วันนี้( 9 ตุลาคม 2557 )ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกตกรุงเทพฯ บริษัท อินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Intel ChannelSymposium 2014 พร้อมเปิดตัวอินเทล คอร์ เอ็ม โปรเซสเซอร์ สำหรับผลิตภัณฑ์ ทูอินวัน นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทล คอร์ เอ็ม เป็นโปรเซสเซอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์แบบทูอินวัน โดยจะทำให้อุปกรณ์มีดีไซน์ที่บางเฉียบไม่ต้องใช้พัดลมระบายความร้อนมีคุณสมบัติการทำงานในระดับโปรเซสเซอร์ในตระกูลอินเทลคอร์ และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับอุปกรณ์รุ่นที่มีอายุการใช้งานสี่ปี ทั้งนี้อินเทล คอร์ เอ็มมีประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วกว่าเดิมถึงร้อยละ 50 และสามารถประมวลผลกราฟฟิค ได้เร็วกว่าถึงร้อยละ40 เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ ตระกูลคอร์ เจเนอรเรชั่นที่ 4 ก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ใช้งานที่มีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่ากว่านั้นจะสังเกตได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการประมวลผลเร็วขึ้นถึงสองเท่าและสามารถประมวลผลด้านกราฟฟิกได้เร็วกว่าเดิมสูงสุดถึง7 เท่าเมื่อเทียบกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ดีขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้อินเทล คอร์เอ็ม โปรเซสเซอร์ จากผู้ผลิตกว่า 20 รุ่นที่อยู่ระหว่างการผลิต โดยจะเริ่มมีการวางจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีนี้และภายในครึ่งปีแรกของปี 2558จะมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่ใช้อินเทล คอร์ เอ็ม โปรเซสเซอร์ทยอยวางจำหน่าย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดตัว “อินเทล คอร์ เอ็ม” โปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน
Blog
-

เปิดตัว “อินเทล คอร์ เอ็ม” โปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน
Facebook Comments -

อคส.ช็อค!สต๊อกมันสำปะหลังล่องหน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ขณะนี้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกมันสำปะหลังที่เก็บไว้ในโกดังต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสต็อกมันฯ ที่คงเหลืออยู่ปริมาณ 497,000 ตัน ว่ามีสินค้าคุณภาพดีและเสียจำนวนเท่าไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน และจะได้รับดำเนินการขายต่อ เพราะหากเก็บไว้ก็จะเป็นภาระในการจ่ายค่าเช่าโกดังต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในการตรวจสอบ พบว่า มีบางโกดังที่มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น โดยที่ราชบุรีและอยุธยา มีการนำกระสอบขนาดใหญ่บรรจุแกลบแล้วนำไปวางไว้ด้านในหลายชั้น และนำมันเส้นมาวางกองปิดทับไว้ด้านนอก เพื่อให้ดูเหมือนว่าของยังอยู่ครบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว และกำลังตรวจสอบอยู่ว่ามันเส้นที่หายไปนั้นมีปริมาณเท่าไร คาดว่าน่าจะเป็นหลักหมื่นตัน และจะได้มีการฟ้องร้องทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป “สต็อกมันสำปะหลังทั้งหมด คาดว่า จะมีความเสียหายและสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก เพราะในการเก็บสต็อกมันฯ ไม่เหมือนกับการเก็บข้าวสาร ที่มีผู้ถือกุญแจหลายคน การเปิดโกดังทำได้ยาก แต่มันฯ เจ้าของโกดังจะเป็นผู้ถือกุญแจเพียงคนเดียว เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเข้าไปพลิกกอง จึงอาจมีบางโกดังที่ฉวยโอกาสเอาของออกไปขายก่อนในช่วงที่ราคามันฯแพง หรือบางโกดังที่ไม่ใส่ใจที่จะเข้าไปดูแล ทำให้ของเสียหาย ส่วนการเอาผิด ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ ก็คือ เจ้าของโกดัง และเซอร์เวเยอร์ ที่ตรวจสอบคุณภาพ” ขณะเดียวกันก็ยังพบว่า อคส. ได้มีการตรวจสอบสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บไว้ในโกดังต่างๆ ด้วย โดยกำลังติดตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บไว้ในโกดัง จ.ตาก แต่ยังไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ขนของออกมาได้ โดยเจ้าของโกดังอ้างว่าได้ให้เช่าช่วง จึงไม่มีอำนาจในการเปิดโกดัง ซึ่งเมื่อ อคส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปอีก ก็พาพวกออกมาล้อม ถึงขั้นมีการข่มขู่และพกปืนมาด้วย แต่เมื่อนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วย ก็ยอมเปิดทาง แต่ก็ไม่สามารถขนข้าวโพดออกมาได้ เพราะไม่มีรถขนรายใดมาช่วยขนให้ เนื่องจากกลัวอิทธิพลของเจ้าของโกดัง “ข้าวโพดที่เก็บไว้ในโกดัง ที่ จ.ตากนี้ อคส. สงสัยว่ามีการลักลอบเอาข้าวโพดไปขาย เพราะจะขนของออก เมื่อพาเจ้าหน้าที่ไปช่วยในการขนสินค้าในโกดัง ก็พบว่าก็หารถตัก หารถบรรทุกมาขนไม่ได้ เมื่อสอบถามก็ได้ความว่ากลัวอิทธิพลของเจ้าของโกดัง เลยไม่มีใครยอมรับงาน ที่สำคัญ ตอนนี้ ทางเจ้าของโกดัง ก็ยังมีการฟ้องร้องกับ อคส. อยู่ และ อคส. ก็ฟ้องร้องด้วยเช่นกัน ซึ่งศาลกำลังอยู่ระหว่างการตัดสิน” นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานคณะกรรมการ อคส. กล่าวว่า บอร์ดได้สั่งการให้ อคส. ไปตรวจสอบมันสำปะหลังในสต็อกจริง โดยให้ตรวจให้ชัดเจนว่ามีมันสำปะหลังที่มีคุณภาพดีเท่าไร และเสียหายเท่าไร เพื่อสรุปให้ชัด ก่อนที่จะดำเนินการขายต่อไป แต่ในส่วนที่พบการทุจริตเกิดขึ้น ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด และให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งทางแพ่งและอาญา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อคส.ช็อค!สต๊อกมันสำปะหลังล่องหนFacebook Comments -

