Blog

  • ราคาทอง9เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,450บาท

    ราคาทอง9เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,450บาท

    วันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:24 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขาย 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาท เวลา 09:24 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง9เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,450บาท

  • สรรพสามิตของบหมื่นล้านจ่ายคืนรถคันแรก

    สรรพสามิตของบหมื่นล้านจ่ายคืนรถคันแรก

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ กรมฯ จะเสนอให้ที่ประชุมครม. เพื่อขอใช้เงินงบกลาง หรือเงินคงคลังอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายคืนให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรก จากนั้นจะเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาและเห็นชอบ เนื่องจากวงเงินดังกล่าว เป็นการขอใช้ช่วงรัฐบาลรักษาการ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้หารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลังแล้ว เพราะขณะนี้มีเงินเหลือจ่ายคืนผู้ที่ได้สิทธิ์เพียง 9,217 ล้านบาทนั้น ซึ่งไม่เพียงพอจ่ายจนครบในปีงบประมาณ 57ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้ขอวงเงินงบประมาณปี 57 เพื่อจ่ายคืนรถยนต์คันแรก 50,000 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรมาเพียง 40,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยเฉพาะหากเป็นช่วงรัฐบาลปกติ สามารถขอใช้เงินคงคลังมาจ่ายให้ไปก่อน เหมือนเมื่อปีงบประมาณ 56 ที่ผ่านมา เพราะสามารถตั้งงบประมาณคืนในปีถัดไปได้ แต่ขณะนี้เป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ ทำให้กรมฯต้องหารือกับกระทรวงการคลัง ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้การจ่ายเงินติดขัดหรือมีปัญหาขึ้นอีกทั้งนี้ส่วนการจ่ายคืนช่วงปีงบประมาณ 58 ที่สามารถเริ่มจ่ายได้ในเดือนต.ค.57 นั้น เชื่อว่าสำนักงบประมาณจะมีทางออก เพราะปีงบประมาณ 58 ยังไม่สามารถจัดทำได้ช่วงรัฐบาลรักษาการ โดยกรมฯ ได้ประเมินวงเงินต้องใช้เงินจ่ายคืนผู้ที่ได้สิทธิ์ฯ 15,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่เคยประเมินไว้ 25,000 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ที่ไม่ยอมมารับรถยนต์และคาดว่าจะสละสิทธิ์ 100,000ราย ทำให้ประหยัดงบได้ 10,000 ล้านบาท“อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังสงกรานต์นี้กรมฯจะเชิญค่ายรถยนต์มาสรุปโครงการฯ ดังกล่าวอีกครั้ง โดยหารือถึงกรณีที่ผู้จองสิทธิ์ไม่ยอมมารับรถยนต์100,000 รายด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อที่กรมจะได้ปิดโครงการได้ เพราะเชื่อว่าปี 58 น่าจะเป็นปีสุดท้ายที่ผู้รับสิทธิ์จะได้รับเงินคืน”สำหรับโครงการยนต์คันแรกเริ่มมาตั้งแต่ปี 54 มีผู้มาขอใช้สิทธิ์ 1.25ล้านราย คิดเป็นเงินที่ต้องคืน 92,178 ล้านบาทโดยทยอยโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯที่ครอบครองรถยนต์ครบ1 ปี จนถึงเดือนมี.ค.57 จำนวน 901,731 ราย คิดเป็นเงิน 63,348 ล้านบาท โดยวันที่ 9 เม.ย.นี้ จะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์อีก 53,700 ราย คิดเป็นเงิน 4,082 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพสามิตของบหมื่นล้านจ่ายคืนรถคันแรก

