนิด จะต้องมีความชื้นไม่เกิน 14 % มีลักษณะทั่วไปเมื่อผ่านกระบวนการสีแล้ว เป็นข้าวเมล็ดยาว มีความขาว ท้องไข่น้อยตามธรรมชาติ ไม่มีแมลงที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นต้น” ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยออกไปนอกราชอาณาจักร โดยบรรจุกระสอบหรือภาชนะอื่นใด ผู้ส่งออกต้องแสดงข้อความภาษาอังกฤษว่า “Prime Quality Thai Hom Mali Rice” หรือ ” Thai Hom Mali Rice” ตามชั้นคุณภาพที่ส่งออก ที่เห็นได้ชัดเจนบนภาชนะ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยแท้ ไม่มีการปลอมปน เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่าจะได้ซื้อข้าวหอมมะลิไทยแท้แน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประกาศเพิ่มมาตรฐานข้าวหอมไทยFacebook Comments -

ผู้นำเข้าฝรั่งเศสเพิ่มปริมาณสินค้าไทยขายออนไลน์
นายปกายศักดิ์ สวัสดิสิงห์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานได้นำนายชอง ปีแอร์ อัสซง ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไทยออนไลน์รายใหญ่ ภายใต้เว็บไซต์ www.thailife.fr เดินทางมาพบปะกับผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าอาหารของไทย จำนวน 30 ราย เพื่อทำการคัดเลือกสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องปรุงรสต่างๆ ไปจำหน่ายบนเว็บไซต์ให้กับผู้บริโภคในฝรั่งเศส “นายชอง ปีแอร์ ฮัทสัน เป็นผู้นำเข้าสินค้าไทยมาแล้วประมาณ 10 ปี เริ่มจากนำเข้าผลไม้สด และอาหารพร้อมรับประทาน ไปจำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกในฝรั่งเศส เช่น โอซอง คาร์ฟูร์ และคาสิโน กรุ๊ป นำเข้าเพิ่มจากปีละ 1 ตู้คอนเทรนเนอร์ เป็น 26 ตู้คอนเทรนเนอร์ในปัจจุบัน และคาดว่าจะมีปริมาณนำเข้าที่สูงขึ้นอีก หลังจากที่ได้เปิดตัวจำหน่ายสินค้าอาหารไทย ผลไม้ไทย ผลิตภัณฑ์สปา ผ่านเว็บไซต์” ทั้งนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวจะสินค้าไทยยี่ห้อต่างๆที่จำหน่ายแล้ว เช่น ยี่ห้อแม่ประนอม และรอยไทย เป็นสินค้าหลัก และยังมีการจำหน่ายผลไม้ไทย เช่น มะม่วง มะละกอ เงาะ และมังคุด รวมถึงข้าวหอมมะลิไทย ขณะเดียวกัน ยังมีการจำหน่ายแพกเกจท่องเที่ยวในไทย สินค้าเกี่ยวกับสปา ซึ่งล่าสุดได้มีการไปดูสินค้าของวัดโพธิ์ เพื่อนำไปจำหน่ายในเว็บไซต์ด้วย “ที่ผ่านมาผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสเข้ามาซื้อสินค้าอาหารไทยเป็นจำนวนมาก จนสต๊อกที่มีอยู่ไม่พอขาย จึงต้องบินมาเมืองไทย มาหาซื้อสินค้าไทยเพื่อนำไปจำหน่ายเพิ่ม โดยสินค้าไทยที่ขายในเว็บไซต์ดังกล่าว มีเป็น 100 ชนิด แต่ที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือ ต้มยำกุ้ง และข้าวหอมมะลิไทย นอกนั้นเป็นพวกเครื่องแกง ทั้งพะแนง แกงกะหรี่ เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้นำเข้าฝรั่งเศสเพิ่มปริมาณสินค้าไทยขายออนไลน์Facebook Comments