Blog

  • บางกอกแอร์เวย์สบินตรงเชียงรายประตูอาเซียนเมืองนักปั่นจักรยาน

    บางกอกแอร์เวย์สบินตรงเชียงรายประตูอาเซียนเมืองนักปั่นจักรยาน

    สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเที่ยวบินใหม่ บินตรงกรุงเทพฯ-เชียงราย ปั้นให้เป็นเมืองศูนย์กลางจักรยาน เปิดประตูเชื่อมกับเออีซี ด้านเทศบาลนครเชียงราย เผยมีทริปนักปั่นขี่ข้ามประเทศเป็นประจำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้เป็นประธานเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เชียงราย เป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส 320 ขนาด 162 ที่นั่ง ทำการบินทุกวัน วันละ 2 เที่ยว ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 07.35 น. และ 18.05 น. กัปตันพุฒิพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เชียงรายมีศักยภาพด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวสูง มีอัตราการเติบโตทุกด้าน และยังเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับเออีซี การเปิดเส้นทางบินใหม่จากเชียงราย ในอนาคตสามารถเชื่อมโยงไปยัง ภาคอื่น ๆ ของไทยและต่างประเทศ เช่น เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา รวมถึงจีนตอนใต้ เพื่อสนับ สนุนจังหวัดเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางเมืองจักรยาน ช่วงเปิดเส้นทางบินใหม่ ผู้โดยสารของบางกอกแอร์เวย์สเฉพาะในเที่ยวบินเชียงราย สามารถนำจักรยานขึ้นเครื่องได้ฟรี คนละ 1 คัน โดยจะต้องบรรจุในกระเป๋าให้แน่นหนา เหมือนการโหลดกระเป๋าปกติ  หากได้รับความนิยม จะพิจารณาเงื่อนไขขนส่งรถจักรยานฟรีอีกครั้ง รวมถึงอาจพิจารณาเส้นทางอื่นด้วย “เชียงรายเป็นเมืองที่เติบโตเร็วมาก มีศักยภาพหลายด้าน คนเชียง รายนิยมปั่นจักร ยานกันมาก มีกิจกรรมและเส้นทางปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกายหลายเส้นทาง” ด้าน นายทนง ดอนชัย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย ให้สัมภาษณ์ว่า เทศบาลนครเชียงราย โดยท่านนายกเทศมนตรี มีนโยบายสนับสนุนให้ชาวเชียงรายปั่นจักรยาน เพื่อออกกำลังกาย เริ่มจากกลุ่มผู้สูงอายุ จนถึงขณะนี้ขยายไปยังทุกเพศทุกวัย กลุ่มที่ปั่นจักรยานมากที่สุดคือ ใน อ.เมือง และ อ.แม่จัน  ในอนาคตจะให้ปั่นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่ผ่านมาก็มีชมรมจักรยานปั่นเข้าไปเที่ยวในลาวและพักค้างคืนกันเป็นประจำ สำหรับร้านจักรยานในเชียงราย ปัจจุบันมีร้านขายและให้เช่าจักรยานขนาดใหญ่หลายร้านในเขตอำเภอเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าขี่ชมเมือง หรือจะเข้าไปปั่นในสิงห์ปาร์ค ซึ่งมีเส้นทางขี่จักรยาน 8 กิโลเมตรพร้อมเนินกระโดด จุดชมวิว จะปั่นเพื่อความสนุกสนาน ออกกำลังกาย หรือปั่นเพื่อฝึกทักษะ หากนำจักรยานมาเอง จะต้องเสียค่าใช้พื้นที่ วันละ 50 บาท ถ้าต้องการเช่าจักร ยานในสิงห์ปาร์ค ค่าเช่าชั่วโมงละ 100 บาท เช่าเต็มวัน 350 บาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บางกอกแอร์เวย์สบินตรงเชียงรายประตูอาเซียนเมืองนักปั่นจักรยาน

