ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย วันที่ 8 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อเปิดตลาด ก่อนจะถูกเทขายทำกำไร จนดัชนีหลุดมายืนในแดนลบ กระทั่งท้ายตลาด ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่ปิดลบทั่วหน้า เพราะกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่เริ่มส่อแววไม่ดี ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด1,378.97 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,399.07 จุด ก่อนมาปิดตลาด1,379.34 จุด ลดลง 12.67จุด หรือ0.91%ด้วยมูลค่าซื้อขาย28,330.84 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.เอไอเอสปิดที่ 221.00 บาท ลดลง 3.00 บาท2.จัสมิน ปิดที่7.95 บาทลดลง 0.20บาท3.พีทีทีจีซีปิดที่ 69.25 บาทลดลง 0.75 บาท4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 161.50บาท ลดลง 1.00บาท5. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 186.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 เมษายน 2557 ปิดลบ 12.67 จุด
Blog
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 เมษายน 2557 ปิดลบ 12.67 จุด
Facebook Comments -

พบ.เร่งสอบกรณีนกแอร์
นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยถึงกรณีพบคนนอกหลบเลี่ยงมาตรการความปลอดภัยสนามบินขึ้นเครื่องบินนกแอร์ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากความบกพร่องด้านความปลอดภัยดังนั้นบพ. จึงใช้อำนาจตามพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497เรียกตัวแทนจากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) และบริษัทสายการบินนกแอร์จำกัด (มหาชน)มาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสอบสวนหาคนผิดทั้งนี้จากการพิจารณาข้อเท็จจริงเบื้องต้นถือว่าทั้ง 2 หน่วยงาน หละหลวม ปล่อยให้บุคคลภายนอกลักลอบขึ้นเครื่องมาได้ โดยไม่มีการตรวจบัตรโดยสาร ซึ่งต้องสืบหาข้อมูลรายละเอียดให้ได้ว่าปัญหานี้มีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดพลาดของคน หรือระบบความปลอดภัย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขให้ตรงจุด คาดจะสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จและนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ภายในเดือนเม.ย.นี้อย่างไรก็ตาม ปกติสนามบินทุกแห่ง จะต้องปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยในการเดินอากาศอย่างเคร่งครัด 2 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่เข้าสู่สนามบิน จนถึงการเข้าสู่ตัวเครื่องบินเพื่อเดินทาง ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบความปลอดภัยการเข้าสู่สนามบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจเอ็กเรย์ผู้โดยสาร สัมภาระ และการปลดอาวุธรวมถึงการตรวจบัตรโดยสารครั้งแรก และขั้นตอนที่ 2การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องโดยสาร ที่เจ้าหน้าที่สายการบินต้องตรวจสอบบัตรโดยสารของผู้โดยสารทุกคนก่อนขึ้นเครื่อง จึงจะขึ้นเครื่องได้ด้านนายสมชัยศิริวัฒนโชคปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้กำชับให้กระทรวงเร่งสืบหาข้อเท็จจริง และสาเหตุของปัญหากรณีนายอาซิส ไม่ทราบนามสกุล ได้ลักลอบขึ้นเครื่องบินของสารการบินนกแอร์ ทั้งที่ไม่มีตั๋วโดยสารและไม่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สนามบินหาดใหญ่เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อมั่น ด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนซึ่งตนได้กำชับให้กรมการบินพลเรือน เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยผลการสอบสวนจะต้องสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้และจะต้องมีคนที่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการความเชื่อมั่นของคนเดินทางจำนวนมากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พบ.เร่งสอบกรณีนกแอร์Facebook Comments -

ตะลึงกู้เงินเที่ยวสงกรานต์พุ่ง