สรรพากรเก็บภาษีพลาดเป้า
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ ปีงบประมาณ 57 ต่ำกว่าเป้าหมาย 160,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี จากเป้าหมายที่ 1.89 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการนำเข้าที่หายไปกว่า 69,000 ล้านบาท รวมถึงผลกระทบจากปัญหาการเมืองตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ขณะที่ แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 58 ที่ 1.96 ล้านล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะเป็นไปได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น จากการเร่งอัดฉีดวงเงินเข้าระบบของรัฐบาล รวมถึงการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ทำให้หลายภาคอุตสาหกรรม ทั้งรับเหมาก่อสร้าง และการจ้างงานต่าง ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น และส่งผลต่อแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย “ช่วง ต.ค. – ธ.ค.57 กรมฯ ยังมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่าอาจจะดูต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก เนื่องจากปีก่อนใช้ฐานการคำนวณภาษีแบบ 5 ขั้นบันได ทำให้ตัวเลขจัดเก็บอยู่ในระดับสูง แต่ปีนี้ใช้ฐานใหม่ก็อาจจะมีผลต่อตัวเลขจัดเก็บบ้าง ซึ่งต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด” นายประสงค์ กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ภาษีมรดก ว่า กฤษฎีกาน่าจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวมายังกระทรวงการคลังในช่วงเดือน ต.ค. นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินกลางเดือน พ.ย. ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรจะต้องเร่งสรุปรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพื่อนำเสนอให้ครม. พิจารณา ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้อาจต้องมีการออกเป็นกฎหมายลูกเกี่ยวกับการแก้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร มาตรา 42 เกี่ยวกับเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษี ที่ปัจจุบันยกเว้นการให้โดยศีลธรรมจรรยาไม่ต้องเสียภาษี เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการใช้ช่องทางนี้ในการโอนทรัพย์สินเพื่อไม่ต้องเสียภาษีมรดก โดยอาจมีการกำหนดเป็นเพดานในการยกเว้นให้มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ลงนามบันทึกความตกลงการให้บริการยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต กับธนาคาร เดอะรอยัลแบงก์อ๊อฟสกอตแลนด์ พีแอลซี สาขากรุงเทพฯ เพื่อเปิดให้บริการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ผ่านอินเทอร์เน็ตทุกประเภทภาษี ซึ่งเพิ่มศักยภาพด้านการให้บริการช่วยให้ผู้เสียภาษีได้รับบริการที่ดี สะดวก รวดเร็ว โดยปี 57 มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตกว่า 10 ล้านราย ©
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรเก็บภาษีพลาดเป้าFacebook Comments