  • ‘ไมซ์’ วาระแห่งอาเซียนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตร

    ‘ไมซ์’ วาระแห่งอาเซียนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตร

    “ต่อไปเราจะร่วมกันขายด้วยกันในนามอาเซียน แทนที่จะมาแข่งขันกันเองเหมือนที่ผ่านมา โดยทีเส็บมีการประสานงานกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาตลอด ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นผลมาจากเวทีท่องเที่ยวอาเซียน ที่มอบหมายให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดโครงการ ASEAN Networking on MICE : Public and Private Partnership เพื่อสร้างโอกาสให้ภาครัฐและเอกชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดำเนินงานเพื่อพัฒนาธุรกิจไมซ์ระดับอาเซียน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกอาเซียนทั้งระบบ”จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ สายงานบริหารและสนับสนุนกลยุทธ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ระบุ โดยมีกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดกลุ่มนักเดินทางธุรกิจของอาเซียน (ASEAN Business Travel Marketing Strategy) 9 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ด้านการค้า การลงทุน การสร้างแบรนด์ การอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า การกระจายงาน การส่งเสริมการเดินทางภายในภูมิภาค การส่งเสริมตลาดระยะใกล้ การผนึกรวมตลาด และการจำแนกกลุ่มตลาด “จากระยะแรกซึ่งเน้นหนักไปที่การประสานงานระหว่างกัน ต่อไปจะเป็นการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้แนวคิด Move ASEAN คือไปด้วยกันผลักดันให้ไปพร้อมกันทั้งภูมิภาค ให้เกิดการเดินทางที่เชื่อมโยงภายในภูมิภาค ซึ่งแน่นอนว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถือว่ามีความพร้อม โดยที่ผ่านมาทีเส็บเองได้มีการนำผู้ประกอบการไปศึกษาความเป็นไปได้ในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยช่วงแรกจะเน้นที่ 3 ยุทธ ศาสตร์หลักก่อน ได้แก่ ด้านการค้าการลงทุน การส่งเสริมการเดินทางภายในภูมิภาค ซึ่งในส่วนนี้จะมีการหารือกันเพื่อดึงงานระดับโลกให้เข้ามาสู่ภูมิภาคอาเซียน สุดท้ายคือการสร้างแบรนด์และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า จากเดิมที่เราต่างแยกกันขายในการออกงานต่าง ๆ ต่อไปจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยมีสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเป็นคนกลางในการเชื่อมโยง” ขณะที่ไทยในฐานะผู้นำในการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ของอาเซียน มีแผนที่จะจัดทำมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นำร่องแล้วในเบื้องต้น อาทิ มาตรฐานสถานที่จัดงานไทยซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับมาตรฐานของอาเซียน ซึ่งทีเส็บได้นำเสนอต่อที่ประชุมแล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณาร่วมกัน “แม้จะเป็นผู้นำแต่มีหลายอย่างที่ไทยยังต้องปรับปรุงโดยเฉพาะเรื่องการคมนาคม อย่างศูนย์ประชุมเชียงใหม่ที่เรียกได้ว่ามีความพร้อมในการเป็นศูนย์ประชุมระดับนานาชาติ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางโดยเฉพาะระบบรางที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ขณะที่เที่ยวบินในช่วงโลว์ซีซั่นที่ลดน้อยลง แต่โชคดีที่วันนี้มีสายการบินราคาประหยัดมาช่วยลดช่องว่างของปัญหาได้มากในระดับหนึ่ง” นอกจากนี้ในการประชุมเวทีการท่องเที่ยวอาเซียนก็เริ่มมีการเจรจาหารือเรื่องการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพแรงงานวิชาชีพไมซ์ใน 3 ตำแหน่งงาน คือ Event Registration Specialist, On Site Event Specialist และ Liaison Officer Specialist โดยไทยจะร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการดำเนินการด้านมาตรฐานแรงงานวิชาชีพไมซ์ต่อไป โดยทั้งหมดนับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและการให้บริการสถานที่จัดงาน และเป็นการสร้างแบรนด์ร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ในอาเซียนมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การเดินทางท่องเที่ยวเชิงธุรกิจภายในอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรจำนวนมาก ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อยู่แล้ว หลังจากรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีการพัฒนาเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างกัน และความสะดวกในเรื่องการเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่า จะส่งผลให้นักเดินทางในอาเซียนกลายเป็นกลุ่มที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มนักเดินทางเข้าสู่อาเซียนทั้งหมด กลุ่มคู่ค้าในตลาดระยะใกล้ ทั้งตลาดเอเชียที่กำลังเติบโต เช่น จีน อินเดีย และตลาดคุณภาพจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และออสเตรเลีย ล้วนแต่เป็นกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพของอาเซียน จากสถิติในปี พ.ศ.2555 มีนักเดินทางจากตลาดกลุ่มนี้เข้ามาในอาเซียนมากถึง 15.349 ล้านคน และมีศักยภาพที่จะขยายเพิ่มไปจนถึง 20 ล้านคนภายในปี พ.ศ.2560 และสุดท้ายคือกลุ่มเดินทางซ้ำ “กลุ่มเดินทางซ้ำถือเป็นกลุ่มสำคัญ เพราะหากถูกใจก็จะกลับมาอีก และกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มนักเดินทางคุณภาพ อย่างกลุ่มโรตารี่ ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางกลับมาซ้ำจะถือเป็นกำไรจากการลงทุนโปรโมตที่เราทำไปตั้งแต่แรก” โครงการ ASEAN Networking on MICE : Public and Private Partnership นอกจากจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางในการสร้างมาตรฐานตลาดไมซ์ให้กับอาเซียนร่วมกันแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก มร.เอ็ดดี้ คริสมิดี้ โซมาวิลากา เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานเลขาธิการอาเซียน มานำเสนอศักยภาพและทิศทางการส่งเสริมธุรกิจไมซ์ของอาเซียนด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไมซ์’ วาระแห่งอาเซียนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตร