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ประเมินการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไทยปีนี้ไว้ 116,813 ล้านบาทเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.36%ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และประชาชนไม่กล้าจับจ่ายเงินซื้อสินค้ามากนัก แต่ทั้งนี้ สถานการณ์การใช้จ่ายที่น่ากังวลมาก คือเงินที่ได้ในการใช้จ่าย 20.1% หรือ 22,000 ล้านบาทเป็นการกู้ยืมมาใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาล“ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาทางการเมือง และสถานการณ์ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รายได้ของประชาชนจำนวนมาก ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายส่งผลให้เกิดการกู้เงินมากขึ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเท่าตัว โดยปี 56 มีการกู้เงินในช่วงเทศกาลเกือบ 10,000 ล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่มเป็น 22,000 ล้านบาท”สำหรับกิจกรรมที่นิยมทำในวันสงกรานต์เช่น ซื้อของ ทำบุญ ท่องเที่ยว ไปเล่นน้ำสงกรานต์ งานสังสรรค์จัดเลี้ยง ทำอาหารทานที่บ้าน กลับบ้านที่ต่างจังหวัด พักผ่อนอยุ่บ้านเฉย ๆ และไปเที่ยวเพื่อความบันเทิง เป็นต้น ส่วนของฝากที่ใข้ในการอวยพรพบว่า เงินสดยังมากที่สุดรองลงมาเป็น เครื่องดื่มบำรุง ผลไม้ สินค้าโอทอป หัตถกรรมไทย ของรับประทาน ดอกไม้สินค้าคงทน และ สินค้าฟุ่มเฟื่อย เป็นต้นส่วนผู้ที่วางแผนการใข้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่าจะมีค่าเฉลี่ยที่ 49,172 บาท เป็นการเที่ยวใน 94.1% เที่ยวต่างประเทศ 5.9%โดยนิยมไปประเทศฮ่องกงมากที่สุด รองลงมาคือ ลาว เกาหลี พม่า ยุโรป จีนญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศส่วนใหญ่จะไปทะลมากสุด รองลงมาเป็น ภูเขา น้ำตก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อสุขภาพหรือสปานายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่มาของเงินที่ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มาจากเงินออม36.8% รองงมาเป็นเงินเดือน และรายได้ปกติ 28.9% , เงินกู้20.1% , โบนัสและรายได้พิเศษ 14.1% และอื่นๆ 0.1% ดังนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสัญญาณการกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวส่งกรานต์เริ่มมากขึ้นในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้เริ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000บาทต่อเดือนแสดงให้เห็นว่าในช่วงเศรษฐกิจดีการกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวจะน้อยกว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดี“เงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์116,813 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี มาจากเศรษฐกิจไม่ดีรวมถึงปัญหาทางการเมืองที่คนไม่มีจิตใจในการซื้อสินค้าและ ภาคการบริโภคชะลอตัวลงเบื้องต้นแม้วงเงินจะขยายตัว จากเชื่อว่าจำนวนสินค้าน่าจะเท่าเดิมจากปีก่อน หรือไม่ก็น้อยลงแต่ที่มูลค่าสูงเพราะสินค้าจะแพงกว่าปีก่อน”สำหรับดารานักแสดงที่ประชาชนต้องการไปเล่นน้ำมากที่สุดสำหรับฝ่ายชายคือ เจมส์จิ และฝ่ายหญิงเป็น ญาญ่า ,ดารานักร้องฝ่ายชายเป็นบี้เดอะสตาร์ ฝ่ายหญิงเป็น ใบเตย อาร์สยาม, ดาราพิธีกรฝ่ายชายคือ ปัญญา นิรันดร์กุล ฝ่ายหญิงเป็น ส้ม เถิดเทิงและนักการเมืองที่ประชาชนต้องการรดน้ำดำหัวมากที่สุด คือ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรรองลงมาเป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายชวน หลีกภัยเป็นต้นส่วนพรที่ประชาชนคนไทยต้องการให้กับประเทศไทยมากที่สุดคือขอให้พระเจ้าอยุ่หัวและพระราชินีทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงและทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน,ให้คนไทยรักสามัคคี และ ขอให้เศรษฐกิจดีส่วนข้อสอบถามเกี่ยวกับทัศนะต่อสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน จะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยมากน้อยเพียงใดพบว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นจะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายมากที่สุด 16.6% กระทบมาก 26.6%, กระทบปานกลาง 33.6% และกระทบน้อย 10.9% เป็นต้นนอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนยังมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากถึง 47.7% ระมัดระวังปานกลาง 35.2%, กระทบน้อย 14.1% และไม่กระทบเลย 3%“ศูนย์ฯต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายและหนี้สินของประชาชนอย่างใกล้ชิดเนื่องจากขณะนี้ประชาชนระมัดระวังในการใชจ่ายอย่างยิ่งเนื่องจากกังวลสถานการณ์ทางการเมือง ว่าจะรุนแรงขึ้นหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างไรก็ตามต่อจากนี้คงต้องดูว่าการเมืองจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมอย่างไรจากปัจจุบันที่ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 2-3%”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตะลึงกู้เงินเที่ยวสงกรานต์พุ่งFacebook Comments