  • ‘บ้านและสวน’ ในมาเลเซีย

    ‘บ้านและสวน’ ในมาเลเซีย

    นอกจากการค้าแรงงาน การแพทย์หรือการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยงอาเซียนทั้ง 10 ประเทศไว้ด้วยกันหลังจะกลายเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 แล้วยังมีรายละเอียดด้านอื่น ๆ ที่ประเทศในแถบอาเซียนจะขยายเชื่อมโยง และพัฒนาร่วมกันอีกมากมายซึ่งไม่ยกเว้นแม้แต่วงการหนังสือประเภทตกแต่ง จากนิตยสารบ้านและสวนในประเทศไทยวันนี้มีนิตยสาร  BAANHome Garden Magazine วางขายอยู่บนแผงหนังสือในประเทศมาเลเซียแล้ว เจรมัย พิทักษ์วงศ์ บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารบ้านและสวนพูดถึงที่มาของนิตยสาร BAAN ว่าตอนแรกที่เราคิดกันว่าจะไปเปิดตลาดนิตยสารบ้านและสวนในต่างประเทศก็คิดว่าในอาเซียนซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันน่าจะสนใจเรามากกว่า แต่สำหรับลาวมียอดขายนิตยสารบ้านและสวนและนิตยสารในเครืออยู่แล้วเพราะคนลาวอ่านภาษาไทยได้ส่วนเวียดนามกับพม่าการทำสำนักพิมพ์ต้องอยู่ในกรอบของรัฐบาลการเข้าไปเปิดตลาดจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่า ขณะที่อินโดนีเซียตลาดหลักจำกัดอยู่ในกรุงจาการ์ตาที่เดียวและมีหนังสือแนวนี้ในตลาดเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับสิงคโปร์มีนิตยสารแนวนี้หลายเล่มแล้วเพราะคนสิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักมีการนำเข้าหัวนิตยสารจากเมืองนอกจำนวนมากแต่มาเลเซียยังมีนิตยสารแนวนี้ไม่มากนักตลาดเปิดกว้างมากกว่า “ผู้บริหารสำนักพิมพ์  PunchPublish Asia  ที่ทำนิตยสาร BAAN เคยอยู่เมืองไทยมาเกิน  5 ปีทำให้รู้จักและคุ้นเคยกับคนไทยตอนแรกเราให้เขาช่วยหาพาร์ทเนอร์ให้แต่เค้าสนใจจะทำนิตยสารเองจากเดิมที่เคยทำงานโฆษณาทำอีเวนต์” นิตยสาร  BAAN เปิดตัวในมาเลเซียเล่มแรก เดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 เป็นการนำนิตยสารบ้านและสวนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหลังจากนั้น 3 เดือนก็เริ่มมีการผลิตเนื้อหาในส่วนของข่าวเองโดยทีมงานบ้านและสวนคอยเป็นพี่เลี้ยงแต่ยังคงมีการนำสกู๊ปตัวอย่างบ้านและสวนจากนิตยสารบ้านและสวนไปใช้อยู่ช่วงปลายปี 2556 นิตยสาร BAAN เริ่มมีการทำสกู๊ปบ้านในมาเลเซียเองแต่ทีมงานจากนิตยสารบ้านและสวนก็ยังคงคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ “ที่เลือกใช้คำว่า  BAAN  แทนที่จะใช้  Home and Garden  ก็เพราะอยากให้คนมาเลเซียรู้จักคำว่าบ้านรู้ว่าเป็นนิตยสารที่มีที่มาจากเมืองไทยเพราะความสามารถของคนไทยในอาเซียนเป็นที่ยอมรับเราทำงานแบบช่วยเหลือกันการที่เขาซื้อเนื้อหาของเราไปแปลบ้านแต่ละหลังที่เราไปทำมาสามารถขายได้ถือเป็นรายได้พิเศษที่เพิ่มขึ้นแต่เงินไม่ใช่จุดประสงค์หลักการที่เราได้ก้าวเข้าไปทำงานในมาเลเซียครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการเปิดตลาดในมาเลเซียในอนาคตอาจมีหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่จะก้าวตามไปหรืออาจจะมีงานแฟร์เหมือนงานบ้านและสวนแฟร์ขยายไปในมาเลเซีย” พูดถึงการตกแต่งบ้านและสวนในมาเลเซียโดยทั่วไปก็คล้ายกับการตกแต่งบ้านและสวนในประเทศไทยต่างกันที่มาเลเซียจะเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ต้องมีพื้นที่รอบบ้านเยอะ ๆ ไม่เน้นบ้านหลังใหญ่ ๆ เหมือนบ้านในเมืองไทยแต่ชอบที่จะมีต้นไม้เยอะ ๆเป็นบ้านโมเดิร์นทรอปิคอลที่โดดเด่นเรื่องการเล่นกับต้นไม้บางหลังก็มีสภาพแวดล้อมที่แปลก ๆ เช่น ปลูกต้นไม้ให้ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเรียกว่าเป็นโมเดิร์นดิบ ๆ ในป่า “นิตยสารที่วางขายในมาเลเซียมี  3  ภาษาทั้งภาษามาเลเซีย อังกฤษและจีน หลังจากนิตยสารบ้าน (BAAN) เปิดตัวในมาเลเซียมาครบ  1  ปีแล้วตอนนี้มียอดขายเป็นอันดับ  3  ในหมวดนิตยสารภาษาอังกฤษอันดับหนึ่งเป็นนิตยสารของมาเลเซียอันดับสองเป็นนิตยสารของสิงคโปร์ทั้งสองเล่มยอดขายไม่ต่างกันมากนักเราตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปีสองปีนี้เราจะขึ้นไปเป็นอันดับสองให้ได้” เจรมัย กล่าวสรุป.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘บ้านและสวน’ ในมาเลเซีย