  • การพัฒนาคนในบริบทของอาเซียน

    การพัฒนาคนในบริบทของอาเซียน

    สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสห ประชาชาติ (United Nations Development Program : UNDP) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ร่วมกันจัดทำรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทยปี 2557 ในหัวข้อ “การพัฒนาคนในบริบทประชาคมอาเซียน” โดยให้ความสำคัญกับมุมมองต่อบริบทใหม่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของประชาคมอาเซียน ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคนและชุมชนในประเทศไทย ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ประชากรไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยประชากรประมาณ 600 ล้านคนหรือราว 9 เท่าของจำนวนประชากรไทยในปัจจุบัน สังคมไทยมีความตื่นตัวกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียน การค้า และบริการอย่างเสรี และที่ผ่านมาเสาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมักจะได้รับความสนใจมากกว่าเสาประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และเสาประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน การที่ประเทศชาติจะมีการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนาคนภายในประเทศนั้น ๆ ด้วย ประเทศไทยได้ยกระดับเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง และมีผลของดัชนีชี้วัดการพัฒนาคนที่ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจยังไม่ได้มีการกระจายอย่างเท่าเทียม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และการเข้าถึงบริการสาธารณะยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีรายได้ใกล้เคียงกัน รายงานฉบับนี้ยกประเด็นสำคัญของความสำเร็จของประเทศไทย อาทิ การส่งเสริมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การยกระดับการเข้าถึงการศึกษา การกระจายอำนาจ และการส่งเสริมการเจริญเติบโตของจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่พรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งความท้าทายในการเตรียมพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ทั้งในด้านความไม่เท่าเทียมของการเข้าถึงการศึกษา การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดของแรงงานข้ามชาติทักษะต่ำในการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐ ความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับชุมชน ที่สำคัญที่สุด รายงานได้แสดงให้เห็นว่าประชาคมอาเซียนไม่ใช่ผลผลิตสุดท้าย แต่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างจริงจังจะนำไปสู่ความเป็นประชาคมที่มีการแลกเปลี่ยนค่านิยมและบรรทัดฐานร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาคนของอาเซียนต่อไป ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ www.th.undp.org/thailand/en/home.html หรือ http://social.nesdb.go.th/social

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การพัฒนาคนในบริบทของอาเซียน